
การปรับโฉม Honda Crider ปี 2024: สัมผัสใหม่แห่งความพรีเมียมที่จีน
นับเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดจีน สำหรับ Honda Crider รถยนต์ที่ถูกวางตำแหน่งอยู่ระหว่าง Honda Civic และ Accord แม้จะทำตลาดเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น ล่าสุดทาง GAC Honda ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายได้เปิดตัว Honda Crider โมเดลปี 2024 ซึ่งมาพร้อมการปรับโฉมเล็กน้อยในเจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018
ดีไซน์ภายนอก: ความหรูหราที่ได้รับการยกระดับ
การปรับโฉมครั้งนี้เน้นการยกระดับความพรีเมียมของตัวรถ โดยในทุกรุ่นย่อย ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นท็อป ได้รับการติดตั้งไฟหน้า LED แบบ Wing Type เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งมาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ปีกนกแนวยาว หรือที่เรียกว่า Flying Wing Grille กันชนหน้าใช้ดีไซน์รูปตัว U พร้อมไฟตัดหมอกหน้า
ส่วนด้านข้าง ตัวรถมาพร้อมกระจกแบบโอเปร่า เพื่อเพิ่มความหรูหรา และมีการติดตั้งเสาอากาศแบบครีมฉลาม ไฟท้ายเป็นแบบ LED ทรง J-shaped design ที่ได้รับการยกมาจากรุ่น Accord ในขณะที่กันชนหลังได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูมีความพรีเมียมมากขึ้น สำหรับล้ออัลลอยมีให้เลือกทั้งขนาด 16 นิ้ว และ 17 นิ้ว
ภายใน: ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่เหนือระดับ
สำหรับภายในห้องโดยสารนั้น ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิม โดยยังคงมาพร้อมมาตรวัดดิจิทัล TFT สีขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับระบบความบันเทิงอัจฉริยะ Honda CONNECT 3.0 ซึ่งมีฟังก์ชันใหม่ที่น่าสนใจ เช่น ผู้ช่วยตอบโต้สนทนา การเชื่อมต่อระหว่างรถกับบ้าน การยืนยันสถานะรถจากระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือ และการอัปเกรดซอฟต์แวร์แบบ OTA (Over-the-Air)
เพื่อเพิ่มความหรูหรา เบาะนั่งได้รับการหุ้มด้วยหนังแท้ผสมหนังสังเคราะห์ ซึ่งในส่วนของเบาะหลังสามารถปรับเอนได้สูงสุดถึง 35 องศา พร้อมช่องเสียบชาร์จ USB ที่พักแขนของเบาะตอนหลังได้รับการออกแบบใหม่ให้สามารถพับลงมาเป็นโต๊ะอเนกประสงค์ได้ โดยเชื่อมต่อกับคอนโซลกลางที่มีช่องแอร์ ทำให้รู้สึกได้ถึงความสะดวกสบายและหรูหราคล้ายรถยนต์ยุโรป
ขุมพลัง: ประสิทธิภาพที่เหนือความคาดหมาย
ในส่วนของขุมพลังนั้น ได้รับการยกมาจาก Honda City เวอร์ชันไทย แต่ได้รับการพัฒนาใหม่ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดของประเทศจีน โดยมีให้เลือก 2 ทางเลือกหลัก ได้แก่
เครื่องยนต์เบนซิน VTEC Turbo ขนาด 1.0 ลิตร: ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร โดยมีให้เลือกทั้งคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT
ระบบไฮบริด 1.5 e:HEV: ทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 131 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 267 นิวตันเมตร และเมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ จะให้กำลังรวมสูงสุดถึง 154 แรงม้า โดยมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง Honda Sensing
ราคาและการวางจำหน่าย
Honda Crider Model Year 2024 เปิดราคาจำหน่ายในประเทศจีนทั้งหมด 6 รุ่นย่อย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 119,800 หยวน หรือประมาณ 595,000 บาท และราคาสูงสุดที่ 169,800 หยวน หรือประมาณ 839,000 บาท
AVATR 11 โมเดลปี 2024: ความหรูหราที่ได้รับการยกระดับสู่ตลาดไทย
ในขณะที่หลายคนกำลังเฝ้ารอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ AVATR 11 เอสยูวีไฟฟ้าดีไซน์หรู ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ย่อยของ Changan ในตลาดประเทศไทย ข่าวล่าสุดระบุว่าการเปิดตัวในประเทศไทยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
AVATR 11 โมเดลปี 2024: ความพิเศษที่ได้รับการเผยโฉม
แต่ที่ประเทศจีน ประเทศแม่ของ AVATR ได้มีการเปิดตัว AVATR 11 โมเดลปี 2024 ซึ่งมาพร้อมความหรูหราที่ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการปรับแต่งภายในใหม่ และการเพิ่มเฉดสีทองใหม่เข้ามาในตัวเลือกสีภายนอก โดยเปิดราคาจำหน่ายในประเทศจีนเริ่มต้นที่ 300,800 หยวน หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท
ดีไซน์ภายนอก: ความต่อเนื่องและความพิเศษใหม่
ในด้านรูปลักษณ์ดีไซน์ของ AVATR 11 โมเดลปี 2024 นั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมที่เคยนำมาจัดแสดงในงาน Motor Expo 2023 และงาน Motor Show 2024 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม AVATR 11 รุ่นอัปเกรดใหม่ปี 2024 จะมาพร้อมเฉดสีทองเรืองแสงใหม่ ที่คล้ายคลึงกับในรุ่น AVATR 12 ที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ สีทองพิเศษนี้จะเป็นแบบเม็ดสีที่สามารถเปลี่ยนสีได้ เมื่อสะท้อนกับแสง สีของตัวรถจะดูแตกต่างกันไปในแต่ละมุมมอง
ภายใน: ความหรูหราที่ได้รับการยกระดับ
สำหรับภายในห้องโดยสารของ AVATR 11 โมเดลปี 2024 ได้รับการตกแต่งใหม่ด้วยโทนสีขาวสลับม่วง ซึ่งเพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งด้วยขอบสีทองบริเวณคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง และแผงประตู เพื่อให้เข้ากับตัวถังสีทองใหม่
แผงแดชบอร์ดยังคงโดดเด่นด้วยหน้าจอถึง 3 จอ โดยแบ่งเป็นแผงหน้าปัด LCD ขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจออินโฟเทนเมนต์ส่วนกลางขนาด 15.6 นิ้ว ซึ่งรองรับฟังก์ชันการแบ่งหน้าจอ เพื่อแสดงผลการนำทาง การเล่นเกม และการรับชมวิดีโอได้ในเวลาเดียวกัน
ระบบเสียง: ความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง
นอกจากนี้ AVATR 11 รุ่นปี 2024 ยังมาพร้อมระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงจาก Meridian ซึ่งเป็นชุดอุปกรณ์มาตรฐาน โดยมีลำโพงถึง 25 ตัว ที่ช่วยสร้างประสบการณ์เสียงแบบเซอร์ราวด์ 7.1.4 แชนเนล รวมทั้งยังมีเพาเวอร์แอมป์ PA3 DSP ที่มีกำลังขับ 2016W เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงตลอดการเดินทาง
เบาะที่นั่ง: ความสะดวกสบายระดับพรีเมียม
สำหรับเบาะที่นั่งของ AVATR 11 รุ่นใหม่นี้ ได้รับการปรับเปลี่ยนมาใช้เป็นวัสดุหนังแบบกึ่งอนิลีนฟูลเกรน ซึ่งให้ความรู้สึกนุ่มสบายและระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในทุกรุ่นย่อยของเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นนี้ เบาะคู่หน้าจะเป็นแบบ Zero-gravity ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อความสบายสูงสุดในการเดินทาง ในขณะที่เบาะด้านหลังมาพร้อมระบบระบายอากาศและฟังก์ชันเบาะอุ่น ซึ่งช่วยยกระดับความพรีเมียมของตัวรถ
ขุมพลัง: ประสิทธิภาพที่เหนือความคาดหมาย
AVATR 11 ยังคงมาพร้อมแพลตฟอร์ม EP1 และระบบส่งกำลัง DriveONE ของ Huawei ซึ่งมีให้เลือกทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยวและมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยว: ให้กำลังสูงสุด 230kW หรือประมาณ 309 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.6 วินาที
รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่: ให้กำลังสูงสุด 425kW หรือประมาณ 570 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.9 วินาที
สำหรับชุดแบตเตอรี่มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 90 kWh และ 116 kWh ซึ่งมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว 750V ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 580-730 กม.
ระบบความปลอดภัย: ความมั่นใจในทุกการเดินทาง
ด้านเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยของ AVATR 11 โมเดลปี 2024 จะมาพร้อมระบบป้องกันการชนรอบด้าน ซึ่งประกอบไปด้วยระบบ AEB/GAEB ด้านหน้า, ระบบ ELKA/LOCP ด้าน