
Kia K4: รถเก๋งซีดานที่ยังคงยืนหยัด ท่ามกลางยุคสมัยแห่ง SUV และโรดสเตอร์จิ๋ว Daihatsu Copen
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว มีกระแสข่าวลือหนาหูว่ารถเก๋งซีดานกำลังจะเลือนหายไปจากตลาด ถูกแทนที่ด้วยความนิยมของรถยนต์อเนกประสงค์ SUV และรถกระบะที่เข้ามาครองใจผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม Kia K4 กลับเป็นประจักษ์พยานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ประเภทนี้ยังคงมีฐานผู้บริโภคที่เหนียวแน่น และมีความต้องการในตลาดที่ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Kia K4 ได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการขึ้นแท่นเป็นรถที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ Kia สั่นสะเทือนความเชื่อเดิมๆ ว่ารถเก๋งกำลังจะตาย
ความสำเร็จที่เหนือความคาดหมายของ Kia K4 ในตลาดรถเก๋ง
การที่ Kia K4 ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาด แสดงให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคที่ยังคงชื่นชอบในดีไซน์ที่ทันสมัย เส้นสายที่เฉียบคม และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ประเภทซีดาน นี่อาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่ารถเก๋งยังคงมีพื้นที่ยืนในตลาดได้อย่างมั่นคง แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รถยนต์ประเภท SUV และรถกระบะจะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามก็ตาม
Kia K4 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่สะท้อนถึงความล้ำสมัย ผสานกับความสะดวกสบายที่ได้รับการพัฒนามาอย่างพิถีพิถัน เพื่อตอบสนองทุกความต้องการ ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทำให้รถรุ่นนี้ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในกลุ่มตลาดรถยนต์ซีดานระดับกลาง การออกแบบที่ลงตัวและสมดุล ทำให้ Kia K4 สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงบุคลิกภาพและความมีสไตล์
แม้จะอยู่ในยุคที่รถยนต์ซีดานหลายรุ่นต้องเผชิญกับความท้าทายและถูกถอนออกจากตลาดไปหลายต่อหลายรุ่น เช่น Chevrolet Malibu, Ford Fusion, Mazda6 และ Nissan Maxima แต่ Kia K4 กลับสามารถฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ การที่ Kia K4 สามารถทำยอดขายสูงสุดของแบรนด์ Kia ได้ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของรถยนต์รุ่นนี้
จากข้อมูลยอดขายในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Kia สามารถทำยอดขายรวมได้สูงถึง 11,616 คัน โดยมี Kia K4 และ Kia Forte เป็นสองรุ่นที่มียอดขายสูงสุดในเดือนนั้น ตามมาติดๆ ด้วย Sportage ที่ทำยอดขายไป 11,357 คัน และอันดับสามคือ Telluride ซึ่งยังคงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านการปรับโฉมมาหลายปีแล้วก็ตาม โดยมียอดขายถึง 8,771 คัน
ยิ่งไปกว่านั้น Kia K5 ซึ่งเป็นรถซีดานอีกรุ่นหนึ่งของ Kia ก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 32.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำได้ถึง 4,357 คัน ขณะที่ Carnival รถยนต์ประเภทมินิแวน ก็ยังคงเติบโตอย่างน่าประทับใจด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 21.6%
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกรุ่นจะได้รับอานิสงส์จากภาพรวมตลาดที่ดีนัก บางรุ่นอย่าง Seltos มียอดขายลดลงถึง 29% เช่นเดียวกับ Niro, Sorento และ EV9 ที่ก็ประสบกับการลดลงของยอดขายเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
