
Mercedes-AMG Driving Experience 2018: ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ สัมผัสจิตวิญญาณแห่งความเร็ว ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
ในวงการยานยนต์สมรรถนะสูง โดยเฉพาะกลุ่มรถสปอร์ตพรีเมียม ชื่อของ Mercedes-AMG คือหนึ่งในแบรนด์ที่เปรียบเสมือนยอดปรารถนาของนักขับผู้หลงใหลในความแรงและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา Mercedes-Benz ประเทศไทย ได้ตอกย้ำภาพลักษณ์นี้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ที่ผสานความหรูหราเข้ากับสมรรถนะการขับขี่อันเป็นเลิศ จนได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาสิ่งที่ดีที่สุดในการขับเคลื่อน บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกประสบการณ์สุดพิเศษกับการเปิดตัวรถสปอร์ตสมรรถนะสูง 3 รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้าและสื่อมวลชน
เปิดตัว 3 ยนตรกรรมแรง สู่ตลาดรถหรูปี 2019
Mercedes-Benz ประเทศไทย ประเดิมความแรงในช่วงปลายปี ด้วยการเปิดตัวรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง 3 รุ่นใหม่ ที่พร้อมจะสร้างปรากฏการณ์ในตลาดรถยนต์พรีเมียม โดยเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบรถยนต์สมรรถนะสูงที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ รถทั้ง 3 รุ่นที่เปิดตัวในครั้งนี้ ได้แก่:
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นปรับโฉม 2019: สำหรับรุ่นนี้ เป็นการยกระดับ C-Class Coupé ให้มีความสปอร์ตและทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยการปรับปรุงดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมการปรับแต่งสมรรถนะจาก AMG โดยเฉพาะ รุ่นนี้ผลิตในประเทศ และมาพร้อมราคาที่น่าสนใจ 4,220,000 บาท ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสสมรรถนะ AMG ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+: นี่คือสุดยอดสปอร์ตซุปเปอร์ซาลูน ที่มาพร้อมขุมพลังมหาศาลถึง 600 แรงม้า และแรงบิดอันดุดัน 850 นิวตันเมตร ยกระดับมาตรฐานของ E-Class ให้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ด้วยเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ขนาด 4.0 ลิตร และระบบขับเคลื่อน 4MATIC+ ที่ส่งพละกำลังลงพื้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยราคา 12,790,000 บาท รถรุ่นนี้พร้อมท้าชนกับคู่แข่งระดับหัวแถวในตลาดอย่าง BMW M5 ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic รุ่นปรับโฉม 2019: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสไตล์สปอร์ตคูเป้ ดีไซน์ปราดเปรียว แต่ยังต้องการประสิทธิภาพที่เหนือกว่ารุ่นมาตรฐาน Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic คือคำตอบ โดยรุ่นนี้ได้รับการปรับโฉมให้ทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่ผสานการทำงานกับระบบไฮบริดจิ๋ว 48V (EQ Boost) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและสมรรถนะ การผลิตในประเทศพร้อมราคา 3,450,000 บาท ถือเป็นการกดราคาเพื่อกระตุ้นความต้องการในกลุ่มเศรษฐีไทยที่มองหารถยนต์ดีไซน์โดดเด่นพร้อมสมรรถนะที่น่าประทับใจ
Mercedes-AMG Driving Experience 2018: สัมผัสขีดจำกัดใหม่แห่งการขับขี่
นอกจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แล้ว สิ่งที่ทำให้งานครั้งนี้พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก คือการจัดกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ซึ่งถือเป็นการจัดกิจกรรมนี้ครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของลูกค้า และสื่อมวลชน ให้ได้สัมผัสถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถยนต์ตระกูล Mercedes-AMG อย่างแท้จริง กิจกรรมนี้ได้รวบรวมรถยนต์ Mercedes-AMG กว่า 9 รุ่น จากทุกเซ็กเมนต์ มาให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองขับกันอย่างเต็มพิกัด ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสนามแข่งมาตรฐานระดับโลก
บทบาทใหม่ของโรลันด์ โฟลเกอร์ และความสำเร็จของแบรนด์ AMG
คุณโรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหารคนใหม่ของ Mercedes-Benz ประเทศไทย ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนแบรนด์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ในประเทศไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยกล่าวว่า นับตั้งแต่การเปิดตัวแบรนด์ Mercedes-AMG ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมการนำเสนอผลิตภัณฑ์และการตลาดที่หลากหลาย เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตระดับแนวหน้าของโลก ส่งผลให้แบรนด์ Mercedes-Benz ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าที่ต้องการรถยนต์สมรรถนะสูง โดยมีสถิติยอดขายรถยนต์ Mercedes-AMG ทั่วโลกสูงถึงกว่า 130,000 คัน ในปี พ.ศ. 2560 ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมและการยอมรับในคุณภาพและสมรรถนะของแบรนด์
“Driving Performance” หัวใจหลักของ Mercedes-AMG
ปรัชญาหลักของแบรนด์ Mercedes-AMG คือ “Driving Performance” ซึ่งสะท้อนผ่านทุกผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด ไปจนถึงระบบความปลอดภัยที่ครบครัน วิศวกรของ AMG ให้ความสำคัญสูงสุดกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และการควบคุมรถยนต์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกครั้งที่ผู้ขับขี่อยู่หลังพวงมาลัย จะได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและมั่นใจในทุกสถานการณ์
การจัดกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ครั้งแรกในประเทศไทย จึงเป็นการสานต่อปรัชญาดังกล่าว พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้เทคนิคการควบคุมรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง ตั้งแต่ 180 ไปจนถึง 600 แรงม้า ภายใต้การดูแลของทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพที่มีดีกรีแชมป์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-21 ตุลาคม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีสื่อมวลชนและลูกค้า Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG เข้าร่วมกว่า 600 ท่าน
กลยุทธ์การเติบโตที่ยั่งยืน และการขยายฐานลูกค้า AMG
คุณฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาดของ Mercedes-Benz (ประเทศไทย) ได้กล่าวถึงความสำเร็จของแบรนด์ Mercedes-AMG ในประเทศไทยว่า “การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ช่วยให้แบรนด์ Mercedes-AMG ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา มียอดขายเติบโตสูงขึ้นถึงประมาณ 350% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า”
เพื่อรักษาการเติบโตนี้ไว้ ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนรองรับกลุ่มลูกค้า Mercedes-AMG ที่เพิ่มมากขึ้น และยังมุ่งเป้าไปที่การเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่สนใจรถยนต์กลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น
Mercedes-AMG Driving Experience: ก้าวสู่ “World’s Fastest Family”
ด้วยเหตุนี้ Mercedes-Benz ประเทศไทย จึงได้ริเริ่มการสร้างคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์แกร่งในตระกูล Mercedes-AMG ขึ้นมา ภายใต้ชื่อกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “World’s Fastest Family” ควบคู่ไปกับการเปิดตัวรถยนต์ Mercedes-AMG 2 รุ่นล่าสุด ได้แก่ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé และ Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ รวมถึง Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic ซึ่งบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน
ไฮไลท์สุดพิเศษ: สัมผัส AMG ครบตระกูล ณ สนามแข่ง
หัวใจสำคัญของกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 คือโอกาสที่ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสและทดสอบรถยนต์ Mercedes-AMG ครบทั้งตระกูลเป็นครั้งแรกอย่างใกล้ชิด ปัจจุบัน แบรนด์ Mercedes-AMG มีรถยนต์วางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 11 รุ่น ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์คอมแพค, ซาลูน, SUV, ไปจนถึงรถสปอร์ตตระกูล AMG GT ทั้งรุ่นที่ผลิตในประเทศและนำเข้า
