
ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2024: การเติบโตทั่วโลกท่ามกลางความท้าทายในไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ข้าพเจ้าได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาของ รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ซึ่งกำลังปฏิวัติวิธีการเดินทางของเรา อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ภาพรวมของตลาด รถยนต์ไฟฟ้า จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำและทันสมัย การศึกษา ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ในตลาดโลกและตลาดไทยในปี 2024 ที่ผ่านมา จะช่วยให้เราเข้าใจถึงทิศทาง เทรนด์ และความท้าทายที่กำลังเผชิญอยู่
ภาพรวมตลาดโลก: การเติบโตที่น่าจับตาของ EV และ PHEV
ในปี 2024 ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ทั่วโลกได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่ง โดยมียอดขายรวมทะลุ 17 ล้านคัน ซึ่งเป็นการเติบโตถึง 26% เมื่อเทียบกับปี 2023 สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 53% คิดเป็นสัดส่วน 37% ของยอดขาย รถยนต์ไฟฟ้า ทั้งหมด ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 14% ส่งผลให้สัดส่วนของ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV+PHEV) ต่อยอดขายรถยนต์รวมทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 22% จากยอดขายรถยนต์รวมกว่า 78 ล้านคัน
การแข่งขันดุเดือด: BYD ครองบัลลังก์ แบรนด์จีนผงาด
การแข่งขันในอุตสาหกรรม รถยนต์ไฟฟ้า ทั่วโลกยังคงเข้มข้น BYD ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้วยยอดขายรวมกว่า 4 ล้านคัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 23.6% ทิ้งห่าง Tesla ซึ่งรั้งอันดับสองด้วยยอดขาย 1.78 ล้านคัน และส่วนแบ่งตลาดที่ลดลงเหลือ 10.4% บ่งชี้ถึงความจำเป็นของ Tesla ในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ที่หลากหลายมากขึ้น
นอกจากนี้ แบรนด์จีนอื่นๆ เช่น Wuling, Geely, Li Auto, Aion, AITO, Leap Motor, Deepal และ Changan ต่างก็มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยแบรนด์จีนครองสัดส่วนถึง 11 จาก 20 อันดับแรกของแบรนด์ รถยนต์ไฟฟ้า ยอดนิยมทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ในทางกลับกัน แบรนด์ดั้งเดิมหลายราย เช่น BMW, Volkswagen, Mercedes, Volvo และ Kia ก็เริ่มปรับตัวและมียอดขายที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ Toyota ที่สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเติบโตถึง 69% และไต่อันดับขึ้นมาถึง 5 อันดับ แม้จะมีกระแสข่าวเกี่ยวกับ รถยนต์ไฟฟ้า Toyota ที่ดูเหมือนจะไม่เป็นไปในทางบวก แต่ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า Toyota กลับสวนกระแส แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ยังคงมีอยู่
อย่างไรก็ตาม แบรนด์ดั้งเดิมอย่าง Jeep และ Ford กลับหลุดจาก Top 20 ในปี 2024 ทำให้สัดส่วนแบรนด์ดั้งเดิมในกลุ่มนี้ลดลง เหลือเพียง 8 แบรนด์เท่านั้น
เทรนด์ปี 2025: BYD รุกตลาดโลก Tesla เร่งพัฒนา
สำหรับแนวโน้มในปี 2025 คาดว่า BYD จะขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากตลาดในประเทศจีนเริ่มอิ่มตัว การเติบโตของ BYD ในตลาดโลกจะเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ Tesla จำเป็นต้องเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่หลากหลาย โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็กราคาเข้าถึงง่าย เพื่อกลับมาเติบโตและชิงส่วนแบ่งตลาด
รุ่นรถ EV ยอดนิยม: Tesla Model Y ยังคงแชมป์ BYD Song มาแรง
ในส่วนของรุ่นรถ รถยนต์ไฟฟ้า ที่ได้รับความนิยมสูงสุด Tesla Model Y ยังคงครองตำแหน่งแชมป์โลกติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ด้วยยอดขายเกือบ 1.2 ล้านคัน แม้ว่ายอดขายจะลดลงเล็กน้อย 3% เมื่อเทียบกับปี 2023 แต่คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในปี 2025 กับการเปิดตัวรุ่นใหม่
