
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2567: ยอดทะลุ 6 หมื่นคัน
ตัวเลขจากกรมการขนส่งทางบกเผยเดือนกรกฎาคม 2567 ยานยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV จดทะเบียนใหม่ 8,332 คัน เพิ่มขึ้น 13.58% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนการเติบโตต่อเนื่องของตลาด EV ในประเทศไทย และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอาเซียน
บทสรุปผู้บริหาร
ในเดือนกรกฎาคม 2567 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมียานยนต์ประเภท BEV จดทะเบียนใหม่ 8,332 คัน เพิ่มขึ้น 13.58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สำหรับยอดจดทะเบียนสะสม 7 เดือนแรกของปี 2567 อยู่ที่ 60,243 คัน เพิ่มขึ้น 21.05%
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกเผยให้เห็นว่า ประเภทรถยนต์นั่งยังคงเป็นกลุ่มที่ครองตลาด โดยมียอดจดทะเบียนใหม่ 5,771 คัน เพิ่มขึ้น 13.58% ตามมาด้วยรถจักรยานยนต์ 2,413 คัน เพิ่มขึ้น 40.62% ขณะที่รถบรรทุกเติบโตอย่างก้าวกระโดดที่ 194.12%
ภาพรวมตลาด 7 เดือนแรกปี 2567 แสดงให้เห็นว่า รถยนต์นั่งมียอดจดทะเบียนสะสม 43,524 คัน เพิ่มขึ้น 18.29% รถกระบะ/แวนเพิ่มขึ้น 303.13% รถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 39.03% และรถบรรทุกเพิ่มขึ้นถึง 1,090.91%
ส่วนรถยนต์ประเภท PHEV ยอดจดทะเบียนสะสม 59,587 คัน เพิ่มขึ้น 20.17% โดยรถยนต์นั่งคิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ถึง 99.87%
ข้อมูลเหล่านี้ยืนยันว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของพลังงานสะอาด โดยมี BEV เป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก และได้รับการสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ รวมถึงความร่วมมือจากผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศ
แม้จะมีปัจจัยท้าทาย เช่น กำลังซื้อของผู้บริโภค และโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ภาพรวมยังคงเป็นบวก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มการเติบโตของตลาดในภูมิภาคอาเซียน และศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่าย EV
บทวิเคราะห์เจาะลึก: ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เดือนกรกฎาคม 2567
กรมการขนส่งทางบกเผยสถิติที่น่าสนใจสำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเดือนกรกฎาคม 2567 โดยมียานยนต์ประเภท BEV จดทะเบียนใหม่ 8,332 คัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ต่อเนื่องจากช่วงต้นปี แม้จะมีความผันผวนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในบางกลุ่ม
ประเภทรถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ: 5,771 คัน (+13.58%)
กลุ่มนี้ยังคงเป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน โดยมีการแบ่งย่อยดังนี้:
รถยนต์นั่ง: 5,475 คัน
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: 290 คัน
รถยนต์บริการธุรกิจ: 2 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจร: 4 คัน
การเติบโต 13.58% นี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงให้ความสนใจกับรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบเดิม แม้ว่าตลาดอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในด้านราคาและรุ่นรถที่ออกมาใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ยังคงเป็นที่ต้องการสูง
รถกระบะ รถแวน: 73 คัน (+711.11%)
นี่คือกลุ่มที่แสดงการเติบโตที่น่าทึ่งที่สุดในเดือนกรกฎาคม โดยเพิ่มขึ้นถึง 711.11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ตัวเลขยอดจดทะเบียนอาจจะยังไม่สูงเท่ากลุ่มรถยนต์นั่ง แต่การเติบโตในอัตรานี้บ่งชี้ถึงความพยายามของผู้ผลิตในการนำเสนอรถกระบะไฟฟ้าสู่ตลาด และความสนใจของผู้บริโภคในกลุ่มธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนพลังงาน
รถยนต์สามล้อ: 9 คัน (-80.85%)
ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 80.85% โดยมีทั้งรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล 7 คัน และรถยนต์รับจ้างสามล้อ 2 คัน การลดลงนี้อาจเป็นผลมาจากความผันผวนของตลาดรถยนต์สามล้อในภาพรวม หรือการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ประเภทอื่นที่สะดวกกว่า
รถจักรยานยนต์: 2,413 คัน (+40.62%)
เติบโตต่อเนื่องที่ 40.62% โดยรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 2,411 คัน และรถจักรยานยนต์สาธารณะ 2 คัน การเติบโตนี้สอดคล้องกับแนวโน้มในภูมิภาคอาเซียนที่การใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
รถโดยสาร: 16 คัน (-52.94%)
ลดลง 52.94% สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มรถโดยสารอาจยังคงเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวสู่ระบบไฟฟ้า หรืออาจมีปัจจัยเฉพาะในช่วงเวลานั้นที่ส่งผลต่อยอดจดทะเบียน
รถบรรทุก: 50 คัน (+194.12%)
เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 194.12% ยืนยันแนวโน้มที่ผู้ประกอบการขนส่งเริ่มหันมาใช้รถบรรทุกไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนระยะยาว
ยอดจดทะเบียนสะสม 7 เดือนแรกปี 2567: แตะ 6 หมื่นคัน
ภาพรวมตลาดตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2567 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ยั่งยืน โดยมียอดจดทะเบียนสะสม 60,243 คัน เพิ่มขึ้น 21.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ: 43,524 คัน (+18.29%)
รถยนต์นั่ง: 43,266 คัน
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: 1,208 คัน
รถยนต์บริการธุรกิจ: 8 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจร: 54 คัน
รถยนต์บริการให้เช่า: 3 คัน
การเติบโตในกลุ่มนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และการสนับสนุนจากภาครัฐ
รถกระบะ รถแวน: 258 คัน (+303.13%)
การเติบโตที่น่าประทับใจนี้บ่งชี้ว่าตลาดรถกระบะไฟฟ้ากำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง
รถยนต์สามล้อ: 87 คัน (-58.96%)
ลดลงอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่ากลุ่มนี้อาจยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร หรือมีคู่แข่งจากยานยนต์ประเภทอื่น
รถจักรยานยนต์: 16,146 คัน (+39.03%)
การเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำว่านี่คือกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดกลุ่มหนึ่งในตลาด
รถโดยสาร: 224 คัน (-80.11%)
ยังคงเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวสู่ระบบไฟฟ้า
รถบรรทุก: 262 คัน (+1,090.91%)
การเติบโตที่สูงมาก แสดงให้เห็นว่าภาคการขนส่งเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าอย่างจริงจัง
การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2567 ยังคงเป็นไปในทิศทางบวก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐ มาตรการส่งเสริมจากค่ายรถยนต์ และความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์ ขณะที่กลุ่มรถกระบะและรถบรรทุกกำลังเริ่มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มรถยนต์สามล้อและรถโดยสารที่ยังต้องการการส่งเสริมและการปรับตัวเพื่อก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ
บทวิเคราะห์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (BEV): แนวโน้มปี 2567 และอนาคต
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ โดยมียอดจดทะเบียน BEV ทะลุ 6 หมื่นคันในช่วง 7 เดือนแรกของปี 25