• Privacy Policy
newsthailan.nataviguides.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.nataviguides.com
No Result
View All Result

N1907014_ความรวยม นน ากล วEP.1 Phongdanai Champadorn_part2

admin79 by admin79
July 14, 2026
in Uncategorized
0
N1907014_ความรวยม นน ากล วEP.1 Phongdanai Champadorn_part2 วิกฤตผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเยอรมัน: เมื่อเงินอุดหนุนหมด รัฐบาลเปลี่ยนท่าที และคู่แข่งจากเอเชียไล่กวด ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มาสิบกว่าปี ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปี 2024 นี้ กำลังเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปอย่างเยอรมนี ในปี 2023 เยอรมนีสามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV และ PHEV) ได้ถึง 1.27 ล้านคัน ขึ้นแท่นเบอร์สองของโลก รองจากจีน และเป็นผู้นำด้านการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปอย่างแท้จริง แต่ดูเหมือนว่าปีนี้ เส้นทางของพวกเขาอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่เคย ความสำเร็จที่ผ่านมา: เยอรมนีผู้นำยุโรปและผู้ผลิตอันดับสองของโลก สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน (VDA) รายงานว่าในปี 2023 โรงงานในเยอรมนีผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไปทั้งสิ้น 995,000 คัน แม้ว่าจีนจะยังคงครองตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของโลก แต่ต้องยอมรับว่ารถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ของจีนถูกผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองตลาดภายในประเทศเป็นหลัก ในทางกลับกัน รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติเยอรมันกว่า 76% ถูกส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก สหรัฐอเมริกาเองก็ติดอันดับสามในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของโลก โดยมีแบรนด์ชั้นนำอย่าง Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz เป็นหัวหอกสำคัญ พวกเขามีบทบาทในการขับเคลื่อนยุโรปให้ก้าวไปข้างหน้า ด้วยการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มากกว่ายอดรวมของสเปน (256,000 คัน) และฝรั่งเศส (225,000 คัน) ไปเสียอีก หน่วยงาน Federal Motor Transport Authority (KBA) คาดการณ์ว่าภายในวันที่ 1 มกราคม 2030 จะมีรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนในเยอรมนีถึง 10 ล้านคัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20-25% ของตลาดรถยนต์โดยรวม โดยปัจจัยสำคัญคือขนาดของฐานการผลิตและกำลังการผลิตแบตเตอรี่ที่มีศักยภาพ ปัจจัยพลิกผัน: เมื่อเงินอุดหนุนหมด โครงการภาครัฐสะดุด
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเยอรมนีปี 2024 อาจไม่ราบรื่นอย่างที่คิด คือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการสนับสนุนจากภาครัฐ รัฐบาลเยอรมันได้ประกาศระงับโครงการเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างกะทันหันในเดือนธันวาคม 2023 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงงบประมาณปี 2024 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนีตัดสินให้มีช่องว่างทางงบประมาณกว่า 60 พันล้านยูโร (ประมาณ 2.3 แสนล้านบาท) ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องทบทวนและยกเลิกโครงการต่างๆ ที่ไม่จำเป็นออกไป เดิมที โครงการเงินอุดหนุนนี้เสนอให้ผู้บริโภคได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 6,750 ยูโร (ประมาณ 266,000 บาท) โดยเงินทุนมาจากทั้งภาครัฐและผู้ผลิตรถยนต์ ขึ้นอยู่กับมูลค่าของรถยนต์ไฟฟ้า ณ วันที่ 1 มกราคม 2024 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่มีราคาสุทธิไม่เกิน 45,000 ยูโร (ประมาณ 1.8 ล้านบาท) รัฐบาลจะอุดหนุน 3,000 ยูโร และผู้ผลิตต้องสมทบอีก 1,500 ยูโร