
Toyota คาดการณ์ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม 2567 ฟื้นตัวเล็กน้อย ท่ามกลางความท้าทายด้านสินเชื่อและเศรษฐกิจ
รายงานล่าสุดจากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เผยภาพรวมตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2567 ยอดขายรวมอยู่ที่ 46,394 คัน ลดลง 20.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดรถยนต์นั่งหดตัว 26.4% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ลดลง 16.9% และตลาดรถกระบะขนาด 1 ตันทรุดตัว 35.5% อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารโตโยต้าระบุว่าตลาดมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในเดือนสิงหาคม แม้จะยังคงเผชิญกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม
แนวโน้มตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม 2567
การคาดการณ์แนวโน้มตลาดรถยนต์ในเดือนสิงหาคม 2567 มีสัญญาณเชิงบวกเล็กน้อย โดยคาดว่าจะมียอดขายที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเติบโตลดลงเมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว สาเหตุหลักมาจากความท้าทายจากสถาบันการเงินที่ยังคงเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นตลาดในเดือนสิงหาคมคือ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และการจัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษจากหลากหลายค่ายรถยนต์ภายในงาน “BIG MOTOR SALE 2024” ซึ่งในปีนี้มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจ “ยกโชว์รูม มาขายที่นี่” งานมหกรรมยานยนต์ครั้งใหญ่เช่นนี้ มักเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค และอาจส่งผลให้ยอดขายโดยรวมเติบโตขึ้นได้แม้เพียงเล็กน้อย
สถานการณ์ตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2567
ภาพรวมตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2567 แสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวในทุกกลุ่มหลัก โดยมีปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจมหภาคและการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด
ตลาดรวม: ยอดขาย 46,394 คัน ลดลง 20.6% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
ตลาดรถยนต์นั่ง: ยอดขาย 16,571 คัน ลดลง 26.4% สะท้อนถึงกำลังซื้อที่ลดลงและการชะลอตัวของการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์: ยอดขาย 29,823 คัน ลดลง 16.9% แม้จะมีการเติบโตในบางเซกเมนต์ แต่ภาพรวมยังคงหดตัว
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: ยอดขาย 16,125 คัน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 35.5% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
กลุ่มตลาด xEV: ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง
แม้ภาพรวมตลาดรถยนต์จะชะลอตัว แต่กลุ่มรถยนต์ xEV (Electrified Vehicles) ยังคงแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมียอดขายรวม 17,243 คัน คิดเป็นสัดส่วน 37.2% ของตลาดทั้งหมด เติบโตขึ้น 41.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตนี้สะท้อนถึงทิศทางที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า
ยอดขายรถยนต์ไฮบริด (HEV) เพิ่มขึ้น 44.3% ด้วยยอดขาย 9,203 คัน แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคจำนวนมากยังคงลังเลที่จะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) และเลือกเทคโนโลยีไฮบริดที่มอบความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้งานจริง
ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) อยู่ที่ 7,265 คัน เพิ่มขึ้น 48% แม้จะมีอัตราการเติบโตที่สูง แต่จำนวนผู้ซื้อยังคงเป็นกลุ่มเฉพาะที่พร้อมรับเทคโนโลยีใหม่และมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้งาน
ส่วนแบ่งตลาดรายแบรนด์ – เดือนกรกฎาคม 2567
การจัดอันดับส่วนแบ่งตลาดในเดือนกรกฎาคมเผยให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงในทุกเซกเมนต์
ตลาดรวม:
อันดับ 1 โตโยต้า 17,786 คัน (38.3%) ลดลง 12.9%
อันดับ 2 อีซูซุ 6,784 คัน (14.6%) ลดลง 42.2%
อันดับ 3 ฮอนด้า 5,442 คัน (11.7%) ลดลง 27.9%
ตลาดรถยนต์นั่ง:
อันดับ 1 โตโยต้า 5,313 คัน (32.1%) ลดลง 34%
อันดับ 2 ฮอนด้า 2,623 คัน (15.8%) ลดลง 46.7%
อันดับ 3 มิตซูบิชิ 1,083 คัน (6.5%) ลดลง 0.3%
ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์:
อันดับ 1 โตโยต้า 12,473 คัน (41.8%) เพิ่มขึ้น 0.8%
อันดับ 2 อีซูซุ 6,784 คัน (22.7%) ลดลง 42.2%
อันดับ 3 ฮอนด้า 2,819 คัน (9.5%) เพิ่มขึ้น 7.2%
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน:
อันดับ 1 โตโยต้า 7,369 คัน (45.7%) ลดลง 27%
อันดับ 2 อีซูซุ 5,843 คัน (36.2%) ลดลง 42.9%
อันดับ 3 ฟอร์ด 1,947 คัน (12.1%) ลดลง 29.3%
ยอดขายสะสมมกราคม-กรกฎาคม 2567
ภาพรวมตลอด 7 เดือนแรกของปี 2567 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการหดตัวของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวเลขดังนี้:
ตลาดรวม: 354,421 คัน ลดลง 23.7%
ตลาดรถยนต์นั่ง: 135,897 คัน ลดลง 20.3%
ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์: 218,524 คัน ลดลง 25.7%
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 124,562 คัน ลดลง 40.1%
ส่วนแบ่งตลาดรายแบรนด์ มกราคม-กรกฎาคม 2567
การวิเคราะห์ส่วนแบ่งตลาดตลอดช่วง 7 เดือนแรกช่วยให้เห็นภาพรวมระยะยาวของอุตสาหกรรม
ตลาดรวม:
อันดับ 1 โตโยต้า 134,064 คัน (37.8%) ลดลง 14.8%
อันดับ 2 อีซูซุ 53,044 คัน (15%) ลดลง 45.9%
อันดับ 3 ฮอนด้า 48,941 คัน (13.8%) ลดลง 8.8%
ตลาดรถยนต์นั่ง:
อันดับ 1 โตโยต้า 38,577 คัน (28.4%) ลดลง 34.7%
อันดับ 2 ฮอนด้า 27,253 คัน (20.1%) ลดลง 22.9%
อันดับ 3 มิตซูบิชิ 10,970 คัน (8.1%) เพิ่มขึ้น 2.9%
ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์:
อันดับ 1 โตโยต้า 95,487 คัน (43.7%) ลดลง 2.8%
อันดับ 2 อีซูซุ 53,044 คัน (24.3%) ลดลง 45.9%
อันดับ 3 ฮอนด้า 21,688 คัน (9.9%) เพิ่มขึ้น 18.3%
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน:
อันดับ 1 โตโยต้า 57,058 คัน (45.8%) ลดลง 29.2%
อันดับ 2 อีซูซุ 46,436 คัน (37.3%) ลดลง 47.7%
อันดับ 3 ฟอร์ด