กิจกรรมนี้ถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย พร้อมการทดสอบ 4 สถานีสุดท้าทาย ที่จำลองสถานการณ์การขับขี่จริงบนสนามแข่ง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกฝนทักษะการขับขี่ขั้นสูง และทำความเข้าใจถึงสมรรถนะ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอันก้าวล้ำที่เป็นหัวใจหลักของรถยนต์ Mercedes-AMG ทุกรุ่น หลังจากการฝึกอบรม ผู้ขับขี่จะมีความเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากสมรรถนะอันทรงพลังของรถยนต์ได้อย่างเต็มศักยภาพ
ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากบริษัทฯ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงประสบการณ์สุดพิเศษนี้
แนะนำ 3 รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในงาน:
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé (รุ่นประกอบในประเทศ): รุ่นปรับโฉมของ C-Class Coupé ที่ได้รับการยกระดับทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะ และความสปอร์ต การปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์ ดีไซน์ภายนอกที่ดูดุดันยิ่งขึ้น พร้อมการตกแต่งภายในที่เน้นความหรูหราและสปอร์ตยิ่งขึ้น เป็นการผสมผสานที่ลงตัวสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่มีสไตล์และสมรรถนะ
Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+: สุดยอดสมรรถนะของ E-Class ด้วยเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 612 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.4 วินาที เป็นนิยามใหม่ของซีดานสมรรถนะสูง ที่ผสานความหรูหรา ความสบาย และสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์เข้าไว้ด้วยกัน
Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic (รุ่นประกอบในประเทศ): ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ในกลุ่ม Dream Car ที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยว เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.5 ลิตร ผสานระบบ EQ Boost 48V เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมัน พร้อมชุดแต่ง AMG Dynamic สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและมีสไตล์
รายละเอียดสถานีทดสอบ: ฝึกทักษะ เพิ่มความมั่นใจ
กิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทักษะการขับขี่ และความเข้าใจในระบบต่างๆ ของรถยนต์ ผ่าน 4 สถานีทดสอบที่จำลองสถานการณ์จริง:
สถานีที่ 1: “Brake and Swerve”
สถานีนี้ทดสอบประสิทธิภาพของระบบเบรก ระบบความปลอดภัย เช่น ESP® และ ABS รวมถึงการตอบสนองของผู้ขับขี่ ผู้เข้าร่วมจะได้ขับรถด้วยความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. และเมื่อมีสัญญาณไฟกระพริบ ต้องทำการเบรกและหักหลบสิ่งกีดขวางตามทิศทางที่กำหนด เพื่อฝึกการตัดสินใจและควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน
สถานีที่ 2: “ESP® Exercise”
จำลองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การมีสิ่งกีดขวางปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ผู้ขับขี่จะได้ทดสอบการควบคุมรถเมื่อต้องหักหลบสิ่งกีดขวางโดยไม่เหยียบเบรก และต้องควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางที่ต้องการ โดยการใช้สายตามองไปยังทิศทางที่ต้องการบังคับรถ สถานีนี้จะแสดงให้เห็นถึงการทำงานของระบบ ESP® ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพและลดความเร็วของรถยนต์ลง
สถานีที่ 3: “Motorkhana”
สถานีนี้จำลองจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต โดยให้ผู้เข้าร่วมขับรถในสนามจำลองที่มีอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้เข้าเส้นชัยให้เร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุด การชนสิ่งกีดขวาง (เช่น ไพลอน) จะมีผลต่อเวลาที่บันทึก เป็นการฝึกสมาธิ ความแม่นยำ และการกะระยะในการขับขี่
สถานีที่ 4: “Cornering Theory”
สถานีทดสอบการเข้าโค้งบนพื้นที่สนามจริง 4 โค้ง ที่มีความแตกต่างกันในด้านความกว้าง ผู้ขับขี่จะได้ทดสอบการควบคุมความเร็ว การเลือกไลน์ที่เหมาะสม และการใช้คันเร่งเพื่อออกจากโค้งได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย พร้อมสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงจุดเบรก จุดหักเลี้ยว และ Apex (จุดที่สามารถเร่งคันเร่งเพื่อออกจากโค้งได้)
เจาะลึกเทคโนโลยีและสมรรถนะ: Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé (รุ่นประกอบในประเทศ)
ดีไซน์ภายนอก:
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นปรับโฉม 2019 โดดเด่นด้วยกระจังหน้า AMG ดีไซน์สปอร์ตพร้อมลายเส้นคู่สีเงิน ฝากระโปรงหน้าปรับแต่งเส้นสายใหม่ให้สวยงามยิ่งขึ้น โครงสร้างบังคับทิศทางลมได้รับการออกแบบเพื่อการไหลเวียนอากาศที่ดี สเกิร์ตข้างเข้าคู่กับล้ออัลลอยน้ำหนักเบาของ AMG การพัฒนาล้ออัลลอยนี้มีส่วนสำคัญต่อหลักอากาศพลศาสตร์ การรีดน้ำหนัก และการระบายความร้อนระบบเบรก
ส่วนท้ายรถมาพร้อมโครงสร้างบังคับทิศทางลมที่สะดุดตา ดิฟฟิวเซอร์สไตล์ใหม่ ท่อไอเสียคู่ทรงกลม ดีไซน์ประตูไร้ขอบ กระจกมองข้างสีดำแบบลอยตัว ขอบตกแต่งสีดำเงา และเส้นสายที่ยาวต่อเนื่องตลอดลำตัว รถมาพร้อม AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง) และเทคโนโลยีไฟหน้า MULTIBEAM LED ที่มีคุณสมบัติพิเศษเหนือกว่า LED มาตรฐาน เช่น ระบบไฟส่องสว่างขณะขับผ่านสี่แยก วงเวียน หรือในสภาพอากาศเลวร้าย พร้อมหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
ดีไซน์ภายใน:
ห้องโดยสารตกแต่งด้วยเบาะนั่ง AMG Sport Seat หุ้มด้วยหนังแท้ พร้อมระบบอุ่นและระบายความร้อน 3 ระดับ เบาะได้รับการออกแบบเพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่ขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง พนักพิงศีรษะดีไซน์พิเศษเพิ่มความสปอร์ต แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว สามารถเลือกโหมดการแสดงผลได้ 3 แบบ คือ Classic, Sport และ Progressive ระบบปฏิบัติการใช้งานง่าย มีความยืดหยุ่นสูง
พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel ดีไซน์สปอร์ตท้ายตัด หุ้มหนัง Nappa leather ควบคุมคำสั่งและก้านต่างๆ ได้สะดวก คันเกียร์ที่คอพวงมาลัยใช้วัสดุโลหะ รองรับโหมดเกียร์ธรรมดา พร้อม Touchpad 2 ข้าง ที่คอพวงมาลัย ซึ่งเป็นอุปกรณ์ใหม่ ด้านซ้ายควบคุมแผงหน้าปัดและ Cruise Control ด้านขวาควบคุมระบบมัลติมีเดีย โทรศัพท์ และระบบสั่งการด้วยเสียง
รุ่น AMG C43 Minor change 2019 ติดตั้งระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 10.25 นิ้ว ทำงานร่วมกับ MB Audio 20 พร้อม Touchpad และ Controller ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® และการตกแต่งภายในด้วย AMG matt Silver glass-fibre
นวัตกรรมและเทคโนโลยี:
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé มาพร้อมชุดคำสั่ง AMG ที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น
หน้าจออุณหภูมิของเหลว (Warm-up): แสดงอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และแรงดันในโหมด Boost
หน้าจอการตั้งค่า (Setup): แสดงข้อมูลโหมดการขับขี่, ระบบช่วงล่าง, โหมดไอเสีย, การตั้งค่า ESP® และเกียร์
หน้าจอแรงจี (G-Force): แสดงแรงจีปัจจุบัน และให้คำแนะนำในการขับขี่
หน้าจอจับเวลา (Race Timer): สำหรับจับเวลาต่อรอบ แสดงรอบที่เร็วที่สุด/ช้าที่สุด ระยะทาง และความเร็วเฉลี่ย
หน้าจอข้อมูลเครื่องยนต์ (Engine data): แสดงแรงบิดและกำลังเครื่องยนต์แบบกราฟแท่ง รวมถึงแรงดัน Boost
นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอดิจิทัลแสดงความเร็วและเกียร์ปัจจุบัน เมื่อเปิดโหมดเกียร์ธรรมดา (สัญลักษณ์ M สีเหลือง) รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมระบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่มี 5 โหมด: Comfort, Sport, Sport Plus, Individual และ Slippery (สำหรับสภาพถนนเปียก)
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นปรับโฉม 2019 ประกอบในประเทศ ราคา 4,220,000 บาท
เจาะลึกเทคโนโลยีและสมรรถนะ: Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+
นิยามใหม่ของซีดานสมรรถนะสูง:
Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ คือสุดยอดซีดานที่ได้รับการปรับปรุงสมรรถนะให้ก้าวข้ามขีดจำกัด ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 612 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่เคยติดตั้งใน E-Class
เทคโนโลยี CDS (Cylinder Deactivation System) ช่วยลดการทำงานที่สูญเปล่าของเครื่องยนต์และเพิ่มอายุการทำงานของลูกสูบ มาพร้อมกับระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT MCT 9 สปีด ที่มีคลัตช์เปียก (wet start-off clutch) เป็นครั้งแรก เพื่อการตอบสนองที่คล่องตัวยิ่งขึ้น
ดีไซน์ภายใน:
ภายในมาพร้อมเบาะ AMG Performance Seat, ชุดหน้าจอความละเอียดสูง COMAND® ขนาด 12.3 นิ้ว ที่เลือกได้ 3 แบบ (Classic, Sport, Progressive), ระบบไฟ Ambient Light 64 สี, และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® high-end 3D surround sound system
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยี:
ระบบ AMG DYNAMIC SELECT, PRE-SAFE®, ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า (Distance Pilot DISTRONIC), Apple CarPlay™, Head-up display, และ Bluetooth
ข้อมูลเครื่องยนต์:
ประเภท: เบนซิน V8 เทอร์โบคู่
ปริมาตรความจุ: 3,982 ซีซี
กำลังสูงสุด: 612 แรงม้า ที่ 5,750-6,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด: 850 นิวตันเมตร ที่ 2,500-4,500 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.4 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 250 กม./ชม.
Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ นำเข้าทั้งคันจากเยอรมนี ราคา 12,790,000 บาท
เจาะลึกเทคโนโลยีและสมรรถนะ: Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic (รุ่นประกอบในประเทศ)
ดีไซน์ภายนอก:
Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ มาพร้อมการออกแบบด้านหน้าและท้ายรถใหม่ที่โฉบเฉี่ยว ล้ออัลลอยน้ำหนักเบา เทคโนโลยีไฟหน้า MULTIBEAM LED พร้อมระบบไฟสูง ULTRA RANGE Highbeam ระบบกันสะเทือนแบบ AMG Sports Suspension Based on AIR BODY CONTROL ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เพลิดเพลิน
ดีไซน์ภายใน:
ภายในโดดเด่นด้วยเบาะนั่งสปอร์ต, แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 10.25 นิ้ว, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์ใหม่, ระบบไฟ Premium Ambient Light 64 สี, ระบบปรับอากาศ, ระบบเครื่องเสียง Burmester® surround sound system, และหลังคาแก้ว panoramic sliding sunroof
มาตรวัดแบบสปอร์ต TFT thin film transistor ล้อมกรอบด้วยพลาสติกสีเงินยวง แสดงผลคล้ายจอคอมพิวเตอร์ พร้อมมาตรวัดรอบเครื่องยนต์และความเร็ว รวมถึง Multi Information Display ที่แสดงข้อมูลต่างๆ เช่น โหมดขับเคลื่อน, อุณหภูมิภายนอก, ตำแหน่งเกียร์, อัตราสิ้นเปลือง, ระบบนำทาง, และระบบความปลอดภัย
LED Interior Technology:
ไฟ Welcome light และไฟ LED ภายในห้องโดยสาร 64 เฉดสี สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและนุ่มนวล ไฟ LED ที่แผงประตูและคอนโซลกลาง ทำให้ห้องโดยสารมีความน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น การเลือกใช้หลอด LED ให้โทนสีที่แสดงออกถึงความรู้สึกอบอุ่น
ระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัย:
มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มากมายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น ระบบ ATTENTION ASSIST และถุงลมนิรภัย 7 ลูก 9 ตำแหน่ง
ก้าวต่อไปของความเร้าใจบนท้องถนน
กิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของลูกค้า สื่อมวลชน และผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะของรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ให้ได้สัมผัสกับจิตวิญญาณแห่งความเร็ว เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และทักษะการขับขี่ขั้นสูงอย่างแท้จริง หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันเป็นเลิศและการขับเคลื่อนที่เร้าใจ นี่คือโอกาสที่คุณจะได้สัมผัสกับนิยามใหม่แห่งความเร็ว หากคุณพร้อมที่จะปลดปล่อยศักยภาพของตนเอง และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าที่เคย อย่าพลาดที่จะติดต่อผู้จำหน่าย Mercedes-Benz เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นใหม่ และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สุดพิเศษนี้.