แม้จะมีผลลัพธ์ที่หลากหลาย แต่โดยรวมแล้ว Kia America สามารถทำยอดขายรวมในเดือนมกราคมได้สูงถึง 57,007 คัน ซึ่งเป็นการเติบโตถึง 12% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และที่น่าภาคภูมิใจคือ มีถึง 5 รุ่นที่สามารถทำสถิติยอดขายสูงสุดตลอดกาลในเดือนมกราคม ได้แก่ Carnival, K4/Forte, Telluride, Sportage และ EV6
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Kia K4 ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะรถรุ่นนี้มาพร้อมกับการออกแบบที่ทันสมัย โดดเด่นสะดุดตา และมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 21,990 ดอลลาร์สหรัฐฯ รุ่นมาตรฐานมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 147 แรงม้า และแรงบิด 132 ปอนด์-ฟุต แต่สำหรับรุ่นท็อปอย่าง K4 GT-Line Turbo มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตร 4 สูบ ให้กำลัง 190 แรงม้า และแรงบิด 195 ปอนด์-ฟุต ซึ่งตอบสนองการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ ยอดขายของ Kia K4 ในปัจจุบันยังรวมอยู่กับ Kia Forte ซึ่งกำลังจะหมดอายุการผลิตในไม่ช้านี้ โดยรถ Forte ใหม่ในสต็อกมีจำนวนน้อยกว่า 350 คัน ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตของรถยนต์ประเภทนี้ในตลาด
Daihatsu Copen: โรดสเตอร์จิ๋วหัวใจสปอร์ต ที่สร้างเสน่ห์ไม่เหมือนใคร
ในขณะที่ Kia K4 กำลังพิสูจน์ความแข็งแกร่งของรถยนต์ซีดานในตลาดโลก อีกมุมหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ก็มีรถยนต์อีกประเภทหนึ่งที่กำลังสร้างความฮือฮาและเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือ Daihatsu Copen โรดสเตอร์สองประตูเปิดประทุนขนาดเล็กจิ๋ว ที่แม้จะมีขนาดเล็กกว่า Mazda MX-5 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์ขนาดเล็กยอดนิยมตลอดกาล แต่ก็ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและไม่เหมือนใคร
หากจะเทียบ Daihatsu Copen ในแง่ของขนาดและกลุ่มตลาด จะมีความใกล้เคียงกับ Honda S660 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มรถ Kei Car ทรงสปอร์ต รถทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กเพียง 660 ซีซี. พร้อมระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ แต่ให้บุคลิกและอารมณ์การขับขี่ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
Daihatsu Copen: ความน่าสนใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวถังจิ๋ว
หลายคนอาจเพิ่งเคยเห็น Daihatsu Copen ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย แต่แท้จริงแล้วรถรุ่นนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยเจนเนอเรชั่นแรกเริ่มตั้งแต่ปี 2002 และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Daihatsu Copen ก็ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนขนาดเล็กจิ๋วเอาไว้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นรถหลังคาไฟฟ้าที่มาพร้อมกับระบบไฟฟ้ามาตั้งแต่แรก
Daihatsu Copen ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ขับขี่ชาวญี่ปุ่นไม่แพ้ Honda S660 และยังเป็นที่ชื่นชอบของนักเลงรถในต่างประเทศด้วยเช่นกัน ในปี 2022 ที่ผ่านมา Daihatsu Copen ได้เดินทางมาถึงวาระครบรอบ 20 ปี และมีการเปิดตัวรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี สีเขียวสุดพิเศษพร้อมการตกแต่งภายในโทนสีครีม วางจำหน่ายในจำนวนจำกัดเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น
นอกจากนี้ Daihatsu Copen ยังได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปิดตัวรุ่นพิเศษ GR Sport ที่เน้นความดุดันและสมรรถนะที่สูงขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์สไตล์สปอร์ตอย่างแท้จริง ความน่าสนใจของ Daihatsu Copen ยังขยายไปสู่ตลาดรถแต่ง ด้วยการมีชุดแต่งจากสำนักดังอย่าง Liberty Walk ที่สามารถเปลี่ยนให้ Copen คันน้อยกลายเป็นรถสปอร์ตขนาดเล็กที่ดูราวกับ GT-R R35 ในเวอร์ชันย่อส่วน
สำหรับรุ่นปัจจุบันที่กำลังได้รับความนิยมและมีการนำเข้ามาขายในประเทศไทยผ่านตลาดเกรย์มาร์เก็ต จะมีสองรุ่นหลักคือ Daihatsu Copen Cero Convertible และ Daihatsu Copen GR Sport ซึ่งทั้งสองรุ่นมีเสน่ห์และความน่าสนใจที่แตกต่างกันไป
มิติตัวถัง: Kei Car ทรงสปอร์ตที่คล่องตัว
เมื่อพิจารณาในแง่ของเครื่องยนต์ Daihatsu Copen จัดอยู่ในกลุ่ม Kei Car ซึ่งนอกจากจะมีเครื่องยนต์ขนาดเล็กแล้ว ขนาดตัวถังก็มีขนาดเล็กตามไปด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของรถ Kei Car ในประเทศญี่ปุ่น โดยมีมิติตัวถังดังนี้:
| รุ่นรถยนต์ | ความกว้าง (มม.) | ความยาว (มม.) | ความสูง (มม.) |
|——————–|—————–|—————|—————|
| Honda S660 | 1,475 | 3,395 | 1,180 |
| Daihatsu Copen | 1,475 | 3,395 | 1,280 |
| Mazda MX-5 | 1,735 | 3,915 | 1,235 |
กล่าวได้ว่า Daihatsu Copen เป็นรถ Kei Car ทรงสปอร์ตที่มอบอารมณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน แม้จะไม่ใช่รถสปอร์ตคันใหญ่เต็มรูปแบบ แต่ก็ให้ความรู้สึกสปอร์ตได้เป็นอย่างดี และเมื่อเทียบกับรถสปอร์ตโรดสเตอร์ขนาดเล็กอย่าง Mazda MX-5 แล้ว Copen ก็ยังมีขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เครื่องยนต์: พลังเล็กที่แฝงความเร้าใจ
Daihatsu Copen ใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส KF แบบ 3 สูบ ขนาด 660 ซีซี. พร้อมระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้พละกำลังสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 92 นิวตันเมตร ที่ 3,200 รอบต่อนาที สามารถจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบล็อคพูลเลย์ 7 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
เมื่อพิจารณาจากตัวเลขพละกำลัง อาจดูเหมือนไม่มากนัก แต่ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบามากและขนาดที่เล็ก ทำให้เครื่องยนต์ขนาดนี้สามารถมอบความสนุกสนานในการขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม การออกตัวทำได้อย่างทันใจ และด้วยความเป็นรถเครื่องยนต์เทอร์โบ การเร่งแซงทำได้อย่างสนุกสนานและตอบสนองได้ดี
หากเปรียบเทียบกับรถสปอร์ตขนาดกลาง เช่น Subaru BRZ หรือ Mazda MX-5 Daihatsu Copen อาจให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป แต่สำหรับรถประเภท Kei Car ที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กและระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ก็ถือว่า Daihatsu Copen มอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจแล้ว ฟิลลิ่งการขับขี่จะคล้ายคลึงกับการขับโกคาร์ท คือมีความพุ่ง เบา กระฉับกระเฉง และคล่องตัวสูง แม้จะยอมรับว่า Honda S660 ซึ่งเป็นเครื่องวางกลางขับหลัง (RWD) อาจให้ความรู้สึกสนุกสนานมากกว่า แต่ในแง่ของออปชัน Copen ก็ให้มาอย่างครบครัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบหลังคาไฟฟ้า
Daihatsu Copen: อะไรที่ทำให้รถคันนี้มีเสน่ห์?
