
เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2024: ยอดจดทะเบียนพุ่ง สู่ยุค EV เต็มรูปแบบ
ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมยานยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้เปิดเผยข้อมูลสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและทิศทางที่ชัดเจนสู่การเป็นสังคมไร้มลพิษ ภายในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2567 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV พุ่งทะยานสูงถึง 60,243 คัน เพิ่มขึ้นถึง 21.05% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงตัวเลข สถิติ และแนวโน้มที่เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2024
ภาพรวมการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ปี 2567
ข้อมูลล่าสุดจากกรมการขนส่งทางบกแสดงให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีจำนวนรถยนต์ BEV จดทะเบียนใหม่สะสมสูงถึง 60,243 คัน ในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2567 ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากภาครัฐในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า
ประเภทของรถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่จดทะเบียนใหม่
การจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า BEV ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2567 แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ: มีจำนวนทั้งสิ้น 43,524 คัน เพิ่มขึ้น 18.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แบ่งเป็น:
– รถยนต์นั่ง: 43,266 คัน
– รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: 1,208 คัน
– รถยนต์บริการธุรกิจ: 8 คัน
– รถยนต์บริการทัศนาจร: 54 คัน
– รถยนต์บริการให้เช่า: 3 คัน
รถกระบะ รถแวน: มีจำนวนทั้งสิ้น 258 คัน เพิ่มขึ้นถึง 303.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับภาคธุรกิจและการขนส่ง
รถยนต์สามล้อ: มีจำนวนทั้งสิ้น 87 คัน ลดลง 58.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แบ่งเป็น:
– รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล: 23 คัน
– รถยนต์รับจ้างสามล้อ: 64 คัน
รถจักรยานยนต์: มีจำนวนทั้งสิ้น 16,146 คัน เพิ่มขึ้น 39.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แบ่งเป็น:
– รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล: 16,039 คัน
– รถจักรยานยนต์สาธารณะ: 107 คัน
รถโดยสาร: มีจำนวนทั้งสิ้น 224 คัน ลดลง 80.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
รถบรรทุก: มีจำนวนทั้งสิ้น 262 คัน เพิ่มขึ้นถึง 1,090.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของภาคขนส่งเข้าสู่ยุค EV
สถิติการจดทะเบียนรายเดือน
การวิเคราะห์ข้อมูลรายเดือนเผยให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนของการเติบโตในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ดังนี้
เดือนกรกฎาคม 2567
ในเดือนกรกฎาคม 2567 เพียงเดือนเดียว มียานยนต์ประเภท BEV จดทะเบียนใหม่ถึง 8,332 คัน แบ่งเป็น:
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ: 5,771 คัน เพิ่มขึ้น 13.58% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566 โดยเฉพาะรถยนต์นั่งที่มียอดจดทะเบียน 5,475 คัน
รถกระบะ รถแวน: 73 คัน เพิ่มขึ้นถึง 711.11% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
รถยนต์สามล้อรับจ้าง: 9 คัน ลดลง 80.85% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
รถจักรยานยนต์: 2,413 คัน เพิ่มขึ้น 40.62% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
รถโดยสาร: 16 คัน ลดลง 52.94% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
รถบรรทุก: 50 คัน เพิ่มขึ้นถึง 194.12% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566
เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2567
การเติบโตอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่าแนวโน้ม EV ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมอย่างถาวร
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าประเภท PHEV
นอกจากรถยนต์ไฟฟ้า BEV แล้ว รถยนต์ Plug-in Hybrid (PHEV) ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในตลาด โดย ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 มียานยนต์ประเภท PHEV จดทะเบียนสะสมทั้งสิ้น 59,587 คัน เพิ่มขึ้น 20.17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ประเภทของรถยนต์ PHEV ที่จดทะเบียนสะสม
รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ: 59,587 คัน เพิ่มขึ้น 20.17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็น:
– รถยนต์นั่ง: 59,518 คัน เพิ่มขึ้น 20.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566
– รถยนต์บริการธุรกิจ: 41 คัน เพิ่มขึ้น 5.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566
– รถยนต์บริการทัศนาจร: 20 คัน เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566
– รถยนต์บริการให้เช่า: 3 คัน เท่าเดิมกับช่วงเดียวกันของปี 2566
– รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์: 5 คัน เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2567 ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่เกื้อหนุนกัน ดังนี้
4.1 นโยบายภาครัฐ
ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV ผ่านนโยบายต่างๆ ดังนี้:
มาตรการสนับสนุนทางการเงิน: การให้เงินอุดหนุน การลดหย่อนภาษี และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
การส่งเสริมการลงทุน: การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน EV ในประเทศไทย
การขยายโครงสร้างพื้นฐาน: การลงทุนในการติดตั้งสถานีชาร์จสาธารณะทั่วประเทศ
การกำหนดเป้าหมายการใช้ EV: การตั้งเป้าหมายการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นทุกปี
4.2 เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า
เทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงขึ้น ระยะทางการวิ่งไกลขึ้น และราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
4.3 ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม
ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มตระหนักถึงปัญหามลพิษทางอากาศและต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
4.4 ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์
ผู้ผลิตรถยนต์จากทั่วโลกต่างนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นในตลาดไทย ตั้งแต่รถยนต์ขนาดเล็กสำหรับใช้ในเมือง ไปจนถึงรถยนต์หรูและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์
บทบาทของ Bangkok Auto Salon 2024 ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์
งาน Bangkok Auto Salon 2024 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 10 ภายใต้แนวคิด The Annual Car Culture PHENOMENON ปรากฏการณ์ของวัฒนธรรมคนรักรถแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ได้ตอกย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์