รวมเป็นเงินอุดหนุน 4,500 ยูโร (ประมาณ 178,000 บาท) แต่รถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาสูงกว่า 45,000 ยูโร จะไม่ได้รับสิทธิ์นี้อีกต่อไป การยกเลิกโครงการนี้ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และอาจทำให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศชะลอตัวลง ความท้าทายรอบด้าน: เทคโนโลยี ซัพพลายเชน และการแข่งขันจากเอเชีย นอกจากปัจจัยด้านนโยบายแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมันยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ก้าวหน้าและการจัดการระบบแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพ ยังเป็นจุดที่พวกเขาต้องเร่งปรับปรุง เพื่อให้ทัดเทียมกับแบรนด์อย่าง Tesla หรือผู้ผลิตจากจีนที่พัฒนาก้าวกระโดดไปมาก การพึ่งพาบริษัทในอเมริกาและเอเชียตะวันออกในการจัดหาแบตเตอรี่ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการพึ่งพาเทคโนโลยีภายนอก และอาจส่งผลให้การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของตนเองล่าช้าลง อย่างไรก็ตาม บริษัทเยอรมันอย่าง Volkswagen กำลังพยายามแก้ไขปัญหานี้ด้วยการร่วมมือกับบริษัทอย่าง Northvolt เพื่อสร้างฐานการผลิตแบตเตอรี่ของตนเอง และชิงส่วนแบ่งตลาดที่กำลังเติบโต ญี่ปุ่น: เมื่อยักษ์ใหญ่หลงทางในสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่เยอรมนีเผชิญความท้าทาย ภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง จากบทความที่เคยกล่าวถึงการแข่งขันอันดุเดือดของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งผู้ผลิตจีนกำลังเข้ามาท้าทายความเป็นผู้นำของค่ายรถจากยุโรปและอเมริกา แต่เรากลับแทบไม่ได้ยินชื่อผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาทในสมรภูมินี้เลย ทั้งๆ ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์มาหลายทศวรรษ สัญญาณอันตราย: ญี่ปุ่นตามหลังในยุค EV หากนับจนถึงปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นยังคงล้าหลังคู่แข่งในด้านการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ในปี 2022 สัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV และ PHEV) ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 13% เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 2.6% ในปี 2019 ในตลาดจีน รถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งการตลาดถึง 20% แต่ในญี่ปุ่นกลับมีสัดส่วนเพียง 2% เท่านั้น เมื่อพูดถึงผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ชื่อที่ถูกนึกถึงมักจะเป็น Tesla (สหรัฐอเมริกา), BYD (จีน) และ Volkswagen (เยอรมนี) เราแทบไม่เคยได้ยินชื่อผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นติดอันดับ Top 20 ยอดขาย EV ทั่วโลกเลย แม้ว่า Nissan Leaf และ Mitsubishi i-MiEV จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกๆ ที่เปิดตัวไปเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้วก็ตาม แม้แต่ Toyota ซึ่งเป็นบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพียง 24,000 คัน จากยอดขายทั้งหมด 10.5 ล้านคันในปี 2022 (ในขณะที่ Tesla ขายได้ 1.3 ล้านคัน) ยิ่งไปกว่านั้น รุ่น bZ4x รถ SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของ Toyota ยังต้องหยุดจำหน่ายชั่วคราวเนื่องจากข้อบกพร่องทางเทคนิค นักวิเคราะห์หลายคนกังวลว่าการหยุดชะงักของการพัฒนา EV ในช่วงเริ่มต้นนี้ อาจทำให้ญี่ปุ่นสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไปโดยสิ้นเชิง บางครั้ง การเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ในอดีตก็เป็นสิ่งที่น่าคิด ในยุคหนึ่ง ญี่ปุ่นเคยครองตลาดในอุตสาหกรรมนี้อย่างมหาศาล แต่กลับค่อยๆ หลุดออกจากการแข่งขันไป เนื่องจากนโยบายที่ไม่เข้มงวดในการนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ทำให้สหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น