
เจาะลึกตลาด EV ในไทย: สถิติยอดจดทะเบียนล่าสุด ปี 2026 แนวโน้ม และเทรนด์ที่ผู้บริโภคต้องรู้
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2026 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ บทความนี้จะเจาะลึกข้อมูลสถิติยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งประเภท BEV, PHEV และ HEV พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มตลาด และเทรนด์ที่ผู้บริโภคต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ภาพรวมตลาด EV ในประเทศไทย ปี 2026
ปี 2026 ถือเป็นปีทองของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดหย่อนภาษี การอุดหนุนราคา และการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนใหม่พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สถิติยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เดือนกรกฎาคม 2567
ข้อมูลล่าสุดจากกรมการขนส่งทางบก เผยว่า ในเดือนกรกฎาคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่จำนวน 8,332 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
การแบ่งประเภทรถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่จดทะเบียนใหม่ มีดังนี้:
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ จำนวน 5,771 คัน เพิ่มขึ้น 13.58% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
– รถยนต์นั่ง: 5,475 คัน
– รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: 290 คัน
– รถยนต์บริการธุรกิจ: 2 คัน
– รถยนต์บริการทัศนาจร: 4 คัน
รถกระบะและรถแวน จำนวน 73 คัน เพิ่มขึ้น 711.11% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
รถยนต์สามล้อรับจ้าง จำนวน 9 คัน ลดลง 80.85% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
– รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล: 7 คัน
– รถยนต์รับจ้างสามล้อ: 2 คัน
รถจักรยานยนต์ จำนวน 2,413 คัน เพิ่มขึ้น 40.62% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
– รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล: 2,411 คัน
– รถจักรยานยนต์สาธารณะ: 2 คัน
รถโดยสาร จำนวน 16 คัน ลดลง 52.94% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
รถบรรทุก จำนวน 50 คัน เพิ่มขึ้น 194.12% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงเกือบหมื่นคัน เดือนกรกฎาคม 2567 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาด
สถิติยอดจดทะเบียนสะสมรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2567
ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมจำนวน 60,243 คัน เพิ่มขึ้น 21.05% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566
การแบ่งประเภทรถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่จดทะเบียนสะสม มีดังนี้:
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ จำนวน 43,524 คัน เพิ่มขึ้น 18.29% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566
– รถยนต์นั่ง: 43,266 คัน
– รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: 1,208 คัน
– รถยนต์บริการธุรกิจ: 8 คัน
– รถยนต์บริการทัศนาจร: 54 คัน
– รถยนต์บริการให้เช่า: 3 คัน
รถกระบะและรถแวน จำนวน 258 คัน เพิ่มขึ้น 303.13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566
รถยนต์สามล้อ จำนวน 87 คัน ลดลง 58.96% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566
– รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล: 23 คัน
– รถยนต์รับจ้างสามล้อ: 64 คัน
รถจักรยานยนต์ จำนวน 16,146 คัน เพิ่มขึ้น 39.03% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566
– รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล: 16,039 คัน
– รถจักรยานยนต์สาธารณะ: 107 คัน
รถโดยสาร จำนวน 224 คัน ลดลง 80.11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566
รถบรรทุก จำนวน 262 คัน เพิ่มขึ้น 1,090.91% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566
7 เดือน 2024 จดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงสะสม 60,243 คัน แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ยั่งยืนของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
สถิติยอดจดทะเบียนสะสมรถยนต์ไฟฟ้าประเภท PHEV ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2567
ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มีจำนวนจดทะเบียนสะสมทั้งสิ้น 59,587 คัน เพิ่มขึ้น 20.17% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้:
รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ จำนวน 59,587 คัน เพิ่มขึ้น 20.17%
– รถยนต์นั่ง: 59,518 คัน เพิ่มขึ้น 20.18%
– รถยนต์บริการธุรกิจ: 41 คัน เพิ่มขึ้น 5.13%
– รถยนต์บริการทัศนาจร: 20 คัน เพิ่มขึ้น 25%
– รถยนต์บริการให้เช่า: 3 คัน (เท่ากับปีที่แล้ว)
– รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์: 5 คัน เพิ่มขึ้น 25%
วิเคราะห์แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ปี 2026
จากสถิติข้างต้น สามารถวิเคราะห์แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2026 ได้ดังนี้:
การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรถยนต์ไฟฟ้า BEV
– รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ ยังคงเป็นกลุ่มหลักที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนสูงสุด
– รถกระบะและรถแวนมีอัตราการเติบโตที่สูงมาก แสดงให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์
– รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การแข่งขันที่รุนแรงในตลาด
– ผู้ผลิตรถยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างเร่งเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่
– ราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มเข้าถึงง่ายมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย
– การแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดลูกค้า
โครงสร้างพื้นฐานที่กำลังพัฒนา
– จำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ
– การพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จที่รวดเร็ว (Fast Charging) ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทาง
– การสนับสนุนจากภาครัฐในการขยายโครงสร้างพื้นฐานยังคงมีความสำคัญต่อการเติบโตของตลาด
ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
– ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการใช้งาน
– รถยนต์ไฟฟ้าที่มีระยะทางวิ่งยาว (Long Range) และมีคุณสมบัติการขับขี่ที่เหนือกว่ากำลังเป็นที่ต้องการ
– การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันและบริการดิจิทัลต่างๆ กลายเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อ
การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์
– ผู้ผลิตรถยนต์เดิมกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุค EV อย่างเต็มรูปแบบ
– บริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาด
– การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ายังคงเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขัน
เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องจับตาในปี 2026
สำหรับผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 ควร