
Honda Civic Hybrid ปี 2025 คว้ารางวัลสูงสุดจาก Edmunds ถึง 2 รายการ: Best of the Best และ Top Rated Car Award
Honda Civic 2025
เป็นครั้งที่ 3 โดยเฉพาะรุ่นนี้ยังได้รับการยอมรับว่าเป็น North American Car of the Year 2025 ตอกย้ำความเป็นรถยนต์ที่ครบครันทั้งสมรรถนะ ความประหยัด และดีไซน์ล้ำสมัย
ทำไม Civic Hybrid ถึงเหนือกว่าใคร?
ดีไซน์สปอร์ตและระบบความปลอดภัยระดับผู้นำ
พละกำลังสูงถึง 200 แรงม้า พร้อมแรงบิด 232 ปอนด์-ฟุต
ประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยม ทำได้ถึง 50 ไมล์ต่อแกลลอนในเมือง
เทคโนโลยีไฮบริด 2 มอเตอร์ ออกแบบใหม่ทั้งหมด ผลิตในสหรัฐฯ
Honda Civic Hybrid รุ่นนี้มีทั้งแบบซีดานและแฮทช์แบ็ก พร้อมตอบโจทย์ทั้งความสนุกในการขับขี่และการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่ารุ่นไฮบริดจะครองยอดขายกว่า 40% ของ Civic ทุกรุ่น
Mercedes-Benz เผยโฉม Future Truck 2025: นิยามใหม่แห่งการขนส่งแห่งอนาคต
Mercedes Benz Future Truck 2025
นอกเหนือจากความสำเร็จในตลาดรถยนต์นั่งระดับหรู Mercedes-Benz ยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ ด้วยการเปิดตัวรถบรรทุกต้นแบบแห่งอนาคตอย่าง Mercedes-Benz Future Truck 2025 ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญในเทคโนโลยีการขนส่งแห่งปี 2025 ล่าสุด เบนซ์ได้เปิดเผยรายละเอียดของรถบรรทุกคันนี้ ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการอุตสาหกรรมด้วยความล้ำสมัยที่เหนือจินตนาการ
Mercedes Benz Future Truck 2025
Mercedes-Benz Future Truck 2025
การออกแบบภายนอกของ Future Truck 2025 เน้นความเรียบหรูและล้ำสมัย ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหวและพื้นผิวที่เรียบเนียน การผสมผสานเทคโนโลยีไฟ LED ที่ชาญฉลาด ไม่เพียงแค่ทำหน้าที่เป็นไฟหน้าและไฟเลี้ยว แต่ยังปรับเปลี่ยนสีได้ตามสถานการณ์การขับขี่ เช่น แสงสีขาวขณะขับขี่ด้วยตนเอง แสงสีฟ้าขณะใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และแสงสีส้มเมื่อต้องการเปลี่ยนช่องทาง ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความสับสนบนท้องถนน
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างพื้นไม้ขัดเงา พร้อมระบบไฟ Ambient Light ที่สร้างบรรยากาศหรูหราและผ่อนคลาย แผงควบคุมถูกแทนที่ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับแท็บเล็ตสำหรับสั่งการระบบต่างๆ กระจกมองข้างแบบดั้งเดิมถูกแทนที่ด้วยกล้องความละเอียดสูงที่ส่งภาพไปยังหน้าจอ LCD แนวตั้งบริเวณเสา A-pillar เบาะนั่งผู้ขับขี่สามารถหมุนได้ 45 องศา และปรับเอนได้เพื่อการพักผ่อนระหว่างการเดินทางยาวไกล
หัวใจสำคัญของ Mercedes-Benz Future Truck 2025 คือระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติรุ่นใหม่ ซึ่งทำงานร่วมกับเรดาร์และกล้องตรวจจับระยะไกล สามารถตรวจจับวัตถุบนถนนได้ไกลถึง 250 เมตร ระบบกล้องคู่สามารถมองเห็นวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ในระยะ 100 เมตร ด้วยความแม่นยำสูง ระบบสามารถตัดสินใจเปลี่ยนช่องทางและหยุดรถเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้เอง โดยทำงานคล้ายกับระบบ Autopilot บนเครื่องบิน
การทดสอบในสถานการณ์จริงบนทางหลวงของเยอรมนีด้วยความเร็วเฉลี่ย 80 กม./ชม. แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่น่าพอใจของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ คาดว่า Mercedes-Benz จะเริ่มจำหน่าย Future Truck 2025 ในเชิงพาณิชย์ภายในปี 2025 ซึ่งจะปฏิวัติวงการขนส่งและลดภาระให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
GWM เตรียมเปิดตัว HAVAL H6 โฉมใหม่ ปรับภายในยกชุด พร้อมขุมพลัง Hybrid และ Plug-in Hybrid
GWM