สำหรับ Daihatsu Copen ที่นำเข้ามาขายในประเทศไทยผ่านตลาดเกรย์มาร์เก็ตนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่น Copen Cero สเปกญี่ปุ่น สิ่งแรกที่หลายคนอาจรู้สึกได้คือความเรียบง่าย แต่เมื่อพิจารณาถึงราคาที่สูงขึ้นเนื่องจากภาษีนำเข้าที่ค่อนข้างสูง ทำให้เกิดความสงสัยในคุณค่า แต่เมื่อได้สัมผัสและทำความเข้าใจ ก็จะพบว่ามีหลายสิ่งที่ทำให้รถคันนี้มีเสน่ห์และน่าสนใจ
Daihatsu Copen Cero เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่ชื่นชอบรถยนต์ขนาดเล็ก แต่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและเร้าใจกว่ารถบ้านทั่วไป ด้วยดีไซน์สปอร์ตเปิดประทุนสไตล์เรโทรที่ผสมผสานความน่ารักเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้ Copen มีความเป็น Unisex ที่ผู้ชายสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจเช่นกัน
การออกแบบของ Daihatsu Copen Cero: น่ารัก ทันสมัย และมีเอกลักษณ์
ดีไซน์ของ Daihatsu Copen Cero ค่อนข้างโดดเด่นด้วยกระจังหน้าสไตล์เรโทร ประกอบกับไฟหน้าทรงกลมแบบ LED ที่ให้รูปลักษณ์ที่น่ารัก ผสานกับความทันสมัย ด้านท้ายรถก็ยังคงเอกลักษณ์ด้วยชุดโคมไฟทรงกลมเช่นกัน ทำให้โดยรวมแล้วรถคันนี้มีบุคลิกที่น่ารักและร่วมสมัย แม้จะมองจากด้านข้างก็ยังคงความหล่อตามสไตล์รถเปิดประทุน
ในด้านความปลอดภัย แม้จะไม่ได้มีออปชันมากมายนักตามขนาดตัวรถ แต่ก็มีอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับรถยนต์สมัยใหม่มาให้ เช่น Keyless Entry, พวงมาลัย Multi-function, Push Start, Park Sensor และ SRS Airbag ที่สำคัญคือ ระบบช่วงล่างของ Copen Cero ใช้โช้คอัพ Bilstein ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความหนึบแน่น เกาะถนนได้เป็นอย่างดี ทำให้มั่นใจได้แม้จะไม่ได้มีระบบความปลอดภัยที่ล้นหลาม
ภายในห้องโดยสาร Copen Cero: สปอร์ต หรูหรา และลงตัว
ภายในห้องโดยสารของ Copen Cero จะมีการตกแต่งที่แตกต่างกันไปตามสีของรถแต่ละคัน แต่สิ่งที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์คือเบาะนั่งทรง Bucket Seat จาก RECARO ซึ่งไม่ได้เป็นแบบแข็ง แต่ใช้วัสดุผ้าและ Alcantara ที่ให้สัมผัสพรีเมียม นั่งสบาย และยังมีฟังก์ชันเบาะอุ่นร้อนอีกด้วย พวงมาลัยเป็นของ MOMO ติดตั้งมาพร้อมรถ แต่ไม่ใช่แบบ Full Multi-function เรือนไมล์เป็นแบบเข็มที่สวยงาม พร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาดเล็กอีกสองจอ
วัสดุที่ใช้ในส่วนของกรอบประตูและแผงคอนโซลส่วนใหญ่เป็นพลาสติก แต่มีความพิเศษตรงที่แผงข้างประตูจะใช้วัสดุ Alcantara ในโทนสีเดียวกับเบาะ และมีตาข่ายเก็บของสีดำมาให้ ทำให้ภายในดูหรูหราขึ้น แม้รถนำเข้าจากญี่ปุ่นจะไม่มีหน้าจอสัมผัสตรงกลาง แต่ก็มีช่องสำหรับติดตั้งเพิ่มเติมได้
