
StarFest 2021: กลยุทธ์ของ Mercedes-Benz ในยุค New Normal เพื่อก้าวข้ามทุกข้อจำกัด
ในสภาวะการณ์ที่โลกยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาดระดับโลก ธุรกิจทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดและเติบโตต่อไป เมอร์เซเดส-เบนซ์ แบรนด์รถยนต์หรูระดับโลก ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นผ่านการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคมเปญ “StarFest” ที่เป็นเสมือนเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายของบริษัทฯ มาโดยตลอด
แม้ว่าการจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ เช่น ที่ศูนย์การค้าชั้นนำ อาจต้องชะลอตัวลงเพื่อปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของกิจกรรม “StarFest” ที่จัดขึ้นภายในโชว์รูมของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน
วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค: การตัดสินใจซื้อที่แม่นยำในยุคดิจิทัล
ในช่วงที่ผ่านมา เราสังเกตเห็นแนวโน้มที่ผู้บริโภคมีอัตราการเข้าชมโชว์รูมรถยนต์ลดลง ปรากฏการณ์นี้มีหลายปัจจัยเกื้อหนุน ทั้งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโลกดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์และทำการเปรียบเทียบได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส รวมถึงการที่ผู้คนเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสใกล้ชิดผู้อื่น
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจยานยนต์ ประสบการณ์กว่าทศวรรษในอุตสาหกรรมยานยนต์หรู ทำให้ผมเห็นข้อสังเกตที่สำคัญว่า ผู้บริโภคที่ตัดสินใจเดินทางมาที่โชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์ในช่วงเวลาเช่นนี้ ส่วนใหญ่คือกลุ่มลูกค้าที่มีความตั้งใจซื้ออย่างแท้จริง (High-intent buyers) พวกเขาได้ทำการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดผ่านช่องทางดิจิทัลมาแล้วในระดับหนึ่ง และการมาเยือนโชว์รูมคือขั้นตอนสุดท้ายของการตัดสินใจ เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริงกับตัวรถ ทดลองขับ และปรึกษาข้อเสนอต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญ
ดังนั้น กิจกรรม “StarFest” ในปีนี้ จึงยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์สุดพิเศษภายในโชว์รูมของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ “StarFest 2021: Season of the ultimate offers” ซึ่งจะดำเนินไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน เพื่อนำเสนอข้อเสนอสุดคุ้มค่าสำหรับการเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี
ข้อเสนอสุดพิเศษจาก StarFest 2021: ยกระดับการเป็นเจ้าของเหนือระดับ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เพียงแต่จัดโปรโมชั่น แต่ยังสร้างสรรค์ข้อเสนอที่มอบมูลค่าเพิ่มและความอุ่นใจให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง โดยแคมเปญ StarFest 2021 นี้ได้รวบรวมข้อเสนอที่น่าสนใจดังนี้:
มอบโปรแกรม “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส” (Mercedes-Benz Service Plus) นาน 5 ปี: เพื่อยกระดับประสบการณ์การดูแลรักษารถยนต์ ลูกค้าที่เลือกซื้อรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการจะได้รับโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ตามข้อกำหนด MBSP Compact เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งครอบคลุมรุ่นที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาด ได้แก่:
C-Class
C Coupe
E-Class
GLC
GLC Coupe
V-Class
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe
Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+
ข้อเสนอนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา แต่ยังมอบความอุ่นใจในระยะยาว ทำให้ลูกค้าสามารถขับขี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องกังวล
ส่วนลด 10,000 บาท สำหรับสินค้าตกแต่งและอุปกรณ์เสริม: เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการจะได้รับส่วนลด 10,000 บาท สำหรับการเลือกซื้อสินค้าจาก Mercedes-Benz Collection, กล้องติดรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ สินค้าเหล่านี้ได้รับการออกแบบและคัดสรรมาอย่างดี เพื่อให้เข้ากับเอกลักษณ์และความหรูหราของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น:
Mercedes-Benz ทุกรุ่น
Mercedes-AMG ทุกรุ่น
ข้อเสนอสุดพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง: สำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกในการเป็นเจ้าของรถยนต์ผ่านบริการทางการเงิน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ได้เตรียมข้อเสนอที่น่าสนใจเพื่ออำนวยความสะดวกและมอบความคุ้มค่าเพิ่มเติม:
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 2 ปี: เมื่อทำสัญญา “มายสตาร์” (mySTAR) หรือสัญญาเช่าทางการเงิน (Finance Lease) สำหรับรถยนต์รุ่น C-Class, C Coupe, E-Class, GLC, และ GLC Coupe ข้อเสนอนี้ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ตั้งแต่เริ่มต้น
โปรโมชั่นเหล่านี้ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำถึงความคุ้มค่า ความอุ่นใจ และประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่เหนือระดับ
Mercedes-Benz S 560 e: ก้าวล้ำสู่ยุคแห่งยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริด
การมองไปข้างหน้าในโลกยานยนต์ระดับพรีเมียม การเปิดตัว Mercedes-Benz S 560 e ในประเทศไทย เมื่อครั้งนั้น นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการผลักดันเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle – PHEV) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว
S 560 e คือนิยามใหม่ของรถยนต์ซาลูนระดับพรีเมียม ที่มาพร้อมกับการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงและความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้อย่างลงตัว โดยรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุด
สมรรถนะที่เหนือกว่า: ผสานพลังแห่งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า
หัวใจสำคัญของ Mercedes-Benz S 560 e คือการผสานการทำงานอันทรงพลังระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร แบบ Twin-turbocharging ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 367 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ให้กำลัง 122 แรงม้า เมื่อรวมพละกำลังทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน จะได้กำลังรวมสูงสุดถึง 476 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะแบบใหม่
สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือการนำเสนอแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนชนิดใหม่ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการเก็บประจุไฟฟ้าได้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ระยะทางสูงสุดในการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 60% และที่สำคัญคือ มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยในโหมดผสมต่ำกว่า 50 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง
ดีไซน์เหนือกาลเวลา: ความหรูหราที่สะท้อนเทคโนโลยี
การออกแบบภายนอกของ S 560 e ยังคงไว้ซึ่งเส้นสายอันสง่างามตามแบบฉบับ S-Class แต่เพิ่มเติมด้วยรายละเอียดที่สะท้อนความล้ำสมัย กระจังหน้าแบบ 3 ก้าน พร้อมไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED อันเป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ในเวลากลางคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยฟังก์ชัน ULTRA RANGE Highbeam ที่สามารถปรับความสว่างและความยาวของลำแสงได้ไกลถึง 650 เมตรโดยอัตโนมัติ
เพื่อเพิ่มอารมณ์สปอร์ตให้แก่ตัวรถ การตกแต่งภายนอกมาพร้อมกับชุดแต่ง AMG ทั้งกันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ Multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว สี Titanium Grey ที่สะท้อนถึงสมรรถนะและความปราดเปรียว
ห้องโดยสารแห่งความผ่อนคลาย: นวัตกรรมเพื่อประสบการณ์เหนือระดับ
ภายในห้องโดยสาร S 560 e คือสวรรค์แห่งความสะดวกสบายและเทคโนโลยี ระบบ ENERGIZING Comfort Control คือหัวใจสำคัญในการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า ด้วยการผสานการทำงานของระบบต่างๆ อย่างลงตัว ตั้งแต่ระบบปรับอากาศ ระบบฉีดน้ำหอม ระบบฟอกอากาศ ไฟ Ambient Light ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายโทนสี เสียงเพลง ไปจนถึงระบบระบายอากาศและทำความร้อนของเบาะนั่ง พร้อมฟังก์ชันระบบนวดสำหรับเบาะหลัง ลูกค้าสามารถเลือกโปรแกรมผ่อนคลายได้ 4 แบบ ได้แก่ Refresh, Vitality, Warmth และ Joy
สำหรับรุ่น The S 560 e AMG Premium จะมาพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มหนัง Exclusive Nappa เกรดพรีเมียม ที่มอบสัมผัสอันหรูหรา เบาะผู้โดยสารด้านหลังฝั่งซ้ายยังสามารถปรับเอนนอนได้ถึง 43.5 องศา พร้อมที่รองขาที่ปรับระดับได้ เพิ่มความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทางไกล
นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display), ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless charging) พร้อมรองรับ Apple CarPlay™ และ Android Auto