ล่าสุด GWM ได้เผยภาพภายในของ HAVAL H6 โฉมใหม่ ซึ่งได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มความหรูหราและความสะดวกสบาย แผงคอนโซลหน้าได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยเริ่มจากการเปลี่ยนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านดีไซน์ใหม่พร้อม Paddle Shift จอสัมผัสขนาดใหญ่ 14.5 นิ้ว สำหรับระบบความบันเทิง รองรับ Apple CarPlay, Android Auto และ Navigator พร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะ เช่น การอัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์ (FOTA) และการสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ
จอแสดงผล Head-Up Display (HUD) ขนาด 9 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน พร้อมแผงมาตรวัดดิจิตอลลอยตัว HD Multi Information Display ขนาด 10.25 นิ้ว แผงคอนโซลกลางออกแบบใหม่ทั้งหมด ตัดปุ่มควบคุมต่างๆ ใต้จอสัมผัสออก ชุดเกียร์ไฟฟ้า Electronic Shifter ถูกย้ายไปไว้ด้านหลังพวงมาลัย (เกียร์คอ) พร้อมพื้นที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง และที่ชาร์จมือถือไร้สายที่ออกแบบให้หยิบวางได้ง่ายขึ้น ระบบเสียงคุณภาพสูงพร้อมลำโพง 8 จุดรอบคัน รวมถึง Treble Woofer และ DTS ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมกรองอากาศ PM 2.5 Paddle Shift กุญแจ Smart Key+ Push Start เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง (คนขับ) และ 4 ทิศทาง (ผู้โดยสาร) เบาะหลังพร้อมที่เท้าแขนกลาง และพับได้แบบ 60/40 เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และช่องเสียบ USB
ภายนอกมีการปรับโฉมใหม่ เริ่มจากไฟหน้า LED Daytime รูปทรงเลขเจ็ด ดีไซน์ใหม่ที่เพรียวลงกว่าเดิม ไฟหน้า Intelligent LED สองดวงรับกับกระจังหน้าขนาดใหญ่ติดตรา HAVAL กันชนหน้าออกแบบใหม่ ช่องระบายอากาศทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ไฟท้ายแบบแยกสองฝั่ง LED พร้อมตรา HAVAL ขนาดใหญ่ กันชนหลังดีไซน์ใหม่พร้อมท่อไอเสียคู่ ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี หลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาด 1.2 เมตร ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/60 R18 และขนาด 19 นิ้วสีดำเข้ม พร้อมยาง 225/55 R19
มิติตัวรถ: ยาว 4,683 มม. กว้าง 1,886 มม. สูง 1,730 มม. ระยะฐานล้อ 2,738 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 175 มม. (Hybrid) / 170 มม. (Plug-in Hybrid) น้ำหนัก 1,720 กก. (Hybrid) / 1,881 กก. (Plug-in Hybrid) ความจุถังน้ำมัน 61 ลิตร (Hybrid) / 55 ลิตร (Plug-in Hybrid)
ขุมพลังมีให้เลือกหลากหลาย:
เครื่องยนต์สันดาปภายใน: เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร TGDI (GW4N20) 190 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 340 นิวตันเมตร ที่ 2,000-3,200 รอบ/นาที และเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร (GW4B) 163 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,400-3,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด 7DCT ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า หรือ 4 ล้ออัจฉริยะ มีโหมดการขับขี่ 4 โหมด ECO, Normal, Sport, Snow พร้อมระบบอัปเกรดเฟิร์มแวร์ FOTA
Hybrid-HEV: เบนซินเทอร์โบแปรผันซูเปอร์ชาร์จ VGT 1.5 ลิตร (GW4B15 GDIT EVO) 150 แรงม้า ที่ 5,500-6,000 รอบ/นาที แรงบิด 230 นิวตันเมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า 177 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 530 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ DHT ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า มีโหมดการ