การจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าใหม่เดือนกรกฎาคม 2567 พุ่งทะยานสู่ระดับหมื่นคัน สะท้อนเทรนด์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า บทความนี้จะเจาะลึกข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV, PHEV, และ HEV ในเดือนกรกฎาคม 2567 พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2026 และอนาคต
ยานยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV เดือนกรกฎาคม 2567: ทะยานสู่ระดับหมื่นคัน
ข้อมูลการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV (Battery Electric Vehicle) ในเดือนกรกฎาคม 2567 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมียานยนต์ประเภท BEV จดทะเบียนใหม่ทั้งสิ้น 8,332 คัน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 ข้อมูลนี้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสนใจกับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น การสนับสนุนจากภาครัฐ นวัตกรรมเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น และความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม
การแบ่งประเภทรถยนต์ไฟฟ้า BEV เดือนกรกฎาคม 2567
เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราได้จำแนกข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า BEV ตามประเภทต่างๆ ดังนี้:
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ: มีจำนวนทั้งสิ้น 5,771 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2566 ร้อยละ 13.58 แบ่งเป็นประเภทย่อยดังนี้
รถยนต์นั่ง: 5,475 คัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมในรถยนต์ส่วนบุคคลประเภทนี้
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: 290 คัน ตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวขนาดกลาง
รถยนต์บริการธุรกิจ: 2 คัน สะท้อนถึงการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในภาคธุรกิจ
รถยนต์บริการทัศนาจร: 4 คัน บ่งบอกถึงการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
รถกระบะ รถแวน: มีจำนวนทั้งสิ้น 73 คัน เพิ่มขึ้นอย่างมากถึงร้อยละ 711.11 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์
รถยนต์สามล้อรับจ้าง: มีจำนวนทั้งสิ้น 9 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2566 ร้อยละ 80.85 แบ่งเป็น
รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล: 7 คัน
รถยนต์รับจ้างสามล้อ: 2 คัน
รถจักรยานยนต์: มีจำนวนทั้งสิ้น 2,413 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.62 แบ่งเป็น
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล: 2,411 คัน ความนิยมในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น
รถจักรยานยนต์สาธารณะ: 2 คัน
รถโดยสาร: มีจำนวนทั้งสิ้น 16 คัน ลดลงร้อยละ 52.94 บ่งบอกถึงความท้าทายในการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่
รถบรรทุก: มีจำนวนทั้งสิ้น 50 คัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 194.12 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงการยอมรับรถยนต์ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมหนัก
สรุปยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า BEV สะสม 7 เดือนแรกของปี 2567
ตลอดระยะเวลา 7 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม – กรกฎาคม 2567) มียานยนต์ประเภท BEV จดทะเบียนใหม่สะสม 60,243 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.05 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 การเติบโตนี้เกิดขึ้นจากการผสมผสานของหลายปัจจัย ทั้งนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ การแข่งขันที่รุนแรงของผู้ผลิตรถยนต์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ
การแบ่งประเภทรถยนต์ไฟฟ้า BEV สะสม 7 เดือนแรก
การวิเคราะห์การจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า BEV สะสมตลอด 7 เดือนแรก ช่วยให้เห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น:
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ: มีจำนวนทั้งสิ้น 43,524 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.29 แบ่งเป็น
รถยนต์นั่ง: 43,266 คัน
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: 1,208 คัน
รถยนต์บริการธุรกิจ: 8 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจร: 54 คัน
รถยนต์บริการให้เช่า: 3 คัน
รถกระบะ รถแวน: มีจำนวนทั้งสิ้น 258 คัน เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 303.13 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไปยังกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์
รถยนต์สามล้อ: มีจำนวนทั้งสิ้น 87 คัน ลดลงร้อยละ 58.96
รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล: 23 คัน
รถยนต์รับจ้างสามล้อ: 64 คัน
รถจักรยานยนต์: มีจำนวนทั้งสิ้น 16,146 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.03
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล: 16,039 คัน
รถจักรยานยนต์สาธารณะ: 107 คัน
รถโดยสาร: มีจำนวนทั้งสิ้น 224 คัน ลดลงร้อยละ 80.11 บ่งบอกถึงความท้าทายในการทดแทนรถโดยสารแบบดั้งเดิมด้วยรถยนต์ไฟฟ้า
รถบรรทุก: มีจำนวนทั้งสิ้น 262 คัน เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลถึงร้อยละ 1,090.91 แสดงให้เห็นถึงการยอมรับรถยนต์ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมหนักและการขนส่ง
ยานยนต์ไฟฟ้าประเภท PHEV: การเติบโตต่อเนื่องในปี 2567
นอกจากรถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV แล้ว รถยนต์ไฟฟ้าประเภท PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ก็ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 มียานยนต์ไฟฟ้าประเภท PHEV จดทะเบียนสะสม 59,587 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.17 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าประเภทปลั๊กอินไฮบริดยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการผสมผสานระหว่างการขับขี่ด้วยไฟฟ้าและการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน
การแบ่งประเภทรถยนต์ไฟฟ้า PHEV ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2567
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ: มีจำนวนทั้งสิ้น 59,587 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.17
รถยนต์นั่ง: 59,518 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.18
รถยนต์บริการธุรกิจ: 41 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.13
รถยนต์บริการทัศนาจร: 20 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25
รถยนต์บริการให้เช่า: 3 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566
รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์: 5 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25
การวิเคราะห์แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2026 และอนาคต
จากข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงปี 2567 เราสามารถคาดการณ์แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2026 และอนาคตได้ดังนี้:
การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า BEV จะยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
รถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV จะยังคงเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ ราคาที่เข้าถึงได้ และความหลากหลายของรุ่นรถที่วางจำหน่าย คาดการณ์ว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า BEV จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2026
2