Mercedes-Benz S 560 e AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ ในราคา 6,999,000 บาท คือตัวเลือกที่สะท้อนความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดไทยได้อย่างตรงจุด
การจัดแสดงยนตรกรรมที่หลากหลาย: ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยในการจัดแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz S 560 e ที่งาน Bangkok International Motor Show 2019 นั้น ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซนหลัก เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความแตกต่างและจุดเด่นของแต่ละแบรนด์ย่อยอย่างชัดเจน ได้แก่:
แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์: แบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ เช่น Compact Car, Contemporary Luxury Sedan & Dream Car, SUV
แบรนด์ EQ: กลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี “Electric Intelligence by Mercedes-Benz”
แบรนด์ Mercedes-AMG: รถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจ
แบรนด์ Mercedes-Maybach: รถยนต์อัลตร้าลักชัวรี่ที่ยกระดับความหรูหราไปอีกขั้น
นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้ขนทัพยนตรกรรมมาจัดแสดงกว่า 29 คัน ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ไม่ว่าจะเป็น CLA 200, CLS 300 d AMG Premium, GLC 250 d 4MATIC, Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé, และ Mercedes-Maybach S 560 พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการและให้คำปรึกษาด้านการขายและการบริการหลังการขาย
ข้อเสนอสุดพิเศษ ณ งาน Motor Show 2019:
iPhone XS Max 256 GB: สำหรับลูกค้า 10 รุ่นแรกที่รับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ร่วมรายการ อาทิ GLA 200 Urban, GLA 250 AMG Dynamic, E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive, E 350 e AMG Dynamic, GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD, GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic, GLC 250 d 4MATIC Coupe AMG Plus, S 350 d Exclusive และ S 350 d AMG Dynamic (จำนวนจำกัด)
พันธมิตรทางการเงิน: ข้อเสนอที่เข้าถึงง่าย
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ได้เตรียมข้อเสนอทางการเงินที่น่าสนใจเพื่อช่วยให้การเป็นเจ้าของรถยนต์เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น:
อัตราดอกเบี้ย 0%: สำหรับสัญญาเช่าซื้อระยะเวลา 48 เดือน เงินดาวน์ขั้นต่ำ 25% สำหรับรถยนต์รุ่น GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD หรือ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic
อัตราดอกเบี้ย 0%: สำหรับสัญญาเช่าซื้อระยะเวลา 48 เดือน เงินดาวน์ขั้นต่ำ 25% สำหรับรถยนต์รุ่น E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection เป็นระยะเวลา 1 ปี และแพ็คเกจ MBSP Excellent นาน 4 ปี
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง: สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญา “มายสตาร์” (mySTAR) และสัญญาเช่าทางการเงิน (Finance Lease) กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง เป็นระยะเวลา 1 ปี (สำหรับลูกค้าที่รับมอบรถยนต์และเริ่มต้นสัญญาภายในวันที่ 30 เมษายน 2562)
Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Cabriolet: นิยามใหม่แห่งสปอร์ตหรู
นอกเหนือจากรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เปิดตัว Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Mercedes-Benz S-Class Cabriolet ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์สปอร์ตหรูให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีล้ำสมัย และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์
Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium นำเสนอในราคา 15.99 ล้านบาท และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium ในราคา 16.72 ล้านบาท รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้คือบทพิสูจน์ถึงปรัชญา “สิ่งที่ดีที่สุด” ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้า
Michael Grewe, President and CEO of Mercedes-Benz (Thailand) Ltd. กล่าวถึงความสำเร็จของรถยนต์ตระกูล S-Class ว่าเป็นหนึ่งในรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของแบรนด์ โดยนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2515 สามารถทำยอดขายรวมกว่า 4,000,000 คัน การนำเสนอ S-Class Coupé และ Cabriolet รุ่นใหม่ล่าสุด สะท้อนถึงการสานต่อเจตนารมณ์ในการมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” ควบคู่ไปกับการสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection)
