
มินิ ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด MINI Cooper SE ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.69 ล้านบาท พร้อมเผยโฉมอีก 2 รุ่นใหม่ MINI Countryman ทั้งในเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนและเบนซิน 2.0 ลิตร รวมถึงรุ่นที่ไม่เคยมีมาก่อนในไทยอย่าง MINI Aceman SE รถยนต์ไฟฟ้า Crossover 5 ที่นั่ง เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเมืองไทย
MINI Cooper SE: คัมแบ็กอย่างยิ่งใหญ่ในเจเนอเรชันที่ 5
หลังจากที่ MINI Cooper SE รุ่นเดิมได้ปิดฉากการจำหน่ายลงไปในปี 2023 ล่าสุด MINI ประเทศไทย ได้นำการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ MINI Cooper SE ในเจเนอเรชันที่ 5 ที่มาพร้อมกับการออกแบบที่ทันสมัย สมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น โดยรุ่นใหม่นี้มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,699,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็กเกจบำรุงรักษา MINI Service Inclusive Standard 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) ซึ่งถือว่าราคาเข้าถึงง่ายกว่ารุ่นเดิมที่เปิดตัวในปี 2020 ด้วยราคา 2.29 ล้านบาท
มินิ คูเปอร์ เอสอี (MINI Cooper SE) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า (160 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน 6.7 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 54.2 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ถึง 402 กิโลเมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึงสองเท่า
MINI Countryman และ Aceman: ขยายไลน์อัปสู่รถยนต์ไฟฟ้าและครอสโอเวอร์
นอกจากการเปิดตัว MINI Cooper SE แล้ว มินิยังได้เผยโฉมอีก 2 รุ่นใหม่ที่น่าจับตา ได้แก่ MINI Countryman SE รถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยราคา 3.39 ล้านบาท และ MINI John Cooper Works Countryman ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ราคา 3.99 ล้านบาท รวมถึงการปรากฏตัวครั้งแรกของ MINI Aceman SE รถยนต์ไฟฟ้า Crossover 5 ที่นั่ง ซึ่งจะเปิดราคาอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้
วิสัยทัศน์การออกแบบของ MINI เจเนอเรชันใหม่
การปรับโฉมใหม่ในเจเนอเรชันที่ 5 นี้ sebastian crofts หัวหน้าฝ่ายออกแบบภายในของ MINI จาก BMW Group เปิดเผยว่า ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็น MINI โดยเฉพาะลวดลายธงยูเนียนแจ็คที่เป็นซิกเนเจอร์ ด้านเรเน่ เกอร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เสริมว่า การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้ MINI มีรถยนต์ให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการใช้ประโยชน์จากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน ทำให้สามารถนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้ในราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น
BMW Group ยังคงเดินหน้าขยายไลน์อัปของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าที่ผลิตจากโรงงานในประเทศจีน อาทิ MINI Cooper SE และ iX3 ซึ่งช่วยให้สามารถนำเสนอทางเลือกที่คุ้มค่าและมีราคาที่แข่งขันได้ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมของไทย
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับข้อมูลการจำหน่ายและราคาของรถยนต์รุ่นต่างๆ กรุณาติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของ MINI ประเทศไทย หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
เปิดศักราชใหม่แห่งนวัตกรรมยานยนต์ในงาน MOTOR EXPO 2024: 42 ค่ายรถยนต์ และ 22 ค่ายมอเตอร์ไซค์ เข้าร่วมงาน เตรียมพบกับปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่แห่งวงการยานยนต์ เมื่อมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 หรือ MOTOR EXPO 2024 เปิดประตูต้อนรับผู้เข้าชมอย่างเป็นทางการ พร้อมการรวมตัวครั้งสำคัญของค่ายรถยนต์จากทั่วโลก และมหกรรมแห่งความตื่นตาตื่นใจของเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต
มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41: ที่สุดแห่งปรากฏการณ์ยานยนต์แห่งปี
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 เผยถึงแนวคิดหลักของการจัดงานในปี 2024 ภายใต้ธีม “จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม…ยานยนต์ล้ำอนาคต-Innovative Spirit…Futuristic Vehicles” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต โดยมีค่ายรถยนต์ชั้นนำจาก 9 ประเทศเข้าร่วมงานถึง 42 แบรนด์ และค่ายรถจักรยานยนต์จาก 7 ประเทศอีก 22 แบรนด์ รวมถึงรถต้นแบบ และการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกมากมาย
“ปีนี้เป็นอีกหนึ่งครั้งที่พิเศษมากๆ เพราะเราได้ค่ายรถยนต์ถึง 42 แบรนด์ รถจักรยานยนต์ 22 แบรนด์ และค่ายรถมือสองอีก 5 แบรนด์ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ใน MOTOR EXPO 2024 ซึ่งถือเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมา โดยเฉพาะค่ายรถยนต์จากประเทศจีนที่ได้เปิดตัวถึง 8 แบรนด์ใหม่ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์” คุณขวัญชัยกล่าว
สำหรับตัวเลขประมาณการณ์ของงานในปี 2024 คาดว่าจะมียอดจองและผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยมีตัวเลขผู้เข้าชมประมาณ 1.5 ล้านคน และยอดจองมากกว่า 53,000-54,000 คัน คิดเป็นเงินสะพัดในงานมากกว่า 72,000 ล้านบาท แม้ว่าตลาดรถยนต์โดยรวมในช่วงครึ่งปีแรกจะหดตัวไปถึง 25% แต่การแข่งขันที่เข้มข้นของผู้ประกอบการ และการจัดงานในครั้งนี้ เชื่อว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นตลาดและปิดยอดขายปลายปี 2024 ได้เป็นอย่างดี
ค่ายรถยนต์ 42 แบรนด์จาก 9 ประเทศ ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย: AION, AUDI, AVATR, BMW, BYD, BYD COMMERCIAL, DEEPAL, DENZA, FORD, FOTON, GEELY, GREAT WALL MOTOR, HONDA, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, JUNEYAO, KIA, KING LONG, LEAPMOTOR, LEXUS, LOTUS, MASERATI, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NETA, NISSAN, OMODA & JAECOO, PEUGEOT, POCCO, PORSCHE, RIDDARA, SUZUKI, TESLA, TOYOTA, VOLVO, WULING, XPENG และ ZEEKR นอกจากนี้ ยังมีชุดแต่งจากผู้นำเข้าอิสระ M’Z SPEED
รถจักรยานยนต์ 22 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ ได้แก่ AJ EV, ALPHA VOLANTIS, BMW MOTORRAD, DECO, EM MOTOR, FELO, HANWAY, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, KAWASAKI, LAMBRETTA, NIU, RAPID, ROYAL ALLOY, ROYAL ENFIELD, SOLAR, STROM, SUZUKI, TRIUMPH, YAMAHA, ZEEHO และ ZONTES
ส่วนรถมือสอง 5 แบรนด์ที่เข้าร่วมงาน ได้แก่ ASTON MARTIN TIMELESS, BMW PREMIUM SELECTION, MERCEDES-BENZ CERTIFIED PRE-OWNED VEHICLES, ROLLS-ROYCE PROVENANCE และ VOLVO SELEKT
กิจกรรมสุดพิเศษในงาน MOTOR EXPO 2024: คืนกำไรให้ผู้เข้าชม
เพื่อเป็นการคืนกำไรให้กับผู้เข้าชม และสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 ได้จัดกิจกรรมพิเศษมากมาย ดังนี้
“ซื้อรถ…ชิงรถ”: เมื่อจองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน ผู้เข้าชมมีสิทธิ์ลุ้นรับรถยนต์ THE KIA EV5 รุ่น LIGHT มูลค่า 1,299,000 บาท
“ซื้อบัตร…ชิงรถ”: ผู้ซื้อบัตรชมงานมีสิทธิ์ลุ้นรับรถยนต์ MAZDA รุ่น NEW CX-3 BASE PLUS มูลค่า 830,000 บาท
“ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์”: เมื่อจองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงาน ผู้เข้าชมมีสิทธิ์ลุ้นรับรถจักรยานยนต์ TRIUMPH รุ่น SCRAMBLER 1200 X มูลค่า 599,000 บาท
“ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล”: ผู้ที่ลงทะเบียนใน MOTOR EXPO APPLICATION และตอบแบบสอบถามให้ครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 มีสิทธิ์ลุ้นรับรถยนต์ SUZUKI