เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง เพื่อตรวจราชการจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะ ร่วมลงพื้นที่ด้วย
โดยช่วงเช้านายกฯ จะลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ประชุมร่วมกับภาครัฐและเอกชน ถึงแผนฟื้นฟูอำเภอหาดใหญ่ ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 12 จากนั้นจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้กำลังใจสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ในการบิ๊กคลีนนิ่งฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ที่บริเวณตลาดกิมหยง ก่อนที่ช่วงบ่ายนายกฯ จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังจังหวัดสตูล เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนตามบ้าน 200 ถุง ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล และชุมชนชนาธิป จากนั้นเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพ 800 ถุง ณ พื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านคลองขุดเหนือใต้ ต.คลองขุด ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในช่วงเย็น… สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/5374085/
อสังหาริมทรัพย์ไทย 2568: ก้าวข้ามความผันผวน สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
ภูมิทัศน์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 กำลังจะถูกกำหนดโดยบทเรียนอันล้ำค่าจากความผันผวนของปี 2566 และ 2567 ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้บริโภคต่างได้ประจักษ์ถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายในประเทศที่ส่งผลต่อภาคส่วนนี้อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการ อสังหาริมทรัพย์ มานานกว่าทศวรรษ ผมมองว่าปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงปีแห่งการฟื้นตัว แต่คือปีแห่งการปรับตัวอย่างชาญฉลาดและการแสวงหา “มูลค่าที่แท้จริง” ในทุกมิติ
ปัจจัยมหภาคขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ 2568

การวิเคราะห์ แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2568 จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยมหภาคอย่างรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ยังคงอยู่ในภาวะเปราะบางจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แรงกดดันเงินเฟ้อ และนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางทั่วโลก แม้สัญญาณการชะลอขึ้นดอกเบี้ยจะเริ่มปรากฏ แต่ต้นทุนทางการเงินยังคงเป็นความท้าทายหลักสำหรับทั้งผู้พัฒนาและผู้บริโภค
สำหรับประเทศไทย เศรษฐกิจภายในประเทศจะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงช่วงก่อนโควิด-19 รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ยังคงเป็นตัวเร่งสำคัญที่สร้างโอกาสใหม่ๆ ในพื้นที่ศักยภาพ อย่างไรก็ตาม หนี้ครัวเรือนที่สูงยังคงเป็นข้อจำกัดที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มรายได้ปานกลางถึงน้อย ทำให้การพิจารณา การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ต้องละเอียดอ่อนมากขึ้น
เจาะลึกเทรนด์ตลาดที่อยู่อาศัย: ความท้าทายและโอกาสใหม่
ตลาดที่อยู่อาศัยยังคงเป็นหัวใจหลักของ ตลาดพร็อพเพอร์ตี้ไทย แต่ความต้องการได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคในปี 2568 มีความซับซ้อนและให้ความสำคัญกับปัจจัยหลายด้านนอกเหนือจากราคาและทำเล
บ้านแนวราบยังคงแข็งแกร่ง: จากบทเรียนช่วงโควิด-19 และการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Work) ความต้องการบ้านแนวราบ โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตหลายมิติ ทั้งการทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรมครอบครัว ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้พัฒนาต้องเน้นการออกแบบที่ยืดหยุ่น การจัดสรรพื้นที่สีเขียว และสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการที่ครบครัน
คอนโดมิเนียม: พลิกโฉมสู่การใช้งานที่หลากหลาย: ตลาดคอนโดมิเนียมโดยรวมยังคงเผชิญความท้าทายจากอุปทานส่วนเกินในบางทำเล โดยเฉพาะคอนโดระดับกลางถึงล่าง อย่างไรก็ตาม คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรีและซูเปอร์ลักซ์ชัวรีในทำเลทองยังคงมีกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูงและมองหา อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าในระยะยาว นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมที่ปรับฟังก์ชันเป็น “Micro-living” หรือ “Co-living Space” ที่เน้นความยืดหยุ่น ความสะดวกสบาย และการบริการครบวงจร ก็เริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเมือง
