• Privacy Policy
newsthailan.nataviguides.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.nataviguides.com
No Result
View All Result

N1907009_ไม ได ต งใจร ก EP. 6 Phongdanai Champadorn_part2

admin79 by admin79
July 14, 2026
in Uncategorized
0
N1907009_ไม ได ต งใจร ก EP. 6 Phongdanai Champadorn_part2 ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติเยอรมัน: ก้าวสู่ยุคใหม่ท่ามกลางความท้าทายและการเปลี่ยนแปลง ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันมาหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนน่าจับตามองเท่ากับการผงาดขึ้นของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งกำลังขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทางทั่วโลก และเมื่อพูดถึงภาพรวมการผลิต EV ในปี 2023 ผู้ผลิตชาวเยอรมันได้แสดงศักยภาพอันน่าทึ่ง ด้วยการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รวมกว่า 1.27 ล้านคัน ส่งให้เยอรมนีขึ้นแท่นอันดับ 2 ของโลก โดยมีจีนเป็นผู้นำอย่างมหาศาล แต่สำหรับปี 2024 นี้ สถานการณ์อาจไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนที่เคยเป็น เยอรมนี: ผู้นำ EV แห่งยุโรป สู่ตำแหน่งอันดับ 2 ของโลก สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน (VDA) ได้ยืนยันตัวเลขที่น่าประทับใจว่า โรงงานผลิตรถยนต์ในเยอรมนีได้ปล่อยยานยนต์ไฟฟ้าออกจากสายการผลิตไปถึง 995,000 คัน ในปี 2023 แม้ว่าจีนจะยังคงครองตำแหน่งผู้ผลิต EV รายใหญ่ที่สุดของโลก แต่สิ่งสำคัญที่ต้องสังเกตคือ ยานยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ผลิตในจีนนั้นถูกจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลัก ในขณะที่เยอรมนีมีสัดส่วนถึง 76% ของรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตได้ ถูกส่งออกไปทำตลาดทั่วโลก ในบริบทของภูมิภาค ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมัน ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดยุโรปอย่างชัดเจน ด้วยจำนวนการผลิตที่มากกว่าการรวมกันของประเทศใหญ่อย่างสเปน (256,000 คัน) และฝรั่งเศส (225,000 คัน) สหรัฐอเมริกาเองก็เป็นอีกประเทศที่ติดอันดับ 3 ของโลกในฐานะผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีแบรนด์ชั้นนำของเยอรมนีอย่าง Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการผลิตนี้ เพื่อเป็นการคาดการณ์อนาคต การจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในเยอรมนี มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย Federal Motor Transport Authority ได้คาดการณ์ว่าจะมีรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนถึง 10 ล้านคันภายในวันที่ 1 มกราคม 2030 ซึ่งจะส่งผลให้ยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนประมาณ 20-25% ของตลาดรถยนต์โดยรวม การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเยอรมนีในการก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไร้มลลพิษ ความท้าทายของอุดหนุน EV เยอรมนี ในปี 2024 อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ความสำเร็จของผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในเยอรมนีสำหรับปี 2024 นี้ อาจเต็มไปด้วยขวากหนาม การสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด EV มาโดยตลอด แต่โครงการเงินอุดหนุนยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลเยอรมันที่เดิมทีมีกำหนดสิ้นสุดในปี 2024 กลับถูกระงับอย่างกะทันหันในเดือนธันวาคม 2023 เนื่องจากการปรับปรุงงบประมาณประจำปี 2024 ศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนีได้ตัดสินให้เกิดการขาดดุลงบประมาณถึง 60 พันล้านยูโร ซึ่งนำไปสู่การยุติโครงการต่างๆ รวมถึงโครงการอุดหนุน EV
โครงการเงินอุดหนุนนี้เคยเสนอเงินช่วยเหลือสูงสุดถึง 6,750 ยูโรต่อคัน โดยเป็นเงินจากทั้งภาครัฐและผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งแตกต่างกันไปตามมูลค่าของรถยนต์ไฟฟ้า ณ วันที่ 1 มกราคม 2024 สำหรับรถยนต์ BEV ที่มีราคาไม่เกิน 45,000 ยูโร รัฐบาลกลางจะสนับสนุน 3,000 ยูโร และผู้ผลิตต้องสมทบอีก 1,500 ยูโร รวมเป็น 4,500 ยูโร แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาสูงกว่า 45,000 ยูโร จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการอุดหนุนอีกต่อไป การยกเลิกโครงการนี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และอาจชะลอการเติบโตของตลาด EV ในเยอรมนี การแข่งขันที่ทวีความรุนแรง: เทคโนโลยี, ซัพพลายเชน และการพึ่งพา นอกจากปัจจัยด้านเงินอุดหนุนแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมันยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ล้ำสมัยและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน เป็นสิ่งที่ทำให้เยอรมนีต้องเหลียวหลังมองแบรนด์อย่าง Tesla ที่ก้าวหน้าไปไกล และผู้ผลิตจากจีนที่กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยี EV ด้วยประสิทธิภาพและความล้ำสมัย ทำให้เกิดการ แข่งขัน EV ทั่วโลก ที่ดุเดือด ยิ่งไปกว่านั้น ความต้องการแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายังผลักดันให้ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมันต้องร่วมมือกับบริษัทในสหรัฐอเมริกาและเอเชียตะวันออก ทำให้เกิดการพึ่งพาเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานจากภายนอก และอาจส่งผลให้การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของตนเองเป็นไปอย่างเชื่องช้า แม้ว่าเยอรมนีจะมีความพยายามในการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตแบตเตอรี่ โดยบริษัทอย่าง Volkswagen ได้ร่วมมือกับ Northvolt เพื่อเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดแบตเตอรี่ EV ก็ตาม การแข่งขัน EV ทั่วโลก: จีนผงาด ญี่ปุ่นกำลังเผชิญความท้าทาย ภาพรวมของการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าปี 2024 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เราเคยคาดการณ์ว่าถนนจะเต็มไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้า และความน่ากลัวของการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างผู้ผลิตจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งผู้ผลิตจากจีนได้นำเสนอรถยนต์ที่น่าดึงดูดทั้งดีไซน์และคุณภาพ ที่ไม่ด้อยกว่าคู่แข่งจากตะวันตกแต่อย่างใด แต่ในขณะที่เรากำลังจับตาดูการแข่งขันนี้ เราอาจลืมมองผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญมาอย่างยาวนาน นั่นคือ “ญี่ปุ่น” ซึ่งมีแบรนด์รถยนต์ระดับโลกมากมายอย่าง Honda, Toyota, Nissan, Mazda, Suzuki และ Mitsubishi แต่กลับมีข่าวคราวเกี่ยวกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าออกมาน้อยมาก ทำให้เกิดคำถามว่า หรือว่าญี่ปุ่นกำลังจะพ่ายแพ้ใน “สงคราม EV” ที่พวกเขากำลังมองข้ามไป? สัญญาณอันตรายจากแดนอาทิตย์อุทัย: การตามหลังในยุค EV หากพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นยังคงตามหลังคู่แข่งอย่างมากในด้านการผลิตและจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งที่ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม ในปี 2022 รถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดมีสัดส่วนยอดขายทั่วโลกประมาณ 13% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 2.6% ในปี 2019 ขณะที่ในประเทศจีน ยานยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 20% แต่ในญี่ปุ่นกลับมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 2% เท่านั้น เมื่อพูดถึงผู้นำตลาด EV เรามักนึกถึง Tesla (สหรัฐอเมริกา), BYD (จีน) และ Volkswagen (เยอรมนี) แต่แทบไม่มีชื่อผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในกลุ่มผู้นำเหล่านี้ หรือติดอันดับ 20 อันดับแรกของยอดขาย EV ทั่วโลกเลย แม้ว่า Nissan และ Mitsubishi จะเคยเป็นผู้บุกเบิกด้วยการเปิดตัว Nissan Leaf และ i-MiEV เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้วก็ตาม แม้แต่ Toyota บริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพียง 24,000 คัน จากยอดขายรวม 10.5 ล้านคันในปี 2022 (ในขณะที่ Tesla ขายได้ 1.3 ล้านคัน) และยิ่งไปกว่านั้น รุ่น bZ4X รถ SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของ Toyota ยังต้องหยุดจำหน่ายชั่วคราวเนื่องจากปัญหาทางเทคนิค นักวิเคราะห์บางส่วนกังวลว่า การหยุดชะงักของการจำหน่าย EV ในช่วงเริ่มต้นนี้ อาจทำให้ญี่ปุ่นสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าโดยรวม มีนักวิจารณ์เปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในอดีตญี่ปุ่นเคยครองตลาด