BYD Song (รวมรุ่น BEV และ PHEV) คว้าอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 739,000 คัน เติบโต 16% จากปี 2023 และทิ้งห่าง Tesla Model 3 ซึ่งอยู่ในอันดับ 3 ด้วยยอดขาย 533,000 คัน แม้จะมียอดขายที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่การเติบโตค่อนข้างน้อย บ่งชี้ถึงอายุตลาดที่มากขึ้นและการแข่งขันที่สูงขึ้น
BYD Seagull/Dolphin Mini มาแรงแซงทางโค้ง ขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ด้วยยอดขาย 489,000 คัน เติบโตถึง 93% จากปี 2023 และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจนอาจแซงหน้า Tesla Model 3 ในปี 2025 BYD มีรถยนต์ไฟฟ้าติดอันดับ Top 20 ถึง 10 รุ่น แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์นี้ในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า
Wuling ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด โดยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 7 และ 12 ตามลำดับ ส่วน AITO และ Li Auto ก็สามารถส่งรถยนต์ไฟฟ้าติดอันดับ Top 20 ได้สำเร็จ
ความท้าทายของแบรนด์ดั้งเดิม: VW ID.4 และ ID.3 ร่วง
รถยนต์ไฟฟ้าของ Volkswagen (ID.4 และ ID.3) และ Aion Y มียอดขายลดลงและอันดับร่วงลงอย่างเห็นได้ชัด โดย VW เหลือเพียง 2 รุ่นใน Top 20 ลดลงจาก 4 รุ่นในปี 2022 บ่งชี้ถึงความท้าทายที่แบรนด์ดั้งเดิมต้องเผชิญในการแข่งขันกับแบรนด์จีนในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า
แนวโน้มปี 2025: Tesla Model 3 อาจหลุด Top 3 แบรนด์จีนครองตลาด
คาดการณ์ว่า Tesla Model 3 อาจหลุดจาก Top 3 ในปี 2025 เป็นครั้งแรก เนื่องจากยอดขายอาจทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย และถูกแซงหน้าโดย BYD Seagull แบรนด์จีนจะยังคงเป็นผู้นำในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า และมีการแข่งขันกันเองที่เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงการแข่งขันกับแบรนด์ดั้งเดิมที่พยายามปรับตัว
ตลาดไทย: BEV หดตัว PHEV โต สัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว
ในประเทศไทย สถานการณ์ รถยนต์ไฟฟ้า กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ยอดจดทะเบียน รถยนต์ไฟฟ้า BEV ในปี 2024 อยู่ที่ 70,137 คัน ลดลง 8.1% เมื่อเทียบกับปี 2023 แม้ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า BEV จะหดตัว แต่การลดลงยังน้อยกว่าตลาดรถยนต์โดยรวมของไทยที่ลดลงถึง 26% แสดงให้เห็นว่า แม้เศรษฐกิจจะซบเซา ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ยังคงมีความต้องการอยู่บ้าง
ในทางกลับกัน ยอดจดทะเบียนรถยนต์ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ในไทย ปี 2024 อยู่ที่ 63,184 คัน คิดเป็นสัดส่วน 47% ของยอดจดทะเบียน รถยนต์ไฟฟ้า ทั้งหมดในประเทศไทย โดยหากนับยอด PHEV อย่างเดียวเติบโตขึ้นถึง 17% จากปี 2023
สำหรับสัดส่วน รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ในประเทศไทยอยู่ที่ 14% สัดส่วนรถยนต์ PHEV อยู่ที่ 12% สัดส่วน รถยนต์ไฟฟ้า (BEV+PHEV) อยู่ที่ 26% จากยอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมดในประเทศไทย 502,077 คัน
แบรนด์ BEV ไทย: BYD ยังแชมป์ Volvo มาแรง
แม้ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า BEV ในไทยจะชะลอตัวลง โดยเฉพาะ MG, NETA, Tesla และ ORA ที่มียอดจดทะเบียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ BYD ยังคงเป็นแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ไทย (38.5%) แม้ว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD เองก็ลดลง 11.9% เมื่อเทียบกับปี 2023 แต่ก็ยังคงเป็นผู้นำ
มีเพียงบางแบรนด์ที่สามารถเติบโตสวนกระแสได้ในปี 2024 ได้แก่ Volvo ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นที่สุด (+40.2%) ตามมาด้วย Wuling (+44.8%) และ BMW (+5.7%) แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์เหล่านี้ในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ไทย