Frank Scheufler, Vice President of Sales and Marketing, Mercedes-Benz (Thailand) Ltd. ได้เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในตลาดรถยนต์พรีเมียม โดยครองตำแหน่งผู้นำด้วยยอดขายทั่วโลกที่เติบโตขึ้น 2.3% ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม ขณะที่ในประเทศไทย มียอดขายกว่า 8,600 คัน เติบโตขึ้น 9% การเติบโตนี้กระจายไปในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, SUV, Mercedes-AMG, และ EQ
แบรนด์ Mercedes-AMG แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าประทับใจถึง 250% โดยเป็นผลมาจากการรุกตลาดรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวผู้จำหน่าย Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ 12 แห่งทั่วประเทศ และการเปิดตัวรถยนต์ Mercedes-AMG รุ่นประกอบในประเทศเป็นครั้งแรก ความเชื่อมั่นในแบรนด์ EQ ที่เพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งที่ 6 ของโลกในประเทศไทย ก็ส่งผลให้รถยนต์ในกลุ่มนี้มียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 40%
ดีไซน์สุดล้ำ: การผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหรา
Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium คือนิยามใหม่ของรถยนต์สปอร์ต 2 ประตู ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกอันโดดเด่น และการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุคุณภาพสูง ยกระดับงานออกแบบให้ดูสปอร์ตและเน้นย้ำงานวิศวกรรมอันล้ำหน้า
ดีไซน์ภายนอก:
ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System: ประดับด้วยคริสตัล Swarovski จำนวน 47 ชิ้น โดยไฟ Daytime Running Lamps ใช้คริสตัล 17 ชิ้น และไฟเลี้ยวใช้คริสตัล 30 ชิ้น ให้แสงสว่างที่สวยงามและคมชัด
ไฟท้ายแบบ OLED (Organic Light Emitting Diode): เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ให้ความยืดหยุ่นในการควบคุมตำแหน่งและความสว่างของแสงได้อย่างแม่นยำ
กระจังหน้า Diamond Grille: สีเงิน พร้อมลายโครเมียม 1 แถบ และตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์
ชุดแต่งสปอร์ต AMG: เพิ่มความดุดัน พร้อมคิ้วโครเมียมบริเวณชายกันชนด้านหน้า ปลายท่อไอเสียคู่ ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน พร้อมสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บนคาลิปเปอร์เบรก
ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG: แบบ 10-spoke ขนาด 20 นิ้ว ตกแต่งด้วยสี Titanium Grey
S 560 Coupé AMG Premium มาพร้อมกับหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ MAGIC SKY CONTROL ขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถปรับความเข้มของกระจกได้ เพื่อกรองแสงที่เข้ามา โดยมีพื้นที่ประมาณ 1.32 ตารางเมตร
S 560 Cabriolet AMG Premium โดดเด่นด้วยหลังคาผ้าแบบ Fabric Soft-top 3 ชั้น ที่ออกแบบมาเพื่อลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร สามารถเปิด-ปิดได้ในเวลาเพียง 19 วินาที ขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 50 กม./ชม. พร้อมกับระบบแผงบังคับทิศทางลม (AIRCAP)
ดีไซน์ภายใน: สุนทรียะแห่งความหรูหราและความสะดวกสบาย
ภายในห้องโดยสารของรถทั้งสองรุ่น ได้รับการออกแบบให้มีความหรูหรามีระดับ และมอบความสะดวกสบายสูงสุด เทียบเคียงได้กับ Mercedes-Maybach S 560
ระบบ ENERGIZING Comfort Control: ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เช่น ระบบปรับโทนสีไฟภายในห้องโดยสาร (Premium Ambient Light), ระบบปรับอากาศ, ระบบเครื่องเสียง, และโปรแกรมการนวด 4 รูปแบบบนเบาะนั่งด้านหน้า เพื่อมอบความผ่อนคลายสูงสุด
วัสดุคุณภาพสูง: เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa แบบ Exclusive Package พร้อมการตัดเย็บลาย Diamond Design
หน้าจอกว้างแบบ Widescreen Cockpit: แสดงผลข้อมูลการขับขี่และระบบมัลติมีเดียอย่างครบครัน
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต: ควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย
เทคโนโลยีและระบบมัลติมีเดีย: อัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบาย
ระบบ Night View Assist Plus: ระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคนเดินถนนหรือสัตว์ขนาดใหญ่ในที่มืด ด้วยการใช้แสงอินฟราเรดและกล้องระยะใกล้-ไกล เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