แต่กลับสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไปเพราะขาดนโยบายกีดกันการนำเข้าที่เหมาะสม ทำให้เสียเปรียบให้กับคู่แข่งที่คล่องตัวกว่าอย่างสหรัฐอเมริกาและไต้หวัน หากตัวเลขยอดขาย EV ของญี่ปุ่นยังคงลดลงเช่นนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นเจ้าแห่งการผลิตรถยนต์ อาจเผชิญกับจุดจบในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจและสังคมญี่ปุ่น เนื่องจากสัดส่วนการส่งออกรถยนต์คิดเป็น 20% ของการส่งออกทั้งหมด และงานในอุตสาหกรรมรถยนต์คิดเป็น 8% ของงานทั้งหมดในญี่ปุ่น ประกายแห่งความหวัง: ญี่ปุ่นเริ่มเดินหน้าสู่ยุค EV แม้จะเผชิญกับความท้าทาย แต่ก็ยังมีประกายแห่งความหวัง การก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ของ Akio Toyoda และการแต่งตั้ง Sato Koji ขึ้นมาแทน ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง โดย CEO คนใหม่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ Toyota ก้าวสู่การผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ในการแถลงข่าวครั้งแรก Sato Koji ได้ประกาศแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ถึง 10 รุ่น และตั้งเป้าเพิ่มยอดขาย EV เป็น 1.5 ล้านคันต่อปีภายในปี 2026 ด้าน Honda เองก็ไม่น้อยหน้า ประกาศแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 30 รุ่นภายในปี 2030 และได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Sony เพื่อวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในปี 2022 Nissan เองก็มีความเคลื่อนไหวอย่างแข็งขัน ด้วยแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 19 รุ่นภายในปี 2030 และผู้บริหารยืนยันว่า “การใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นแกนหลักของกลยุทธ์ของบริษัท” ความลังเลที่ต้องก้าวข้าม: อดีต vs. อนาคต
ความล่าช้าในการเริ่มต้นพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของญี่ปุ่นส่วนหนึ่งมาจากความยึดติดกับความสำเร็จในอดีต เป็นเรื่องปกติที่ผู้นำในอุตสาหกรรมจะลังเลที่จะยอมรับเทคโนโลยีใหม่ที่อาจบ่อนทำลายตำแหน่งเดิม วิศวกรที่มีประสบการณ์กับเครื่องยนต์ไฮบริดที่ซับซ้อน อาจมองว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่มีกลไกเรียบง่ายกว่านั้นไม่น่าสนใจ Sato Koji กล่าวว่า “ในอุตสาหกรรมนี้ ยังมีคนจำนวนมากที่ยังติดอยู่กับความคิดที่ว่ารถยนต์ต้องมีเครื่องยนต์” ผู้บริหารยังกังวลถึงผลกระทบต่อซัพพลายเออร์ เช่น Jatco เนื่องจากรถ EV ต้องการชิ้นส่วนน้อยกว่ารถยนต์สันดาปภายใน อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตรถยนต์คาดว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ EV จะเป็นไปได้ไม่ยาก เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เดิมพันกับไฮโดรเจน: ความเชื่อที่อาจสวนทางกับกระแสโลก ก่อนหน้านี้ ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า พลังงานไฮโดรเจนจะเป็นพลังงานหลักของโลก Toyota ถึงกับเคยเดิมพันอนาคตของอุตสาหกรรมด้วยการเชื่อว่าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนคืออนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า แม้ว่าอดีตนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe จะสนับสนุนนโยบาย “สังคมไฮโดรเจน” ของญี่ปุ่นก็ตาม แม้ว่าไฮโดรเจนจะมีบทบาทสำคัญในการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมหนัก เช่น การผลิตเหล็ก หรือการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถบรรทุกระยะไกล แต่การนำมาใช้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอาจไม่สมเหตุสมผลนัก แม้ว่าญี่ปุ่นจะลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับแล้วก็ตาม แต่ยอดขาย Toyota Mirai ในตลาดบ้านเกิดยังคงมีเพียง 7,500 คัน นโยบายภาครัฐ: การขาดแรงจูงใจและอุปสรรคต่อการเติบโต ในขณะที่รัฐบาลจีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ต่างให้เงินอุดหนุนผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนนโยบายด้านสภาพอากาศและอากาศที่สะอาด แต่ญี่ปุ่นกลับมีแนวทางที่แตกต่างออกไป รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดเป้าหมายให้รถยนต์ที่ออกขายทั้งหมดภายในปี 2035 เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฮบริดด้วย