
การจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า: ภาพรวมตลาดไทย 2024 และทิศทาง 2026
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐ การแข่งขันที่ดุเดือดจากแบรนด์จีน และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาสนใจเทคโนโลยีที่ยั่งยืนมากขึ้น บทความนี้จะวิเคราะห์ข้อมูลการจดทะเบียนล่าสุด ข้อมูลสะสม และแนวโน้มสำหรับปี 2026 โดยเจาะลึกในทุกมิติ ตั้งแต่ยอดจดทะเบียนรายเดือน รายปี ไปจนถึงส่วนแบ่งตลาดของประเภทรถยนต์ต่างๆ พร้อมทั้งวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
การวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุด: กรกฎาคม 2567
ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงแสดงสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่ง แม้จะมีการชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี แต่ก็ยังคงอยู่ในทิศทางบวก ข้อมูลจากการจดทะเบียนใหม่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของตลาดที่กำลังขยายตัว
ภาพรวมการจดทะเบียนเดือนกรกฎาคม 2567
เดือนกรกฎาคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่ทั้งสิ้น 8,332 คัน ซึ่งเป็นการยืนยันว่าตลาดยังคงคึกคัก แม้จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดือนก่อนหน้า แต่ก็ยังถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจเมื่อพิจารณาถึงสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
ประเภทของยานยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียน
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ
ส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุดในตลาด BEV คือ รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ ซึ่งมียอดจดทะเบียนใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2567 ทั้งสิ้น 5,771 คัน เพิ่มขึ้น 13.58% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566 แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
รถยนต์นั่ง: 5,475 คัน
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: 290 คัน
รถยนต์บริการธุรกิจ: 2 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจร: 4 คัน
กลุ่มนี้เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด BEV ในประเทศไทย โดยมีหลากหลายแบรนด์และรุ่นให้เลือก ซึ่งตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค ทั้งในด้านราคา ประสิทธิภาพ และฟังก์ชันการใช้งาน
รถกระบะและรถตู้ (Van)
รถกระบะและรถตู้ BEV มียอดจดทะเบียนใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2567 ทั้งสิ้น 73 คัน เพิ่มขึ้น 711.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของตลาดนี้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าตัวเลขจะยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับรถยนต์นั่ง แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าตลาดกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคไฟฟ้าในทุกประเภทการใช้งาน
รถสามล้อ
รถสามล้อ BEV มียอดจดทะเบียนใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2567 ทั้งสิ้น 9 คัน ลดลง 80.85% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยด้านกฎระเบียบหรือการปรับเปลี่ยนของตลาดท้องถิ่น
รถสามล้อส่วนบุคคล: 7 คัน
รถสามล้อรับจ้าง: 2 คัน
รถจักรยานยนต์
รถจักรยานยนต์ BEV มียอดจดทะเบียนใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2567 ทั้งสิ้น 2,413 คัน เพิ่มขึ้น 40.62% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของตลาดนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล: 2,411 คัน
รถจักรยานยนต์สาธารณะ: 2 คัน
รถโดยสาร
รถโดยสาร BEV มียอดจดทะเบียนใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2567 ทั้งสิ้น 16 คัน ลดลง 52.94% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการจัดซื้อรถใหม่ของภาครัฐหรือเอกชนที่ยังไม่เกิดขึ้นในเดือนนี้
รถบรรทุก
รถบรรทุก BEV มียอดจดทะเบียนใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2567 ทั้งสิ้น 50 คัน เพิ่มขึ้น 194.12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในภาคขนส่งและโลจิสติกส์ ที่กำลังมองหาโซลูชันที่ยั่งยืนมากขึ้น
ภาพรวมยอดจดทะเบียนสะสม: 7 เดือนแรกของปี 2024
เมื่อพิจารณายอดจดทะเบียนสะสมในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2024 (มกราคม – กรกฎาคม 2567) ตลาด BEV ในประเทศไทยมียอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 60,243 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 21.05% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาว
การกระจายตัวตามประเภทรถยนต์ใน 7 เดือนแรก:
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ
ยอดจดทะเบียนรวมในกลุ่มนี้อยู่ที่ 43,524 คัน เพิ่มขึ้น 18.29%
รถยนต์นั่ง: 43,266 คัน
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: 1,208 คัน
รถยนต์บริการธุรกิจ: 8 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจร: 54 คัน
รถยนต์บริการให้เช่า: 3 คัน
รถกระบะและรถตู้
ยอดจดทะเบียนรวมในกลุ่มนี้อยู่ที่ 258 คัน เพิ่มขึ้น 303.13% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดนี้
รถสามล้อ
ยอดจดทะเบียนรวมในกลุ่มนี้อยู่ที่ 87 คัน ลดลง 58.96%
รถสามล้อส่วนบุคคล: 23 คัน
รถสามล้อรับจ้าง: 64 คัน
รถจักรยานยนต์
ยอดจดทะเบียนรวมในกลุ่มนี้อยู่ที่ 16,146 คัน เพิ่มขึ้น 39.03%
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล: 16,039 คัน
รถจักรยานยนต์สาธารณะ: 107 คัน
รถโดยสาร
ยอดจดทะเบียนรวมในกลุ่มนี้อยู่ที่ 224 คัน ลดลง 80.11%
รถบรรทุก
ยอดจดทะเบียนรวมในกลุ่มนี้อยู่ที่ 262 คัน เพิ่มขึ้น 1,090.91% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับที่เพิ่มขึ้นในภาคขนส่ง
ยอดจดทะเบียนสะสม PHEV ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2567
สำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มียอดจดทะเบียนสะสมทั้งสิ้น 59,587 คัน เพิ่มขึ้น 20.17% จากปีก่อนหน้า
รถยนต์นั่ง: 59,518 คัน (+20.18%)
รถยนต์บริการธุรกิจ: 41 คัน (+5.13%)
รถยนต์บริการทัศนาจร: 20 คัน (+25%)
รถยนต์บริการให้เช่า: 3 คัน (เท่าเดิม)
รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์: 5 คัน (+25%)
แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย 2026: การวิเคราะห์เชิงลึก
เมื่อพิจารณาแนวโน้มปัจจุบันและปัจจัยขับเคลื่อนต่างๆ สามารถคาดการณ์ทิศทางตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2026 ได้ดังนี้
การเติบโตที่ต่อเนื่องและอัตราการขยายตัวที่ชะลอลง
คาดว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2026 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับปี 2024-2025 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการขยายตัวอย่างรวดเร็ว การเติบโตที่ชะลอลงนี้เป็นเรื่องปกติของตลาดที่กำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตเต็มที่ (Growth Stage)
การแข่งขันที่รุนแรงและการลดลงของราคารถยนต์ไฟฟ้า
ในปี 2026 การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากแบรนด์จีนที่กำลังขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันนี้จะส่งผลให้เกิดการลดลงของราคาเฉลี่ยของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น