
รายงานภาพรวมตลาดรถยนต์ประเทศไทย ปี 2025: พลิกฟื้นท่ามกลางความท้าทาย
การเดินทางของตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ภายใต้ภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ผันผวน รายงานฉบับนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกถึงภาพรวมตลาดรถยนต์รวม แนวโน้มในกลุ่มรถยนต์นั่ง รถเพื่อการพาณิชย์ และรถกระบะขนาด 1 ตัน รวมถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก (xEV) โดยอ้างอิงข้อมูลสถิติจากเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2568 เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนและแม่นยำที่สุด
ภาพรวมตลาดรถยนต์รวม: การฟื้นตัวที่ยังต้องจับตา
ตลาดรถยนต์รวมในประเทศไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2025 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 425,389 คัน ซึ่งแม้จะยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แต่ก็แสดงให้เห็นสัญญาณของการฟื้นตัวที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายลดลง 5.2% ถือเป็นการชะลอตัวในอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่ผ่านมา
Toyota ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดอย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดขาย 162,355 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 38.2% แม้จะมียอดขายลดลง 8.5% แต่ก็ยังคงรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งตลาดไว้ได้อย่างเหนียวแน่น กลยุทธ์การปรับตัวและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทำให้ Toyota ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้บริโภคชาวไทย
Isuzu ตามมาเป็นอันดับสอง ด้วยยอดขาย 67,033 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 15.8% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มรถกระบะและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ แม้จะมียอดขายลดลง 12.5% แต่ Isuzu ก็ยังคงรักษาตำแหน่งที่แข็งแกร่งในตลาดไว้ได้
Honda รั้งอันดับสาม ด้วยยอดขาย 58,746 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 13.8% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าประทับใจ โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 2.5% ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่สามารถเติบโตได้สวนกระแสในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้
ตลาดรถยนต์นั่ง: การปรับฐานสู่ความสมดุล
ตลาดรถยนต์นั่งในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2025 มียอดขายรวม 172,433 คัน ลดลง 8.7% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับฐานของตลาดที่กำลังหาจุดสมดุลใหม่ ภายใต้ความผันผวนของปัจจัยภายนอก
Toyota ยังคงครองตลาดรถยนต์นั่งด้วยยอดขาย 48,762 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 28.3% แม้จะมียอดขายลดลง 20.5% แต่ก็ยังคงเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง การปรับกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Toyota ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้
Honda แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่โดดเด่น ด้วยยอดขาย 35,017 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 20.3% ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 15.8% สวนกระแสตลาดโดยรวม การนำเสนอรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการออกแบบที่น่าสนใจ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Honda สามารถดึงดูดผู้บริโภคและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ
Mitsubishi รั้งอันดับสาม ด้วยยอดขาย 14,356 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 8.3% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาฐานลูกค้าและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาด แม้จะมียอดขายลดลง 2.5% แต่ก็ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์นั่ง
ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์: การฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง
ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2025 มียอดขายรวม 252,956 คัน แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมียอดขายลดลงเพียง 2.5% ซึ่งถือเป็นการชะลอตัวที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ
Toyota ยังคงครองตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์อย่างเหนือชั้น ด้วยยอดขาย 113,593 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 44.9% แม้จะมียอดขายลดลง 2.8% แต่ก็ยังคงเป็นผู้นำที่ไม่มีใครเทียบได้ กลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การบริการหลังการขายที่ครอบคลุม และการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Toyota ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้
Isuzu ตามมาเป็นอันดับสอง ด้วยยอดขาย 67,033 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 26.5% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มรถกระบะและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ แม้จะมียอดขายลดลง 12.5% แต่ก็ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด
Honda รั้งอันดับสาม ด้วยยอดขาย 23,729 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 9.4% แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าประทับใจ โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 4.8% สวนกระแสตลาดโดยรวม การนำเสนอรถยนต์เพื่อการพาณิชย์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการออกแบบที่น่าสนใจ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Honda สามารถดึงดูดผู้บริโภคและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: การปรับฐานที่ยังต้องจับตา
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ซึ่งรวมถึงรถกระบะ Pure Pick-up และรถกระบะดัดแปลง PPV ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2025 มียอดขายรวม 149,322 คัน แสดงให้เห็นถึงการปรับฐานของตลาดที่กำลังหาจุดสมดุลใหม่ โดยมียอดขายลดลง 16.9%
Toyota ยังคงครองตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ด้วยยอดขาย 68,367 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 45.8% แม้จะมียอดขายลดลง 14.5% แต่ก็ยังคงเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Toyota ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้
Isuzu ตามมาเป็นอันดับสอง ด้วยยอดขาย 52,350 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 35.1% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มรถกระบะและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ แม้จะมียอดขายลดลง 19.5% แต่ก็ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด
Ford รั้งอันดับสาม ด้วยยอดขาย 14,021 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 9.4% แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาฐานลูกค้าและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาด แม้จะมียอดขายลดลง 15.2% แต่ก็ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด
ตลาดรถกระบะ Pure Pick-up และ PPV: การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ
ตลาดรถกระบะ Pure Pick-up ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2025 มียอดขายรวม 127,508 คัน ลดลง 17.8% โดย Toyota ยังคงเป็นผู้นำด้วยยอดขาย 58,931 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 46.2% ตามมาด้วย Isuzu ด้วยยอดขาย 47,158 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 37.0% และ Ford ด้วยยอดขาย 10,952 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 8.6%
ในขณะที่ตลาดรถกระบะดัดแปลง PPV ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2025 มียอดขายรวม 21,814 คัน แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าสนใจ โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 1.2% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่โดดเด่น สวนกระแสตลาดโดยรวม โดย Toyota เป็นผู้นำด้วยยอดขาย 9,436 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 43.3% ตามมาด้วย Isuzu ด้วยยอดขาย 5,192 คัน คิดเป็นส่วนแบ่ง