บริเวณคอนโซลกลางจะเต็มไปด้วยปุ่มฟังก์ชันต่างๆ เกี่ยวกับระบบปรับอากาศ ซึ่งสามารถปรับแบบอัตโนมัติได้ ปุ่มควบคุมต่างๆ จะถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบใกล้กับคันเบรกมือ รวมถึงปุ่มเปิดหลังคาด้วย แต่การเปิดหลังคาไม่ได้เป็นแบบไฟฟ้าล้วน 100% ผู้ขับขี่ยังต้องปลดล็อคที่ส่วนชายคาหลังคาก่อน จึงจะสามารถกดปุ่มเปิดหลังคาได้
โดยรวมแล้ว Copen Cero เป็นรถที่ดูน่ารัก แต่ก็แฝงไว้ด้วยรายละเอียดที่เสริมความเป็นสปอร์ต หากผู้หญิงขับก็จะดูน่ารักแต่แฝงความแซ่บ และหากต้องการเพิ่มความสมบูรณ์แบบ อาจพิจารณาเปลี่ยนล้อแม็กให้สวยงามยิ่งขึ้น หรืออัปเกรดคาลิปเปอร์เบรกทั้งสี่ล้อ
Daihatsu Copen GR Sport: ดุดัน เต็มสมรรถนะ สำหรับสายสปอร์ต
สำหรับผู้ชายที่ชื่นชอบรถสปอร์ตและต้องการรถเปิดประทุนขนาดเล็ก Daihatsu Copen GR Sport คือคำตอบที่ดี การตกแต่งของรุ่นย่อยนี้ได้แรงบันดาลใจจาก GR Sport ของ Toyota อย่างเต็มเปี่ยม และมีการปรับปรุงบางส่วนเพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น โดยที่ระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์พื้นฐานยังคงเดิม
การออกแบบภายนอกของ Daihatsu Copen GR Sport: โหด ดุดัน และเป็นเอกลักษณ์
ภายนอกของ Daihatsu Copen GR Sport จะดูดุดันมากขึ้นด้วยชุดกันชนหน้า กระจังหน้า และช่องดักอากาศขนาดใหญ่แบบรังผึ้งสีดำ ซึ่ง Gazoo Racing ได้ตั้งชื่อว่า “Functional MATRIX” เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของรถ Gazoo Racing ทุกรุ่น อุปกรณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยระบายความร้อนให้กับอินเตอร์คูลเลอร์ แต่ยังช่วยเสริมบุคลิกของรถให้ดูทรงพลังยิ่งขึ้น
ดิฟฟิวเซอร์ท้ายได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยจัดเรียงกระแสลมให้ไหลออกได้อย่างเป็นระเบียบ ไม่เกิดแรงฉุดตัวรถ หลังคาพับไฟฟ้ายังคงมีให้เลือกทั้งแบบคาร์บอนไฟเบอร์และหลังคาแข็งปกติ พร้อมชุดล้อ Forged น้ำหนักเบาจาก BBS ที่พ่นสีเทาด้าน
ภายในห้องโดยสาร Copen GR Sport: ดุดัน ทรงพลัง และเน้นผู้ขับขี่
การออกแบบภายในของ Copen GR Sport จะมีความคล้ายคลึงกับ Copen Cero แต่มีการปรับเปลี่ยนโทนสีให้ดูดุดันมากขึ้น ห้องโดยสารทั้งหมดจะถูกคลุมโทนสีดำ จุดที่เคยเป็น Alcantara จะเปลี่ยนเป็นสีดำ กรอบคอนโซลกลางและมือเปิดประตูใช้วัสดุ Piano Black เงางาม และบริเวณคอนโซลกลางมีการตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์
การตกแต่งส่วนต่างๆ ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้แตกต่างอย่างชัดเจน เรือนไมล์เน้นสีดำแดง พวงมาลัยยังคงเป็น MOMO เช่นเดิม แต่เป็นพวงมาลัยสไตล์ GR Sport พร้อมโลโก้ GR บนก้าน เบาะ RECARO Bucket Seat ถูกเปลี่ยนเป็นสีดำล้วนทำจากหนัง ให้ความกระชับตัวมากขึ้น และมีโลโก้ GR บนเบาะ โดยรวมแล้วรุ่นนี้ให้ความรู้สึกดุดันและเหมาะสำหรับผู้ชายที่ชื่นชอบรถสปอร์ตอย่างแท้จริง
Daihatsu Copen GR Sport ดีกว่ารุ่นปกติหรือไม่?
ในแง่ของขุมพลัง GR Sport ยังคงใช้เครื่องยนต์แบบเดิมและให้กำลังเท่าเดิม แต่มีการปรับปรุงในด้านสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น มีการติดตั้งค้ำยันช่วงล่างทั้งด้านหน้าและตรงกลางรถ (Front / Center Brace) โช้คอัพถูกเปลี่ยนมาใช้โช้คกระบอกแดงเฉพาะรุ่น GR Sport
นอกจากนี้ยังมีการปรับอัตราทดพวงมาลัยไฟฟ้าใหม่ ทำให้พวงมาลัยตอบสนองได้รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง เหมือนรถแข่ง และสำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา จะได้รับ Super LSD เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และยังมีอุปกรณ์ตกแต่งเสริมจาก TRD สำหรับ Daihatsu Copen GR Sport อีกด้วย
สรุป: Daihatsu Copen น่าซื้อหรือไม่?
หากจะถามว่า Daihatsu Copen น่าซื้อหรือไม่ คำตอบคือ “น่าซื้อมาก” หากคุณมีเงินเหลือเฟือและมีรถยนต์คันหลักสำหรับใช้งานประจำวันอยู่แล้ว Daihatsu Copen ไม่สามารถทดแทนรถบ้านได้ในทุกกรณี เนื่องจากขนาดตัวถังที่เล็กและความเป็นรถสปอร์ต ทำให้เหมาะกับการใช้งานที่เฉพาะเจาะจง
Copen สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น ขับไปทำงาน ขับเที่ยวเล่นในเมืองให้ดูดี ขับไปเที่ยวต่างจังหวัดใกล้ๆ ริมทะเล หรือขับไปร่วมงานโชว์รถหรือมีทติ้งรถยนต์ รวมถึงการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ แต่จะไม่เหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัวหรือการท่องเที่ยวระยะไกล
สำหรับใครที่กำลังมองหารถขนาดเล็กที่ขับสนุกเหมือนโกคาร์ท และมีรถใช้งานประจำอยู่แล้ว แต่อยากได้รถที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ Daihatsu Copen คือตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ด้วยราคาที่นำเข้าสูงถึงหลักล้านบาท อาจทำให้ต้องคิดหนักอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม หากคุณตกหลุมรักในดีไซน์และสมรรถนะของมันแล้ว ราคาที่จ่ายไปก็ย่อมคุ้มค่า
คำแนะนำคือ ควรลองขับเปรียบเทียบกับ Honda S660 ก่อน เนื่องจากมีราคาใกล้เคียงกัน แต่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ Daihatsu Copen เป็นรถที่สะท้อนถึงความรักในยานยนต์อย่างแท้จริง ราคาที่สูงลิ่วในประเทศไทยเมื่อเทียบกับราคาในญี่ปุ่น (ซึ่งอยู่ที่หลักแสนบาท) นั้น ส่วนใหญ่มาจากการคำนวณภาษีนำเข้าที่ค่อนข้างโหดร้าย แต่หากคุณชื่นชอบอย่างแท้จริงและมีกำลังทรัพย์เพียงพอ การซื้อ Daihatsu Copen ถือเป็นการลงทุนในความสุขและความภาคภูมิใจที่ไม่เหมือนใคร เพราะบนท้องถนนไทย Daihatsu Copen เป็นรถที่หาได้ยากมาก เป็นรถเล็กที่ขับแล้วดูดี ให้ทั้งความน่ารักและความหล่อในคันเดียว
สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์ Kia หรือ Daihatsu Copen รวมถึงรถยนต์มือสองคุณภาพดี สามารถเข้ามาชมและทดลองขับได้ที่โชว์รูม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อค้นหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างลงตัว