ระบบ Crosswind Assist: ช่วยประคองรถยนต์ให้อยู่ในเส้นทางเมื่อมีลมปะทะแรง
ระบบ MAGIC VISION CONTROL: ระบบปัดน้ำฝนอัจฉริยะ ที่ฉีดน้ำล้างกระจกผ่านก้านปัดน้ำฝนโดยตรง เพื่อทัศนวิสัยที่ดีขณะขับขี่ท่ามกลางสายฝน
ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display)
ระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ: สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ฟังก์ชันปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร (AIR BALANCE package)
ระบบ COMAND Online: ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ครอบคลุม
ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Apple CarPlay™ & Android Auto
ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless charging)
ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® High-End 3D Surround Sound System
ระบบช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัย: มาตรฐานสูงสุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ S 560 Coupé AMG Premium และ S 560 Cabriolet AMG Premium มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรถยนต์รุ่นนี้:
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® PLUS: ทำงานร่วมกับเรดาร์เพื่อตรวจจับรถยนต์จากด้านหลังที่มีความเสี่ยงต่อการชน ระบบจะส่งสัญญาณไฟกะพริบเตือนผู้ขับขี่ด้านหลัง พร้อมกระชับเข็มขัดนิรภัย ล็อกเบรก และปรับพนักพิงคอ เพื่อลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บ
PRE-SAFE® Impulse Side: ตรวจจับรถยนต์ที่กำลังเข้าด้านข้างตัวรถด้วยเรดาร์ ระบบจะพองถุงลมที่พนักพิงด้านข้างเพื่อผลักผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารไปยังส่วนกลางของห้องโดยสาร เพื่อปกป้องจากแรงกระแทก
ระบบ Active Emergency Stop Assist: ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่ตอบสนองเป็นเวลานาน (เช่น หลับใน) ระบบจะส่งสัญญาณเตือน หากยังไม่มีการตอบสนอง ระบบจะค่อยๆ หยุดรถอัตโนมัติในช่องจราจร และเปิดระบบไฟกะพริบฉุกเฉิน
ระบบ Evasive Steering Assist: ช่วยหลบหลีกการชนจากด้านหน้า โดยเรดาร์และกล้องจะตรวจจับสิ่งกีดขวาง ระบบจะเตือนผู้ขับขี่และช่วยส่งแรงบิดที่เหมาะสมในการหักหลบ
ระบบ Active Distance Assist DISTRONIC: ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ ควบคุมความเร็ว ลดความเร็ว และเบรก เพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย
ระบบ Active Blind Spot Assist: ลดความเสี่ยงจากการชนกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ในจุดอับสายตา โดยมีไฟเตือนที่กระจกมองข้าง หากผู้ขับขี่เปิดไฟเลี้ยวในขณะที่ระบบตรวจจับความเสี่ยง ระบบจะเบรกรถอัตโนมัติเพื่อช่วยให้รถกลับเข้าสู่ช่องจราจรเดิม
ระบบ Active Lane Keeping Assist: หากเรดาร์ตรวจพบความเสี่ยงในการชนกับรถยนต์ ระบบจะช่วยดึงรถเข้าสู่ช่องจราจรเดิมโดยอัตโนมัติ ด้วยการเบรกล้อฝั่งตรงข้าม ระบบนี้ยังสามารถตรวจจับรถจักรยานยนต์ที่วิ่งมาด้านข้างได้
ระบบ Active Braking Assist และฟังก์ชัน Cross-Traffic: ช่วยหลีกเลี่ยงการชนกับรถยนต์หรือคนเดินถนนบริเวณทางแยก ระบบจะส่งเสียงเตือนให้เบรก หากไม่มีการตอบสนอง ระบบจะเบรกอัตโนมัติ หรือช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ
ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist): รองรับการจอดทั้งแบบขนานและการเข้าซอง ด้วยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมระบบ Drive Away Assist เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น
ระบบส่งกำลังและช่วงล่าง:
ระบบส่งกำลัง 9G-TRONIC
เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่
ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT: มี 5 โหมดให้เลือก ได้แก่ ECO, Comfort, Sport, Sport+ และ Individual
ราคาจำหน่าย:
Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium: 15,990,000 บาท
Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium: 16,720,000 บาท
ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบนวัตกรรม เทคโนโลยี และประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ความหรูหรา และสมรรถนะอันเหนือชั้น อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสยนตรกรรมเหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง
ค้นพบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ใช่สำหรับคุณวันนี้ ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของเรา หรือติดต่อเราเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับ