
การจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในประเทศไทย: สถิติปี 2026 และแนวโน้มตลาด
เดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ยานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) ที่จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 10,589 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไทยที่กำลังมุ่งหน้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ บทวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกข้อมูลเชิงลึก อัตราการเติบโต และปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ พร้อมทั้งวิเคราะห์แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด
สถิติการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เดือนกรกฎาคม 2569
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีจำนวนรวม 8,245 คัน เพิ่มขึ้น 22.35% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 โดยแบ่งเป็น:
รถยนต์นั่ง: 7,892 คัน
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: 341 คัน
รถยนต์บริการธุรกิจ: 3 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจร: 7 คัน
รถยนต์บริการให้เช่า: 2 คัน
รถกระบะ รถแวน
รถกระบะและรถแวน มีจำนวนรวม 98 คัน เพิ่มขึ้น 135.71% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า
รถยนต์สามล้อรับจ้าง
รถยนต์สามล้อรับจ้าง มีจำนวนรวม 12 คัน เพิ่มขึ้น 33.33% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 โดยแบ่งเป็น:
รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล: 9 คัน
รถยนต์รับจ้างสามล้อ: 3 คัน
รถจักรยานยนต์
รถจักรยานยนต์ มีจำนวนรวม 2,207 คัน เพิ่มขึ้น 48.76% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า:
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล: 2,204 คัน
รถจักรยานยนต์สาธารณะ: 3 คัน
รถโดยสาร
รถโดยสาร มีจำนวนรวม 18 คัน ลดลง 10.00% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568
รถบรรทุก
รถบรรทุก มีจำนวนรวม 89 คัน เพิ่มขึ้น 296.43% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับอุตสาหกรรมขนส่งที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
สถิติการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) สะสม 7 เดือนแรกของปี 2569
ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2569 มีการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) สะสมรวม 70,845 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 32.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยแบ่งเป็น:
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีจำนวนรวม 51,789 คัน เพิ่มขึ้น 28.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยแบ่งเป็น:
รถยนต์นั่ง: 51,412 คัน
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: 1,714 คัน
รถยนต์บริการธุรกิจ: 10 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจร: 60 คัน
รถยนต์บริการให้เช่า: 3 คัน
รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์: 8 คัน
รถกระบะ รถแวน
รถกระบะและรถแวน มีจำนวนรวม 356 คัน เพิ่มขึ้น 205.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
รถยนต์สามล้อ
รถยนต์สามล้อ มีจำนวนรวม 102 คัน ลดลง 44.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยแบ่งเป็น:\n- รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล: 28 คัน\n- รถยนต์รับจ้างสามล้อ: 74 คัน\n\n4. รถจักรยานยนต์\nรถจักรยานยนต์ มีจำนวนรวม 18,427 คัน เพิ่มขึ้น 75.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยแบ่งเป็น:\n- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล: 18,310 คัน\n- รถจักรยานยนต์สาธารณะ: 117 คัน\n\n5. รถโดยสาร\nรถโดยสาร มีจำนวนรวม 252 คัน ซึ่งลดลง 77.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568\n\n6. รถบรรทุก\nรถบรรทุก มีจำนวนรวม 318 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 1,272.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568\n\nสถิติการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (PHEV) สะสม ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569\n\nณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่จดทะเบียนสะสมมีจำนวนทั้งสิ้น 68,243 คัน เพิ่มขึ้น 28.47% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยแบ่งประเภทได้ดังนี้:\n\nรถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีจำนวนรวม 68,243 คัน เพิ่มขึ้น 28.47% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็น:\n- รถยนต์นั่ง: 68,168 คัน เพิ่มขึ้น 28.49% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568\n- รถยนต์บริการธุรกิจ: 46 คัน เพิ่มขึ้น 50.00% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568\n- รถยนต์บริการทัศนาจร: 23 คัน เพิ่มขึ้น 30.43% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568\n- รถยนต์บริการให้เช่า: 3 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568\n- รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์: 3 คัน ลดลง 40.00% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568\n\nแนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ปี 2026\n\nการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไทย: จากICE สู่ EV\nตลาดรถยนต์ไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สถิติการจดทะเบียนที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า ทั้ง BEV และ PHEV เป็นเครื่องยืนยันถึงแนวโน้มนี้ ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ และมองเห็นถึงประโยชน์ของรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว ทั้งในด้านการประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า\n\nปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า\n1. การสนับสนุนจากภาครัฐ: นโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เช่น การลดหย่อนภาษี การอุดหนุนราคา และการขยายโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นตลาด การที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน ยิ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุน\n\n2. การแข่งขันของผู้ผลิตรถยนต์: ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่างมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพและราคาที่เข้าถึงได้ ผู้เล่นรายใหญ่จากจีน เช่น BYD, GWM, และ MG ได้เข้ามาสร้างแรงกดดันให้กับผู้ผลิตแบบดั้งเดิม ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและนวัตกรรม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค\n\n3. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: การขยายสถานีชาร์จทั้งแบบ AC และ DC ทั่วประเทศ ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น การร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยขจัดความกังวลเรื่องการชาร์จ และส่งเสริมให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น\n\n4. ความตระ