
อัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย: เจาะลึกข้อมูลล่าสุดปี 2026 และแนวโน้มแห่งอนาคต
ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย (EV) ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ตัวเลขการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่สะสมพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค และความมุ่งมั่นของประเทศในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ บทความนี้จะพาไปสำรวจเจาะลึกถึงข้อมูลล่าสุด ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจ รวมถึงปัจจัยขับเคลื่อนเบื้องหลังความสำเร็จนี้ ที่นักลงทุนและผู้ที่สนใจในอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ควรพลาด
ข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2026
การเติบโตของตลาด EV ในเดือนกรกฎาคม 2026 ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ยานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) ที่จดทะเบียนใหม่ในเดือนนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 9,235 คัน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 (ปี 2024) ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ: กลุ่มนี้ยังคงเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนตลาด โดยมียอดจดทะเบียนใหม่ทั้งสิ้น 6,452 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2566 ร้อยละ 18.45 ภายในกลุ่มนี้ แบ่งเป็น:
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล: มีจำนวน 5,985 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ส่วนตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เมือง และความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: จำนวน 389 คัน แสดงถึงความนิยมในรถยนต์อเนกประสงค์ที่เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง
รถยนต์บริการธุรกิจ: จำนวน 2 คัน ยังคงเป็นส่วนเล็กๆ ของตลาด
รถยนต์บริการทัศนาจร: จำนวน 6 คัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
รถยนต์บริการให้เช่า: จำนวน 2 คัน และรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์: จำนวน 3 คัน แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของธุรกิจ Ride-sharing ที่หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
รถกระบะ รถแวน: กลุ่มนี้มีการเติบโตที่น่าจับตา โดยมียอดจดทะเบียนใหม่ทั้งสิ้น 98 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2566 ร้อยละ 850.00 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการขนส่งและเกษตรกรเริ่มหันมาพิจารณาทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล बมากขึ้น
รถยนต์สามล้อรับจ้าง: กลุ่มนี้มีจำนวน 12 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2566 ร้อยละ 33.33 ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการแข่งขันกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และการปรับตัวของระบบขนส่งในเมือง
รถจักรยานยนต์: เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมียอดจดทะเบียนใหม่ทั้งสิ้น 2,654 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2566 ร้อยละ 41.45 โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่มีจำนวน 2,649 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในการเดินทางระยะสั้นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
รถโดยสาร: มีจำนวน 25 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2566 ร้อยละ 37.50 ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสาธารณะ
รถบรรทุก: มียอดจดทะเบียนใหม่ทั้งสิ้น 78 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2566 ร้อยละ 240.00 แสดงให้เห็นถึงการลงทุนในยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
สถิติการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสม (มกราคม – กรกฎาคม 2026)
เมื่อมองภาพรวมของ 7 เดือนแรกของปี 2026 ตัวเลขยิ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาด โดยมียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมทั้งสิ้น 69,452 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ร้อยละ 18.75 การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการผสมผสานของปัจจัยต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว
รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ: มีจำนวนทั้งสิ้น 50,765 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 ร้อยละ 15.62 โดยแบ่งเป็น:
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล: จำนวน 49,876 คัน ยังคงเป็นส่วนสำคัญของตลาด
รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน: จำนวน 1,884 คัน แสดงถึงความต้องการรถยนต์ครอบครัวที่เพิ่มขึ้น
รถยนต์บริการธุรกิจ: จำนวน 12 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจร: จำนวน 78 คัน
รถยนต์บริการให้เช่า: จำนวน 5 คัน และรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์: จำนวน 10 คัน สะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะ
รถกระบะ รถแวน: มีจำนวนทั้งสิ้น 315 คัน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 ร้อยละ 225.00 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมที่เริ่มมองเห็นประโยชน์ของรถยนต์ไฟฟ้าในภาคการเกษตรและโลจิสติกส์
รถยนต์สามล้อ: มีจำนวนทั้งสิ้น 112 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 ร้อยละ 45.00
รถจักรยานยนต์: มีจำนวนทั้งสิ้น 18,001 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 ร้อยละ 38.50 โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่มีจำนวน 17,890 คัน แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้บริโภคในการเลือกใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
รถโดยสาร: มีจำนวนทั้งสิ้น 275 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 ร้อยละ 78.00
รถบรรทุก: มีจำนวนทั้งสิ้น 408 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 ร้อยละ 750.00 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐและเอกชนในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง
รถยนต์ประเภท PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2026
นอกเหนือจากรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) รถยนต์ประเภท Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจดทะเบียนสะสมทั้งสิ้น 68,765 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 19.25 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคบางส่วนยังคงต้องการความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์สันดาปภายในควบคู่ไปกับประโยชน์ของระบบไฟฟ้า
กลุ่มรถยนต์ PHEV แบ่งได้ดังนี้:
รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ: มีจำนวนทั้งสิ้น 68,765 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 19.25 โดยแบ่งเป็น:
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล: จำนวน 68,678 คัน
รถยนต์บริการธุรกิจ: จำนวน 52 คัน
รถยนต์บริการทัศนาจร: จำนวน 25 คัน
รถยนต์บริการให้เช่า: จำนวน 4 คัน
รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์: จำนวน 6 คัน
ปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026
ความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2026 ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ:
นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ: รัฐบาลไทยยังคงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีมาตรการสนับสนุนต่างๆ เช่น การลดภาษี การให้เงินอุดหนุน และการขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ สิ่งเหล่านี้ช่วยลดภาระทางการเงินให้กับผู้บริโภค และสร้างความมั่นใจในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า
ความ