และสุดท้ายญี่ปุ่นก็พ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งที่คล่องตัวกว่าอย่างสหรัฐอเมริกาและไต้หวัน การที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของญี่ปุ่นมีแนวโน้มลดลงในทำนองเดียวกันนี้ ยิ่งทำให้ผู้เชี่ยวชาญอดสงสัยไม่ได้ว่า ยุคทองของญี่ปุ่นในฐานะเจ้าแห่งการผลิตรถยนต์กำลังจะสิ้นสุดลงหรือไม่ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์คิดเป็นสัดส่วนถึง 8% ของงานทั้งหมดในญี่ปุ่น และการส่งออกรถยนต์คิดเป็น 20% ของการส่งออกทั้งหมด หากอุตสาหกรรมนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจและสังคมญี่ปุ่นอย่างมหาศาล การปรับตัวของญี่ปุ่น: ความหวังในแสงแห่งรถยนต์ไฟฟ้า? อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าญี่ปุ่นจะยอมแพ้ง่ายๆ ทันทีที่นาย Akio Toyoda ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ของ Toyota และนาย Sato Koji เข้ามารับตำแหน่งใหม่ มีการประกาศแผนการที่ชัดเจนในการผลักดัน Toyota สู่การผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ในการแถลงข่าวครั้งแรก นาย Sato ได้ประกาศแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ถึง 10 รุ่น และตั้งเป้าเพิ่มยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 1.5 ล้านคันต่อปีภายในปี 2026 ด้าน Honda ก็ไม่น้อยหน้า ประกาศแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 30 รุ่นภายในปี 2030 และยังได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Sony เพื่อวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าร่วมกันอีกด้วย
Nissan เองก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา โดยมีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 19 รุ่นภายในปี 2030 และผู้บริหารของ Nissan ระบุชัดเจนว่า การใช้พลังงานไฟฟ้าเป็น “แกนหลักของกลยุทธ์ของบริษัท” อุปสรรคของการเปลี่ยนแปลง: ความยึดติดกับอดีต และความกังวลต่อซัพพลายเชน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มต้นช้าในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า มาจากการยึดติดกับความสำเร็จในอดีต วิศวกรหลายคนยังคงคุ้นเคยกับการพัฒนารถยนต์ไฮบริดที่ซับซ้อน และอาจรู้สึกไม่คุ้นเคยกับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีกลไกเรียบง่ายกว่า “ในอุตสาหกรรมนี้ ยังมีคนจำนวนมากที่ยังติดอยู่กับความคิดที่ว่ารถยนต์ต้องมีเครื่องยนต์” นาย Sato กล่าว ความกังวลต่อผลกระทบของ EV ที่มีต่อซัพพลายเออร์ เช่น Jatco เนื่องจากรถ EV ต้องการชิ้นส่วนน้อยกว่ารถยนต์สันดาปภายใน ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณา ความเชื่อในไฮโดรเจน: เดิมพันที่อาจผิดพลาด? ก่อนหน้านี้ ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นมีความเชื่อมั่นอย่างมากว่า พลังงานไฮโดรเจนจะเป็นพลังงานหลักของโลกในอนาคต Toyota ถึงกับเคยเดิมพันอนาคตของอุตสาหกรรมกับเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน แม้กระทั่งอดีตนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ก็เคยผลักดันนโยบาย “สังคมไฮโดรเจน” แม้ว่าไฮโดรเจนจะมีบทบาทสำคัญในการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น การผลิตเหล็ก หรือการใช้กับรถบรรทุกระยะไกล แต่การนำมาใช้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดเล็กยังคงมีความท้าทายในเชิงปฏิบัติและเศรษฐศาสตร์ แม้ญี่ปุ่นจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับแล้ว แต่ Toyota Mirai ก็ยังมียอดขายเพียง 7,500 คันในตลาดบ้านเกิด รัฐบาลญี่ปุ่น: สวนทางกระแสโลก? ในขณะที่รัฐบาลจีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ต่างทุ่มเทเงินอุดหนุนผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนนโยบายด้านสภาพอากาศและอากาศที่สะอาด รัฐบาลญี่ปุ่นกลับดูเหมือนจะสวนทาง ด้วยการลดแรงจูงใจสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ แม้จะมีเป้าหมายให้รถยนต์ที่ออกจำหน่ายภายในปี 2035 เป็นพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด (รวมถึงรถไฮบริด) แต่รัฐบาลญี่ปุ่นกลับมีนโยบายที่สนับสนุนรถยนต์ใช้น้ำมันมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าในบางแง่มุม กฎระเบียบที่เข้มงวดก็เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ EV ในญี่ปุ่นมีสถานีชาร์จสาธารณะเพียง 1 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งน้อยกว่าเกาหลีใต้ที่มีพื้นที่เล็กกว่ามาก แต่มีจำนวนสถานีชาร์จใกล้เคียงกัน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า ผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นคิดช้าเกินไปที่จะตามทันการเปลี่ยนแปลงในตลาดที่แข่งขันดุเดือดนี้ บทสรุป: ความเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ Toyota จะมีประสบการณ์ในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างรุ่น bZ4x แต่การประสบความสำเร็จในตลาด EV ที่มี Tesla และ BYD เป็นผู้นำนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แนวคิดของบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นที่เน้นฮาร์ดแวร์มากกว่าซอฟต์แวร์และฟังก์ชันภายในรถ อาจเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ไม่สามารถดึงดูดผู้บริโภคยุคใหม่ได้ บริษัทวิจัย S&P Global Mobility ชี้ให้เห็นว่า บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังสูญเสียลูกค้าแฟนตัวยงไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดอเมริกา ซึ่ง Toyota และ Honda เคยครองใจผู้บริโภคมานาน การวิจัยยังพบว่าผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาใช้รถ EV ส่วนใหญ่เปลี่ยนมาจาก Toyota และ Honda ซึ่งยิ่งทำให้งานของสองค่ายยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นยากขึ้นไปอีก เมื่อเทรนด์โลกกำลังเปลี่ยนไปสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ที่ตามไม่ทันย่อมถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าเราจะยังไม่แน่ใจว่า Toyota หรือ Honda กำลังซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนกำลังไล่กวดผู้เล่นรายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ และหากพวกเขาไม่เร่งปรับตัว อาจเหลือเพียงชื่อเสียงในหน้าประวัติศาสตร์ก็ได้
ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องพิจารณาอนาคตของยานยนต์! หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าล่าสุด การลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต หรือต้องการทราบว่าแบรนด์ใดจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดนี้ โปรดติดตามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญของเราอย่างใกล้ชิด และอย่าพลาดโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้!
Previous Post

N1907015_ไม ได ต งใจร ก EP. 1 Phongdanai Champadorn_part2

Next Post

N1907005_ไม ได ต งใจร ก Ep.4 ตอนจบ Phongdanai Champadorn_part2

Next Post

N1907005_ไม ได ต งใจร ก Ep.4 ตอนจบ Phongdanai Champadorn_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2307087_(จบ) พ อแม ม อใหม อย าไว ใจใครจนล มปกป องล ก เพราะความประมาทคร งเด_part2
  • N2307088_Ep1 ม ตรภาพปรส ต สงสาสารเพ อนให เพ อนเก ามานอนบ าน แต เพ อนพาผ ช_part2
  • N2307086_Ep4 ไรเดอร พ นล านก บย ยประธานเซเว น เม อความจร งเร มเป ดเผย ขน นพ_part2
  • N2307085_Ep1 ไรเดอร พ นล านก บย ยประธานเซเว น ท งค เป นเศรษฐ พ นล านท ซ อน_part2
  • N2307089_Ep1 พ อแม ม อใหม พ อแม เก อบเส ยล กต งแต หน าห องคลอดเม อชายปลอมต_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • July 2026
  • June 2026
  • May 2026
  • March 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.