Affordability และการเข้าถึงสินเชื่อ: ปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาดในปี 2568 คือความสามารถในการซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ ผู้พัฒนาต้องสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อที่จำกัดมากขึ้น อาจรวมถึงการพัฒนาโครงการขนาดเล็กลง ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น หรือการร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อเสนอแพ็กเกจสินเชื่อที่น่าสนใจ นอกจากนี้ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ (Active Senior Living) ที่มีบริการดูแลสุขภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะทาง ก็เป็นอีกหนึ่ง Niche Market ที่น่าจับตามอง
ภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์: การปรับตัวสู่ยุคใหม่
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีได้เร่งให้ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว
อาคารสำนักงาน: ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ Well-being: โมเดลการทำงานแบบไฮบริดได้เปลี่ยนความต้องการพื้นที่สำนักงานไปอย่างสิ้นเชิง อาคารสำนักงานในปี 2568 ต้องไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน แต่เป็นศูนย์กลางของการสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน (Employee Well-being) พื้นที่สำนักงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Workspace), Co-working Space, และบริการต่างๆ ที่ครบวงจร จะเป็นตัวดึงดูดผู้เช่า การลงทุนในอาคารที่มีมาตรฐานอาคารสีเขียว (Green Building) และเทคโนโลยี Smart Building จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ
ค้าปลีก: ประสบการณ์สำคัญกว่าสินค้า: ศูนย์การค้าและพื้นที่ค้าปลีกต้องก้าวข้ามจากการเป็นแค่แหล่งช้อปปิ้ง สู่การเป็น “Destination” ที่มอบประสบการณ์แปลกใหม่ ความบันเทิง การบริการ และกิจกรรมที่หลากหลาย การผสานรวมช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ (Omnichannel) การสร้างสรรค์พื้นที่ Co-creating Space และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ การลงทุนในศูนย์การค้าชุมชน (Community Mall) ที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานและไลฟ์สไตล์ของคนในท้องถิ่นก็ยังคงมีศักยภาพ
คลังสินค้าและอุตสาหกรรม: อานิสงส์ E-commerce และ Supply Chain: การเติบโตของ E-commerce และการปรับโครงสร้าง Supply Chain ทั่วโลก ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักสำหรับภาค อสังหาริมทรัพย์ ประเภทคลังสินค้าและโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะคลังสินค้าอัตโนมัติ (Automated Warehouse), ศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ และนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Estate) ที่เน้นความยั่งยืน ทำเลที่ใกล้โครงข่ายคมนาคมขนส่งสำคัญและมีระบบสาธารณูปโภคที่ครบครันจะยังคงเป็นที่ต้องการสูง
โรงแรมและการท่องเที่ยว: ฟื้นตัวและปรับปรุง: ภาคการโรงแรมกำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการกลับมาของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐาน การนำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่นที่ไม่เหมือนใคร และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ โรงแรมที่เน้นเรื่องสุขภาพ (Wellness Hotels) และโรงแรมที่ตอบโจทย์การทำงานจากระยะไกล (Workation) จะมีแนวโน้มเติบโตดี
เทคโนโลยีและนวัตกรรม: หัวใจสำคัญของความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์ 2568
PropTech หรือเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ จะไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการอยู่รอดและเติบโตในปี 2568
Big Data และ AI: การนำข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์เชิงลึกด้วย AI มาใช้ในการทำวิจัยตลาด การเลือกทำเล การออกแบบโครงการ การกำหนดราคา และการคาดการณ์แนวโน้ม จะช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและลดความเสี่ยง
Smart Home / Smart Building: การนำ IoT (Internet of Things) มาใช้ในโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารเพื่อการพาณิชย์ ไม่เพียงเพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มมูลค่าให้กับ พร็อพเพอร์ตี้
Virtual Reality (VR) / Augmented Reality (AR): การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในการนำเสนอโครงการ การเยี่ยมชมเสมือนจริง และการตกแต่งภายใน จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
Blockchain สำหรับการซื้อขาย: แม้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่เทคโนโลยี Blockchain มีศักยภาพในการปฏิวัติกระบวนการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ใน อสังหาริมทรัพย์ ให้โปร่งใส รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ความยั่งยืน (ESG): ก้าวสำคัญสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่รับผิดชอบ
ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่แค่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็นรากฐานของการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและสร้างมูลค่าระยะยาว
อาคารเขียวและพลังงานทางเลือก: การออกแบบและก่อสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว แต่ยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Finance)
ความรับผิดชอบต่อสังคม: การสร้างโครงการที่ตอบสนองความต้องการของชุมชน การส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี การเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม จะสร้างความน่าเชื่อถือและความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ธรรมาภิบาล: การดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้บริโภค โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน การให้ความสำคัญกับ ESG อสังหาฯ จะเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งขององค์กร
กลยุทธ์ผู้ชนะในตลาด 2568: ถอดรหัสจากบทเรียน 2566-2567
จากความผันผวนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในปี 2568 จะต้องมีกลยุทธ์ที่คมชัดและปรับตัวได้รวดเร็ว:
ความคล่องตัวในการปรับแผน: ตลาดเปลี่ยนแปลงเร็ว การยึดติดกับแผนเดิมๆ อาจทำให้เสียโอกาสหรือติดกับดักอุปทานส่วนเกิน การมีข้อมูลที่แม่นยำและกลไกการตัดสินใจที่รวดเร็วคือหัวใจ
การบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่อง: การควบคุมต้นทุนการพัฒนา การก่อสร้าง และการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้แข็งแกร่ง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในภาวะต้นทุนดอกเบี้ยสูง
การกระจายความเสี่ยง: การไม่พึ่งพิงรายได้จากการขายโครงการหลักเพียงอย่างเดียว แต่ควรกระจายความเสี่ยงไปสู่ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เช่า (เช่น ออฟฟิศ ค้าปลีก คลังสินค้า โรงแรม) หรือธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง จะช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง
การสร้างแบรนด์และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์: ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การสร้างความแตกต่างด้วยการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม และการนำนวัตกรรมมาใช้ จะเป็นแต้มต่อสำคัญ
การร่วมมือและพันธมิตร: การแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะช่วยเสริมจุดแข็ง ลดความเสี่ยง และเปิดโอกาสใหม่ๆ ใน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
โอกาสทองของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 2568
แม้ตลาดจะยังคงมีความท้าทาย แต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองเห็นและเข้าใจทิศทางของตลาดอย่างแท้จริง
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าในทำเลศักยภาพ: โดยเฉพาะในย่านธุรกิจสำคัญ ใกล้สถานศึกษา โรงพยาบาล หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ที่มีการปรับปรุงฟังก์ชัน: อาคารสำนักงานหรือพื้นที่ค้าปลีกที่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย ตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ๆ
ที่ดินในพื้นที่โครงสร้างพื้นฐานใหม่: การลงทุนในที่ดินรอบๆ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง มอเตอร์เวย์ หรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังคงมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าในระยะยาว
Niche Market ที่มีศักยภาพ: อสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้สูงอายุ, Co-living Space, โกดังอัจฉริยะ, หรือโครงการที่เน้น ESG อสังหาฯ
การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REITs): เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ
สรุปและก้าวต่อไป
ปี 2568 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ผู้ที่สามารถถอดรหัสความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ปรับตัวเข้ากับกระแสเทคโนโลยี และดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบของความยั่งยืน จะเป็นผู้ที่ยืนหยัดและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเผชิญกับความท้าทายใดๆ การเรียนรู้จากอดีต การเข้าใจปัจจุบัน และการมองเห็นอนาคต คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในโลกของ พร็อพเพอร์ตี้ ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
หากคุณกำลังมองหาโอกาสหรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเพื่อวางกลยุทธ์ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาเพื่อนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จในโลกของอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 ที่เต็มไปด้วยศักยภาพและโอกาสอันไร้ขีดจำกัด ติดต่อเราวันนี้เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนของคุณ.