• Privacy Policy
newsthailan.nataviguides.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.nataviguides.com
No Result
View All Result

N0207015_เล ยงล กต ดผ วมา 18 ป … ว นหน งแม แท กล บมาบอก กล บไปอย ก บแม นะ_part2

admin79 by admin79
June 26, 2026
in Uncategorized
0
N0207015_เล ยงล กต ดผ วมา 18 ป ... ว นหน งแม แท กล บมาบอก กล บไปอย ก บแม นะ_part2 Mercedes-AMG: ปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะและความหรูหรา เปิดศักราชใหม่ 2025 ด้วย 3 ยนตรกรรมสุดเร้าใจ ในโลกแห่งยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง การก้าวเข้าสู่ปี 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่วงการยานยนต์ระดับพรีเมียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Mercedes-Benz ได้เตรียมต้อนรับด้วยการเปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมที่จะมานิยามนิยามของสมรรถนะ ความหรูหรา และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ จากค่ายดาวสามแฉก สู่ปรากฏการณ์แห่งขุมพลัง AMG ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยในปีนี้ Mercedes-Benz Thailand ได้ประกาศศักดาด้วยการส่ง 3 สุดยอดยนตรกรรมภายใต้รหัส “AMG” ออกมาเขย่าตลาดอย่างเป็นทางการ สร้างความฮือฮาและดึงดูดใจบรรดาสิงห์นักเลงรถผู้หลงใหลในความแรงและสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา การเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่นี้ ประกอบด้วย Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้เรือธง ที่มาพร้อมสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์, Mercedes-AMG G63 ไอคอนแห่งขุมพลังออฟโรดสุดหรูที่ได้รับการขัดเกลาให้ยิ่งสมบูรณ์แบบ และ Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ โรดสเตอร์สุดคลาสสิกที่ผสมผสานความสปอร์ตและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งสามรุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่คือผลลัพธ์ของการผสานสุดยอดวิศวกรรม ความใส่ใจในรายละเอียด และปรัชญา “One Man, One Engine” อันเป็นหัวใจสำคัญของ AMG ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หาตัวจับได้ยาก Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: สุดยอดแห่งสมรรถนะบนเส้นทางที่เหนือกว่า ก้าวสู่เจเนอเรชันที่ 2 ของตระกูล GT ยนตรกรรมเรือธงจาก Mercedes-AMG Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ รหัสตัวถัง C192 ที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงไปอีกขั้น ด้วยการออกแบบภายใต้ปรัชญา “One Man, One Engine” ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่สะท้อนถึงความพิถีพิถันในการประกอบเครื่องยนต์แต่ละลูกโดยช่างฝีมือเพียงคนเดียว เอกลักษณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างคุณค่าและความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ครอบครอง แต่ยังรับประกันถึงสมรรถนะที่ถูกปรับแต่งมาอย่างสูงสุด
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อน GT 63 4MATIC+ คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo ที่ติดตั้งในตำแหน่งอันเป็นเอกลักษณ์แบบ “hot inside V” อันล้ำสมัย การวางตำแหน่งเครื่องยนต์เช่นนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนและลดระยะทางที่ไอดีต้องเดินทาง ทำให้สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 800 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้ส่งผลให้รถสามารถทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 315 กม./ชม. ระบบควบคุมเครื่องยนต์ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มสมรรถนะและการตอบสนองให้ถึงขีดสุด พร้อมการควบคุมระบบอัดอากาศที่ชาญฉลาดให้สอดคล้องกับการขับขี่แต่ละรูปแบบ ฝาครอบเครื่องยนต์ที่ประดับด้วยลายเซ็นของผู้ประกอบการ คือสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของ AMG รูปลักษณ์ภายนอกของ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ สะท้อน DNA แห่งรถมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มตัว ด้วยดีไซน์แบบ Wide Body ที่มีความกว้างถึง 2 เมตร เสริมด้วยกระจังหน้าแบบ AMG-specific radiator grille พร้อมชุดแต่ง V8 Exterior Styling Package และไฟหน้า Digital Light อันล้ำสมัย การออกแบบนี้ไม่เพียงแต่เพื่อความสวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์อีกด้วย สำหรับความปลอดภัยและสะดวกสบายในอีกระดับ Driving Assistance Package ซึ่งรวมเอาเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง และกล้องรอบคัน 360 องศา ที่แสดงภาพมุมมองรอบทิศทางแบบ Real-time คือทางเลือกที่ลูกค้าสามารถเลือกเพิ่มเติมได้ เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกการเดินทาง ระบบส่งกำลัง AMG Speedshift MCT 9-Speed Sport Transmission คืออีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ GT 63 4MATIC+ เป็นที่น่าจับตา สามารถรองรับแรงบิดมหาศาล และตอบสนองทุกรูปแบบการขับขี่ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการเปลี่ยนเกียร์ที่แม่นยำในเวลาไม่ถึง 1 วินาที ระบบนี้ได้รับการออกแบบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว เพื่อสมรรถนะในสนามแข่งที่ดียิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชัน Race Start ที่ช่วยให้การออกตัวจากจุดหยุดนิ่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษ ช่วยให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงมีความปลอดภัยและแม่นยำ โดยยังคงไว้ซึ่งการควบคุมที่ยอดเยี่ยม ผ่านการกระจายกำลังที่เหมาะสมตามสถานการณ์ เบรกสมรรถนะสูงจาก Mercedes-AMG พร้อมระบบ Sports Braking System และช่องระบายอากาศที่ออกแบบมาเพื่อลดอุณหภูมิขณะใช้งานหนัก คือสิ่งที่ยืนยันถึงความเหนือชั้นด้านสมรรถนะ เพื่อเสริมความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง AMG Rear-Axle Steering ระบบเลี้ยวล้อหลังแบบอัตโนมัติ จะทำงานเมื่อรถมีความเร็วเกิน 100 กม./ชม. โดยล้อหลังจะเลี้ยวไปในทิศทางเดียวกับล้อหน้าไม่เกิน 0.7 องศา หรือเลี้ยวตรงกันข้ามกับล้อหน้าไม่เกิน 2.5 องศา หากความเร็วต่ำกว่า 100 กม./ชม. ระบบช่วงล่าง AMG Ride Control Sports Suspension สามารถปรับการทำงานได้ 3 ระดับ คือ Comfort, Sport และ Sport+ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ที่ต้องการ ผ่านหน้าจอคอนโซลกลาง หรือปุ่มบนพวงมาลัย สัมผัสประสบการณ์แห่งเสียงที่เร้าใจผ่านระบบ AMG Real Performance Sound ซึ่งจะถ่ายทอดเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบเข้าสู่ห้องโดยสาร ให้ความรู้สึกสปอร์ตถึงขีดสุด ผู้ขับขี่สามารถเลือกระดับเสียงได้หลากหลายผ่านระบบ AMG Dynamic Select โดยเฉพาะในโหมด S และ S+ ที่จะปลดปล่อยพลังเสียงได้อย่างเต็มที่ ภายในห้องโดยสาร Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX7 ที่ผสานการทำงานกับหน้าจอสัมผัสขนาด 11.9 นิ้ว ซึ่งสามารถปรับมุมมองได้ด้วยระบบไฟฟ้า 12-32 องศา และหน้าจอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลในสไตล์ AMG โดยเฉพาะ พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel และเบาะหลังแบบ 2+2 ที่สามารถพับได้ คือส่วนเสริมที่มอบความยืดหยุ่นและความสะดวกสบายในการใช้งาน Mercedes-AMG G63: ราชันย์แห่งขุนเขา สู่มาตรฐานใหม่แห่งความหรูหรา สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแข็งแกร่ง ดุดัน และเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร Mercedes-AMG G63 คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ยนตรกรรมออฟโรดสุดหรูคันนี้ได้รับการพัฒนาให้เหนือกว่ามาตรฐานเดิม ด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ซึ่งออกแบบและประกอบโดย AMG ภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” เสริมสมรรถนะด้วยเกียร์ใหม่ AMG Speedshift TCT 9-Speed Sports Transmission พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำ เครื่องยนต์ V8 นี้สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 850 นิวตันเมตร ทำให้ G 63 สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที สิ่งที่ทำให้ G 63 รุ่นใหม่มีความพิเศษยิ่งขึ้น คือการผสานระบบ Mild Hybrid เข้ามาเสริมสมรรถนะการออกตัวให้เฉียบคมและตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-AMG G63 ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการออกแบบ AMG bodystyling รอบคัน เสริมด้วยกระจังหน้า AMG Specific Grille และกันชนหน้า AMG-specific front bumper ที่ไม่เพียงเพิ่มความสปอร์ตดุดัน แต่ยังช่วยด้านอากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อนอีกด้วย ไฟหน้า Multibeam LED ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยขณะขับขี่ พร้อมการปรับปรุงจุดเสา A-pillar ใหม่ทั้งหมดและการใส่ Spoiler ด้านบน ช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารได้มากถึง 20% หลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มความโปร่งโล่งให้ห้องโดยสาร ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 21 นิ้ว และระบบ Keyless-Go ที่ทำให้การเปิด-ปิดประตูเพียงสัมผัสที่มือจับ คือสิ่งที่เพิ่มความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง ระบบเบรก AMG High-Performance Braking System พร้อมคาลิปเปอร์สีแดงที่ประดับด้วยโลโก้ AMG คือส่วนเสริมที่บ่งบอกถึงสมรรถนะอันเหนือชั้น ผสานกับการทำงานของระบบท่อไอเสียคู่ AMG Performance Exhaust System ที่มอบประสบการณ์เสียงอันเร้าใจ พร้อมระบบปรับระดับเสียงตามความต้องการ และเทคโนโลยี กล้อง 360 องศา with Transparent Bonnet ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพด้านหน้ารถและใต้ท้องรถได้อย่างชัดเจน เพิ่มทัศนวิสัยโดยเฉพาะในเส้นทางออฟโรดหรือพื้นที่แคบ ระบบช่วงล่าง AMG Active Ride Control Chassis แบบ Active Hydraulic ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่และลดอาการโคลงตัวของรถ โดยสามารถปรับการขับขี่ได้ 2 รูปแบบ คือ Off-Road และ Sport พร้อมคงไว้ซึ่ง Differential Lock อันเป็นเอกลักษณ์ของ G-Class ซึ่งสามารถล็อกเฟืองท้ายได้ถึง 3 จุด ล็อกได้ 100% ทุกจุด ช่วยให้รถสามารถผ่านพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในห้องโดยสาร Mercedes-AMG G63 ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว ด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว ที่เชื่อมต่อกับระบบมัลทิมีเดีย Comand Online ขนาด 12.3 นิ้ว ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel หุ้มหนัง Nappa ตัดสลับ Dinamica microfibre และระบบ AMG Dynamic Select ที่ช่วยให้เลือกโหมดขับขี่ได้อย่างเหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System และระบบฟอกอากาศ Air Balance Cabin-Air Purification System เพื่อมอบความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง Mercedes-AMG G 63 ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดมากมาย อาทิ Assistance Package ที่ครอบคลุมระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist Distronic), ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist with exit warning function), ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist) และระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย (Active Steering Assist) พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกครบครัน G 63 ยังมีสีตัวถังให้เลือกกว่า 8 สี และตัวเลือก Optional Extra มากมาย ตั้งแต่สีตัวถัง Manufaktur, ล้อแมก AMG, ชุดแต่ง AMG Night Package, Black accents, อุปกรณ์ตกแต่ง “G manufaktur” และการตกแต่งภายในหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: สุนทรียะแห่งการขับขี่บนเส้นทางไร้ขีดจำกัด ปิดท้ายทัพด้วย Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ โรดสเตอร์สุดหรูที่ผสมผสานสมรรถนะอันเร้าใจ เข้ากับความสง่างามเหนือกาลเวลา มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo ที่ได้รับการประกอบขึ้นภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” จากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ สร้างสรรค์พละกำลังสูงสุดถึง 476 แรงม้า ที่ 2,250-4,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ที่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง AMG Speedshift MCT 9-Speed Sport Transmission แบบใหม่ สามารถรองรับแรงบิดได้สูง พร้อมการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วในเวลาไม่ถึง 1 วินาที (ultra-short shift times) ระบบนี้ได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มกำลัง เสริมด้วยระบบช่วยการออกตัว Race Start ทำให้รถสามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 295 กม./ชม. ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ได้รับการปรับแต่งให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งบนถนนปกติและในสนามแข่ง ช่วยให้การเข้าโค้งมีความปลอดภัยและแม่นยำ ผ่านการกระจายกำลังที่แปรผันตามสภาพถนน เช่นเดียวกับ GT 63 4MATIC+, SL 55 4MATIC+ ก็มาพร้อมระบบ AMG Rear-Axle Steering ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ และระบบช่วงล่าง AMG Ride Control Sports Suspension ที่สามารถปรับการทำงานได้ 3 ระดับ คือ Comfort, Sport และ Sport+ ระบบ AMG Real Performance Sound จะสร้างสรรค์ประสบการณ์เสียงเครื่องยนต์อันเร้าใจภายในห้องโดยสาร โดยสามารถเลือกปรับระดับเสียงได้หลากหลายผ่าน AMG Dynamic Select เพื่อให้เข้ากับอารมณ์การขับขี่ เบรกสมรรถนะสูง AMG High-Performance Brake System พร้อมระบบ Sports Braking System และช่องระบายอากาศ ช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างแม่นยำในทุกสภาวะการขับขี่ ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ โดดเด่นด้วยกระจังหน้า AMG-specific radiator grille พร้อมชุดแต่ง V8-Styling-Paket Exterieur และไฟหน้า Digital Light อันล้ำสมัย หลังคาแบบ Fabric soft-top สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 15 วินาที โดยควบคุมได้ที่ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. สปอยเลอร์หลังไฟฟ้า electrically extending rear wing และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 19 นิ้ว คือส่วนเสริมที่ทำให้รถรุ่นนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสาร Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ มอบประสบการณ์การขับขี่ระดับเฟิร์สต์คลาสส์ ด้วยระบบปฏิบัติการ MBUX7 หน้าจอสัมผัสขนาด 11.9 นิ้ว ที่ปรับมุมมองได้ด้วยระบบไฟฟ้า 12-32 องศา เพื่อป้องกันแสงสะท้อนจากการเปิดหลังคา จอหน้าที่นั่งคนขับขนาด 12.3 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลในสไตล์ AMG พวงมาลัย AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง Nappa และเบาะนั่ง AMG Sport seats พร้อม Airscarf ระบบทำความร้อนบริเวณคอ คือสิ่งที่เพิ่มความสบายในการขับขี่แบบเปิดประทุน ในด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัย Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ มาพร้อมกล้องมองรอบคัน 360 องศา และ Driving Assistance Package ที่ครอบคลุมระบบความปลอดภัยขั้นสูงต่างๆ เช่น ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist Distronic), ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist), ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ (Active Brake Assist), ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist) และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop Assist) ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้อย่างอิสระ SL 55 4MATIC+ มีสีตัวถังให้เลือก 7 สี และ Optional Extra มากมาย ตั้งแต่สีตัวถัง Manufaktur, สีหลังคา Fabric soft-top, ล้ออัลลอย AMG, การตกแต่งภายในแบบ AMG special trim, ระบบเสียง Burmester® high-end 3D surround sound system, ชุดแต่ง AMG Night Package, AMG Night Package Plus หรือ AMG Dynamic Plus Package จนไปถึงระบบช่วงล่าง AMG Active Ride Control Suspension พร้อมระบบ Lift system, front axle ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้า: The New CLA 2026 นอกเหนือจากการเปิดตัวยนตรกรรม AMG ที่ทรงพลังแล้ว Mercedes-Benz ยังได้ประกาศศักดาแห่งอนาคตด้วยการนำเสนอ The new CLA ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่พัฒนาบนสถาปัตยกรรม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) ใหม่ล่าสุด ดีไซน์ใหม่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว โดย The new CLA ไม่เพียงแต่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์ The new CLA 2026 มาพร้อมกับดีไซน์ที่เฉียบคมและสปอร์ตยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยเส้นสายที่ลู่ลมและภาพลักษณ์ที่ดุดัน ตัวรถได้รับการออกแบบให้มีฐานล้อที่ยาวขึ้นเล็กน้อย เพื่อรองรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 85 kWh ซึ่งคาดว่าสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 800 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ทำให้ผู้ขับขี่หมดกังวลเรื่องระยะทางในการเดินทาง การออกแบบกระจังหน้าใหม่ที่มีดวงดาว Mercedes-Benz เรืองแสง 142 ดวง พร้อมไฟหน้า Digital LED รูปทรงคล้ายตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉก คือจุดเด่นที่สะดุดตา ภายในห้องโดยสาร The new CLA นำเสนอความล้ำสมัยด้วยหน้าจอ Superscreen ที่ครอบคลุมความกว้างของแดชบอร์ด มีทั้งจอภาพมาตรวัดผู้ขับขนาด 10.3 นิ้ว, จออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.0 นิ้ว และจอเสริมสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า ทำให้ประสบการณ์การใช้งานมีความสะดวกสบายและบันเทิงสูงสุด การใช้วัสดุคุณภาพสูงที่หลากหลาย เช่น หนัง, หนังกลับ, โลหะ, ไม้ และการตกแต่งที่ทำจากกระดาษ ล้วนแสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความเป็นพรีเมียมของแบรนด์ หัวใจสำคัญของ The new CLA คือระบบปฏิบัติการ MBUX รุ่นที่ 4 ซึ่งทำงานบนระบบปฏิบัติการ Mercedes-Benz MB.OS ที่ผสาน AI จาก Microsoft และ Google เข้าด้วยกัน ระบบนี้จะทำงานบนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Nvidia เพื่อเสริมประสิทธิภาพของระบบช่วยเหลือการขับขี่ระดับ “Level 2++” นอกจากนี้ ระบบ MB.OS ยังรองรับการอัปเดตผ่านระบบไร้สาย (Over-the-Air updates) ซึ่งช่วยให้รถยนต์มีการพัฒนาและปรับปรุงคุณสมบัติใหม่ๆ อยู่เสมอ The new CLA 250+ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 268 แรงม้า ให้ระยะทางวิ่งประมาณ 750 กิโลเมตรในการใช้งานจริง และสำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ จะมีมอเตอร์หน้าเพิ่มอีกตัว ทำให้มีกำลังรวม 349 แรงม้า เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.1 วินาที ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 85 kWh และระบบไฟฟ้า 800 โวลต์ ทำให้การชาร์จเร็วเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพียง 10 นาที สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้สูงสุด 300 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) ด้วยกำลังไฟกระแสตรงสูงสุด 320 กิโลวัตต์ ก้าวสู่โลกแห่งอนาคตกับ Mercedes-Benz Mercedes-Benz Thailand ได้เตรียมพร้อมต้อนรับปี 2025 ด้วยการเปิดตัวสุดยอดยนตรกรรมที่จะมาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์พรีเมียม ทั้งในกลุ่มสมรรถนะสูงอย่าง Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+, Mercedes-AMG G63, Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ และก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าด้วย The new CLA การเปิดตัวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่เหนือชั้น และการออกแบบที่สง่างาม เพื่อตอบสนองทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบของวิศวกรรมยานยนต์ และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ อย่าพลาดโอกาสในการเยี่ยมชมบูธ Mercedes-Benz ในงาน Motor Expo 2025 และค้นพบยนตรกรรมที่คุณใฝ่ฝัน พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่จะทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์ในฝันของคุณเป็นจริงยิ่งขึ้น มาสัมผัส “CLASS OF ITS OWN.” ไปพร้อมกับเรา และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการนิยามอนาคตแห่งการขับเคลื่อน
Previous Post

N0207016_เจ าของโรงงานไม เอาช างจน ๆ เป นล กเขย… 9 ป ต อมา โรงงานของพ อ ต องให_part2

Next Post

N0207012_เม ยกะด กถ อรองเท าเข าบ านกล วผ วต น…จนเช าท เธอวางรองเท าลงเส ยง_part2

Next Post

N0207012_เม ยกะด กถ อรองเท าเข าบ านกล วผ วต น...จนเช าท เธอวางรองเท าลงเส ยง_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2307087_(จบ) พ อแม ม อใหม อย าไว ใจใครจนล มปกป องล ก เพราะความประมาทคร งเด_part2
  • N2307088_Ep1 ม ตรภาพปรส ต สงสาสารเพ อนให เพ อนเก ามานอนบ าน แต เพ อนพาผ ช_part2
  • N2307086_Ep4 ไรเดอร พ นล านก บย ยประธานเซเว น เม อความจร งเร มเป ดเผย ขน นพ_part2
  • N2307085_Ep1 ไรเดอร พ นล านก บย ยประธานเซเว น ท งค เป นเศรษฐ พ นล านท ซ อน_part2
  • N2307089_Ep1 พ อแม ม อใหม พ อแม เก อบเส ยล กต งแต หน าห องคลอดเม อชายปลอมต_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • July 2026
  • June 2026
  • May 2026
  • March 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.