แต่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลญี่ปุ่นกลับมีเงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ใช้น้ำมันที่มากกว่ารถยนต์ EV นอกจากนี้ กฎระเบียบที่เข้มงวดหลายอย่างยังเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ EV โดยญี่ปุ่นมีสถานีชาร์จสาธารณะเพียง 1 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งเทียบเท่ากับเกาหลีใต้ แต่เกาหลีใต้มีพื้นที่เล็กกว่ามาก ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นคิดช้าเกินไปที่จะตามทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในตลาด EV ที่มีการแข่งขันสูง ซอฟต์แวร์ vs. ฮาร์ดแวร์: จุดอ่อนที่ต้องแก้ไข แม้ว่า Toyota จะมีประสบการณ์ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างรุ่น bZ4X ทั้งการออกแบบและผลิตจริง แต่การจะประสบความสำเร็จในตลาด EV นั้นไม่ง่าย การแข่งขันในตลาดนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และฟังก์ชันภายในรถเป็นหลัก ในขณะที่บริษัทญี่ปุ่นมักให้ความสำคัญกับฮาร์ดแวร์มากกว่า การสูญเสียฐานลูกค้า: สัญญาณเตือนสำหรับแบรนด์ญี่ปุ่น บริษัทวิจัย S&P Global Mobility ชี้ให้เห็นถึงผลการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ว่าบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังค่อยๆ สูญเสียลูกค้าประจำ โดยเฉพาะในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา แบรนด์อย่าง Toyota และ Honda ที่เคยครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน กำลังถูกลืมไปทีละน้อย ผลการวิจัยยังระบุว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนมาใช้รถ EV ในปี 2022 นั้น มาจาก Toyota และ Honda เป็นจำนวนมาก ซึ่งหมายความว่า สองยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นยิ่งต้องทำงานหนักขึ้นไปอีก เพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้กลับมาสนใจแบรนด์ของตนอีกครั้ง บทสรุป: ก้าวสู่ยุคใหม่ หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง? เมื่อเทรนด์โลกกำลังเปลี่ยนไป ผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวได้อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เรายังไม่สามารถฟันธงได้ว่า การที่ Toyota หรือ Honda ยังไม่เร่งเครื่องเต็มที่ในกระแส EV นั้น เป็นเพราะพวกเขากำลังซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ หรือเพราะไม่รู้จะหาจุดแข็งจุดไหนมาแข่งขัน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนกำลังไล่จี้เข้ามาอย่างรวดเร็ว และหากยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นไม่ลงมือทำอะไรอย่างจริงจังในเร็ววัน ก็อาจเหลือเพียงประวัติศาสตร์ความสำเร็จให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ในฐานะผู้ที่ติดตามอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างใกล้ชิด ผมเชื่อว่าการปรับตัวอย่างรวดเร็ว การลงทุนในเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง และการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้ และกลับมามีบทบาทสำคัญในยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า
หากคุณคือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด EV ทั่วโลก โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เราพร้อมที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืนไปด้วยกัน
Previous Post

N1907008_ไม ได ต งใจร ก ตอนจบ Phongdanai Champadorn_part2

Next Post

N1907007_ไม ได ต งใจร ก EP.1 EP.3 Phongdanai Champadorn_part2

Next Post

N1907007_ไม ได ต งใจร ก EP.1 EP.3 Phongdanai Champadorn_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2307087_(จบ) พ อแม ม อใหม อย าไว ใจใครจนล มปกป องล ก เพราะความประมาทคร งเด_part2
  • N2307088_Ep1 ม ตรภาพปรส ต สงสาสารเพ อนให เพ อนเก ามานอนบ าน แต เพ อนพาผ ช_part2
  • N2307086_Ep4 ไรเดอร พ นล านก บย ยประธานเซเว น เม อความจร งเร มเป ดเผย ขน นพ_part2
  • N2307085_Ep1 ไรเดอร พ นล านก บย ยประธานเซเว น ท งค เป นเศรษฐ พ นล านท ซ อน_part2
  • N2307089_Ep1 พ อแม ม อใหม พ อแม เก อบเส ยล กต งแต หน าห องคลอดเม อชายปลอมต_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • July 2026
  • June 2026
  • May 2026
  • March 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.