
Mercedes-AMG Driving Experience 2018: ปลุกอะดรีนาลีน สัมผัสสุดยอดสมรรถนะ ‘รถยนต์สปอร์ต AMG’ ณ สนามช้าง
ในปลายปี 2561 ที่ผ่านมา วงการยานยนต์สปอร์ตในประเทศไทยได้สั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย นำโดยผู้บริหารคนใหม่ล่าสุด โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร, และ ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด ได้เปิดศักราชใหม่แห่งประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ ด้วยการจัดกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมเผยโฉมรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง 3 รุ่น ที่พร้อมจะสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับบรรดานักขับตัวจริง
นี่คือครั้งแรกในประเทศไทยที่ได้รวบรวมทัพรถยนต์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ครบทุกเซ็กเมนต์ กว่า 9 รุ่น มาให้สื่อมวลชนและลูกค้าคนพิเศษ ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการเปิดตัวยนตรกรรมใหม่ แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ Mercedes-AMG ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงชั้นนำของโลก และมอบโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ปลุกศักยภาพการขับขี่ของตนเองให้ถึงขีดสุด ภายใต้การดูแลของทีมผู้ฝึกสอนระดับแชมป์มอเตอร์สปอร์ต
การเปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ต 3 รุ่น แรงบันดาลใจใหม่สำหรับนักขับ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้เปิดตัวรถยนต์ไฮไลท์ 3 รุ่นที่สะท้อนถึงความหลากหลายและสมรรถนะอันโดดเด่นของแบรนด์
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นปรับโฉม 2019 (ประกอบในประเทศ): รุ่นปรับโฉมนี้ มาพร้อมกับการปรับปรุงทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะ และประสบการณ์ภายในห้องโดยสารที่สปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยราคา 4,220,000 บาท สะท้อนถึงความคุ้มค่าสำหรับผู้ที่มองหารถสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูงในชีวิตประจำวัน
Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+: ยนตรกรรมซูเปอร์สปอร์ตซีดานที่เปี่ยมด้วยพละกำลังมหาศาล เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 612 แรงม้า และแรงบิด 850 นิวตันเมตร ด้วยราคา 12,790,000 บาท เป็นการท้าชนกับคู่แข่งในพิกัดเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ
Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic รุ่นปรับโฉม 2019 (ประกอบในประเทศ): สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความปราดเปรียวในดีไซน์คูเป้ พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย เครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบไฮบริด Mild Hybrid 48 โวลต์ (EQ Boost) รุ่นนี้ มาในราคา 3,450,000 บาท พร้อมการประกอบในประเทศ ถือเป็นการรุกตลาดกลุ่มสปอร์ตคูเป้ขนาดเล็กลงมาอย่างน่าสนใจ
การเปิดตัวรถยนต์ทั้ง 3 รุ่นนี้ แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ครอบคลุมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ที่ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าปัจจุบัน แต่ยังขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ที่กำลังมองหารถยนต์สมรรถนะสูงและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
Mercedes-AMG Driving Experience 2018: นิยามใหม่ของการขับขี่ที่พลิกโฉม
หัวใจหลักของกิจกรรมนี้ คือการมอบประสบการณ์อันล้ำค่าที่หาได้ยาก ผ่าน Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย การรวมตัวของรถยนต์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี กว่า 9 รุ่น จากทุกเซ็กเมนต์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการนำเสนอ “Driving Performance” ซึ่งเป็นแก่นแท้ของทุกผลิตภัณฑ์
โรลันด์ โฟลเกอร์ กล่าวถึงความสำคัญของแบรนด์ Mercedes-AMG ในประเทศไทยว่า “นับตั้งแต่เราได้เปิดตัวแบรนด์ Mercedes-AMG ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ พร้อมกลยุทธ์การตลาดที่หลากหลาย เราได้รับการตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์สมรรถนะสูง โดยเห็นได้จากยอดขายรถยนต์ Mercedes-AMG ทั่วโลกที่สูงถึงกว่า 130,000 คันในปี 2560”
ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ เสริมว่า “ความสำเร็จของแบรนด์ Mercedes-AMG ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา เรามียอดขายเติบโตสูงถึงประมาณ 350% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า เพื่อรักษาการเติบโตที่ยั่งยืนนี้ เราจึงเดินหน้ากลยุทธ์การวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง และเตรียมแผนรองรับกลุ่มลูกค้า Mercedes-AMG ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่กำลังมองหารถยนต์ประเภทนี้”
การสร้างสรรค์คอมมูนิตี้ ‘World’s Fastest Family’
เพื่อเป็นการตอบสนองต่อการเติบโตดังกล่าว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้เปิดตัวคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะของรถยนต์ Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ นั่นคือ Mercedes-AMG Driving Experience 2018 กิจกรรมนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทุกคนจะได้เป็นส่วนหนึ่งของ “World’s Fastest Family” สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นยิ่งกว่าที่เคย
ไฮไลท์ของ Mercedes-AMG Driving Experience 2018
กิจกรรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสกับสมรรถนะสูงสุดของรถยนต์ Mercedes-AMG ผ่านการทดสอบหลากหลายรูปแบบ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยมีไฮไลท์สำคัญดังนี้:
สัมผัสทัพรถยนต์ AMG ครบตระกูล: เป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสและทดสอบรถยนต์ Mercedes-AMG ครบทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่รถคอมแพค, ซีดาน, SUV, ไปจนถึงสปอร์ตคูเป้และโรดสเตอร์ในตระกูล AMG GT
4 สถานีฝึกทักษะการขับขี่ระดับมืออาชีพ: ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมทักษะการขับขี่ที่เข้มข้นใน 4 สถานีหลัก ประกอบด้วย:
สถานีที่ 1: “Brake and Swerve” การทดสอบระบบเบรกและระบบความปลอดภัย (ESP®, ABS) รวมถึงการประเมินการตอบสนองของผู้ขับขี่ต่อสภาวะฉุกเฉิน ผู้ขับขี่จะได้ฝึกหักหลบสิ่งกีดขวางอย่างฉับพลันภายใต้การควบคุมของรถ
สถานีที่ 2: “ESP® Exercise” จำลองสถานการณ์คับขันที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยทดสอบทักษะการควบคุมพวงมาลัยและการใช้สายตาภายใต้การทำงานของระบบ ESP® เพื่อรักษาทิศทางของรถ
สถานีที่ 3: “Motorkhana” การทดสอบการขับขี่ในสนามจำลองที่มีอุปสรรคต่างๆ การวัดความเร็วและสมาธิของผู้ขับขี่ในการควบคุมรถให้เร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุด โดยมีการลงโทษหากชนสิ่งกีดขวาง
สถานีที่ 4: “Cornering Theory” การฝึกฝนเทคนิคการเข้าโค้งในสนามจริง เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เรียนรู้การควบคุมความเร็ว การเลือกไลน์ และจุด Apex ที่เหมาะสมสำหรับการออกจากโค้งอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ผู้ฝึกสอนระดับแชมป์: การฝึกอบรมทั้งหมดดำเนินการโดยทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งเป็นดีกรีแชมป์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ทำให้ผู้เข้าร่วมได้รับคำแนะนำและเทคนิคที่ถูกต้องแม่นยำ
รับประกาศนียบัตร: ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการผ่านการฝึกอบรม ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการพัฒนาทักษะการขับขี่ที่ได้รับการยอมรับ
เจาะลึกรายละเอียดของยนตรกรรมไฮไลท์
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé (Minorchange 2019)
รถสปอร์ตคูเป้ที่ได้รับการปรับปรุงครั้งสำคัญนี้ เน้นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าเดิมในทุกมิติ
ดีไซน์ภายนอก: โดดเด่นด้วยกระจังหน้า AMG ดีไซน์ใหม่, ฝากระโปรงหน้าที่ปรับเส้นสายให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น, สเกิร์ตข้างที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์, ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาของ AMG, สปอยเลอร์หลังดีไซน์ใหม่, ดิฟฟิวเซอร์ท้าย, ท่อไอเสียคู่สไตล์สปอร์ต, และไฟหน้า MULTIBEAM LED อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ
ดีไซน์ภายใน: ห้องโดยสารตกแต่งด้วยเบาะนั่ง AMG Sport Seat หุ้มหนังแท้ พร้อมฟังก์ชันอุ่นและเย็น, แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ที่สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ (Classic, Sport, Progressive), พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel ท้ายตัด หุ้มหนัง Nappa, และ Touchpad ใหม่สำหรับควบคุมระบบต่างๆ
นวัตกรรมและเทคโนโลยี: ติดตั้งชุดคำสั่ง AMG ที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น อุณหภูมิของเหลว, การตั้งค่าต่างๆ (Setup), แรง G-Force, การจับเวลา (Race Timer), และข้อมูลเครื่องยนต์ (Engine data) รวมถึงระบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่มี 5 โหมดการขับขี่ (Comfort, Sport, Sport Plus, Individual, Slippery)
ราคา: 4,220,000 บาท
Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+
นิยามใหม่ของซีดานสมรรถนะสูง ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับพละกำลังอันดุร้าย
สมรรถนะ: เครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 612 แรงม้า และแรงบิด 850 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที พร้อมระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT MCT 9 สปีด และระบบคลัตช์เปียก (wet start-off clutch) เพื่อการตอบสนองที่เฉียบคม
ดีไซน์ภายใน: เบาะนั่ง AMG Performance Seat, หน้าจอ COMAND® ความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว, ระบบไฟ Ambient Light 64 สี, และระบบเสียง Burmester® high-end 3D surround sound system
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยี: ระบบ AMG DYNAMIC SELECT, PRE-SAFE®, Distance Pilot DISTRONIC, Apple CarPlay™, Head-up display, และ Bluetooth
ราคา: 12,790,000 บาท (นำเข้าทั้งคันจากเยอรมนี)
Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic (Minorchange 2019)
ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวและเทคโนโลยี EQ Boost
ดีไซน์ภายนอก: การออกแบบด้านหน้าและท้ายรถที่ทันสมัย, ล้ออัลลอยน้ำหนักเบา, ไฟหน้า MULTIBEAM LED, ระบบกันสะเทือน AMG Sports Suspension Based on AIR BODY CONTROL, และระบบกันสะเทือน DYNAMIC BODY CONTROL
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี EQ Boost (Mild Hybrid 48 โวลต์) ให้การตอบสนองที่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
ดีไซน์ภายใน: เบาะนั่งสปอร์ต, แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 10.25 นิ้ว, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์ใหม่, ระบบไฟ Premium Ambient Light 64 สี, และหลังคาแก้ว Panoramic Sliding Sunroof
ระบบช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัย: ระบบ ATTENTION ASSIST, ถุงลมนิรภัย 7 ลูก 9 ตำแหน่ง
ราคา: 3,450,000 บาท (ประกอบในประเทศ)
ก้าวข้ามขีดจำกัดของคุณเอง
Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมการทดสอบรถยนต์ แต่เป็นการมอบประสบการณ์ที่จะปลุกเร้าสัญชาตญาณการขับขี่ที่แท้จริง ให้คุณได้สัมผัสถึงศักยภาพสูงสุดของตนเองและของยนตรกรรม เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลก
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความเร็ว และความแม่นยำ การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Mercedes-AMG คือก้าวสำคัญที่จะพาคุณไปสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร อย่าพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสกับยนตรกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นจากความมุ่งมั่นใน “Driving Performance” และค้นพบศักยภาพใหม่ๆ ในตัวคุณเอง ติดต่อผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์และเมอร์เซเดส-เอเอ็มบี ทั่วประเทศ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและเริ่มต้นประสบการณ์สุดพิเศษของคุณวันนี้