ChangAn และ Aion เป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองในปี 2024 เนื่องจากทั้งสองแบรนด์มียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และสามารถเข้ามาอยู่ใน Top 5 ของแบรนด์ รถยนต์ไฟฟ้า ที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดในไทยได้สำเร็จ
แนวโน้มตลาด EV ปี 2025: การแข่งขันรุนแรง แบรนด์จีนครองตลาด
ในปี 2025 ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ในไทยจะยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่างแบรนด์จีนที่เน้นราคาเข้าถึงง่าย และแบรนด์ยุโรปที่เน้นภาพลักษณ์และเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม แบรนด์จีนน่าจะยังคงเป็นกลุ่มหลักในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า BEV ไทยต่อไป โดยเฉพาะ BYD ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายและแข็งแกร่ง
เราน่าจะได้เห็นการเติบโตของแบรนด์ใหม่ อย่าง ChangAn, Aion และแบรนด์จีนอื่นๆ ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดมากขึ้น ส่วนแบรนด์ดั้งเดิม (เช่น Tesla, ORA, MG, NETA) จะเผชิญความท้าทายในการแข่งขัน และอาจต้องปรับกลยุทธ์ด้านราคา ผลิตภัณฑ์ หรือการตลาด เพื่อรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
Toyota: ผู้นำยอดขายรถยนต์ทั่วโลก แต่ EV ยังเป็นส่วนน้อย
แม้ว่า Toyota จะยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำยอดขายรถยนต์อันดับ 1 ของโลกเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ด้วยยอดขายเกือบ 11 ล้านคันในปี 2024 แต่สัดส่วน ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) Toyota กลับมีเพียง 1% เท่านั้น ในขณะที่แบรนด์ รถยนต์ไฟฟ้า อื่นๆ กลับมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ยอดขายของ Toyota ในปี 2024 ลดลง 3.7% จากปี 2023 โดยสาเหตุหลักมาจากยอดขายในประเทศที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากการตรวจสอบใบรับรองรถยนต์ที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงยอดขายในต่างประเทศที่ลดลงในตลาดสำคัญ เช่น จีน อินโดนีเซีย และไทย
ในขณะที่แบรนด์อย่าง BYD ทำยอดขายแซงหน้า Volkswagen และขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน และกำลังไต่เตี้ยระดับโลก ส่วน Hyundai Motor Group ก็สามารถไล่ตาม Toyota และ Volkswagen ได้ทัน ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
สรุปและอนาคตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
สถานการณ์ รถยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทยในปี 2024 สะท้อนให้เห็นถึงความซบเซาของเศรษฐกิจและระบบการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ทำให้ ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% ลดลง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ PHEV เป็นสัญญาณที่น่าสนใจ อาจสะท้อนถึงความต้องการที่ยังคงมีอยู่ แต่ผู้บริโภคอาจยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปสู่ BEV เต็มตัว
สำหรับตลาดโลก รถยนต์ไฟฟ้า ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะแบรนด์จีนที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ การแข่งขันที่ดุเดือดนี้จะส่งผลดีต่อผู้บริโภคในระยะยาว ทำให้มีตัวเลือกที่หลากหลายและราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
ในปี 2025 สิ่งที่ต้องจับตาคือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย มาตรการส่งเสริม รถยนต์ไฟฟ้า ของภาครัฐ และกลยุทธ์ของแบรนด์ต่างๆ ที่จะนำมาใช้เพื่อรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการลงทุนใน รถยนต์ไฟฟ้า หรือต้องการทำความเข้าใจเทรนด์ของ ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อวางแผนธุรกิจ หรือแม้กระทั่งกำลังตัดสินใจเลือกซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า ที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดและแนวโน้มที่สำคัญที่สุดในโลกยานยนต์ไฟฟ้า!