
DEEPAL PRIMUS: เปิดศักราชใหม่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย สู่การเป็นตัวแทนจำหน่าย ‘CHANGAN’ อย่างเป็นทางการ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ การได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีผู้เล่นรายใหม่ที่มาพร้อมศักยภาพและวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ เข้ามาเติมเต็มความหลากหลายให้กับตลาด บทความนี้จะเจาะลึกถึงการก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์ CHANGAN ภายใต้ชื่อ DEEPAL PRIMUS โดย Primus Group พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงปัจจัยความสำเร็จที่ผ่านมาและโอกาสในอนาคตของตลาดรถยนต์ EV ที่กำลังบูมอย่างแท้จริง
จากความสำเร็จในตลาดรถยนต์พรีเมียม สู่การบุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
Primus Group ไม่ใช่ชื่อที่ไม่คุ้นหูในวงการยานยนต์ พวกเขาได้สร้างชื่อเสียงและความสำเร็จจากการเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz แบรนด์หรูชั้นนำมายาวนานกว่า 4 ปี “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” ไม่เพียงแต่ทำผลประกอบการด้านการขายและบริการหลังการขายเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 10-20% ต่อปี แต่ยังได้รับการยอมรับในด้านความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า (CSI) จนได้รับอันดับ 1 จากกลุ่มลูกค้า Mercedes-Benz ความไว้วางใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญ การบริหารจัดการ และการบริการที่ยอดเยี่ยม จนได้รับความเชื่อมั่นจาก Mercedes-Benz (ประเทศไทย) ให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach และขยายสาขาไปยังพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี
หัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้อยู่ที่กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการพัฒนาและปรับปรุงการบริการแบบครบวงจร พร้อมทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้ Primus Group สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุด นั่นคือ การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
การมองเห็นโอกาสในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด
จากความสำเร็จอันงดงามในตลาดรถยนต์พรีเมียม Primus Group ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กลับมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวไทยเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้ตลาด EV ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด
สถิติในเดือนตุลาคม 2566 เป็นเครื่องยืนยันที่ชัดเจน ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศพุ่งสูงถึง 7,628 คัน คิดเป็นการเติบโตถึง 527.30% และยอดขายสะสม 10 เดือนแรกของปี ทำได้ถึง 57,628 คัน เพิ่มขึ้นถึง 717.88% ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงศักยภาพมหาศาลที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยมี พร้อมสำหรับการขยายตัว
‘CHANGAN’ และ ‘DEEPAL’: แบรนด์ที่ตอบโจทย์ตลาด EV ไทย
อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ ย่อมมาพร้อมกับการแข่งขันที่เข้มข้น ทั้งด้านราคา โปรโมชั่น และการเปิดตัวแบรนด์รถยนต์รุ่นใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ในบริบทนี้ “CHANGAN” หนึ่งในแบรนด์รถยนต์ชั้นนำจากประเทศจีน ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลก ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ
CHANGAN ไม่ใช่แบรนด์ธรรมดา แต่เป็นยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์อันดับ 4 ของประเทศจีน และมีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมภายใต้ชื่อ “DEEPAL” ซึ่งมีจุดเด่นด้านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย รองรับทั้ง BEV (Battery Electric Vehicle), PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle), และ REEV (Range Extended Electric Vehicle) พร้อมเทคโนโลยี EV ที่ล้ำสมัย ออกแบบและพัฒนาโดยทีมงาน R&D ระดับโลก
จุดเด่นที่ทำให้ DEEPAL น่าสนใจสำหรับตลาดไทยคือ “ราคาจำหน่ายที่เข้าถึงง่าย” ทำให้สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน CHANGAN ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อประเทศไทย ด้วยการประกาศนโยบายลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย เพื่อผลิตและจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก ซึ่งเป็นการสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
DEEPAL PRIMUS: การจับมือครั้งสำคัญ เปิดตัว 2 สาขาแรก
ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและความเข้าใจในทิศทางของตลาด Primus Group จึงตัดสินใจเลือกเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ CHANGAN เพื่อเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ DEEPAL อย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ DEEPAL PRIMUS โดยได้เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ DEEPAL แบบครบวงจรแล้ว 2 สาขา ได้แก่ สาขารามคำแหง และสาขาชลบุรี
การเปิดตัวอย่างเป็นทางการนี้ พร้อมรับจองและจำหน่ายรถยนต์ DEEPAL สองรุ่นใหม่ล่าสุด คือรุ่น LO7 และรุ่น SO7 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ถือเป็นการประเดิมตลาดที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง
นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส โมบิลิตี้ จำกัด ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ได้กล่าวถึงความเชื่อมั่นในการร่วมมือครั้งนี้ว่า “ผมเชื่อมั่นว่า การเลือกเป็นพันธมิตรกับ CHANGAN จะส่งเสริมให้ธุรกิจด้านผู้จำหน่ายรถยนต์ของ ‘ไพรม์มัส กรุ๊ป’ มีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ผนวกกับแนวคิดและกลยุทธ์ในการบริหารที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก ส่งผลให้ธุรกิจหลักของเราเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนแน่นอน”
เจาะลึกตลาด EV ไทย: โอกาสและความท้าทาย
การเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงแค่การตามกระแส แต่คือการมองเห็นศักยภาพที่แท้จริง
นโยบายภาครัฐหนุนนำ: ประเทศไทยมีนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นโยบาย EV 30@30” ที่ตั้งเป้าผลิตรถ EV ให้ได้ 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2030 พร้อมมาตรการสนับสนุนต่างๆ เช่น การลดหย่อนภาษี ส่งเสริมการลงทุนในการผลิตแบตเตอรี่ และการขยายสถานีชาร์จ สิ่งเหล่านี้สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของตลาด EV อย่างยั่งยืน
ส่วนแบ่งตลาด EV ในภูมิภาค: รายงานจาก Counterpoint ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีส่วนแบ่งยอดขายรถยนต์ EV ส่วนบุคคลสูงถึงเกือบ 60% ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้
การเติบโตอย่างก้าวกระโดด: ตลาด EV ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ยังมีสัดส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตลาดยานยนต์ทั่วโลก (ประมาณ 2%) แต่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 3.5 ล้านคันภายในปี 2030
ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์: การเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์รายใหม่ๆ เช่น CHAGAN ที่มีแบรนด์ DEEPAL พร้อมเทคโนโลยีและตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้ง BEV, PHEV, REEV ช่วยตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภคได้มากขึ้น
ปัจจัยขับเคลื่อนและเทรนด์ที่น่าจับตาในตลาด EV (อัปเดต 2025)
ในมุมมองของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ผมมองว่ามีหลายปัจจัยและเทรนด์ที่น่าจับตาสำหรับการเติบโตต่อไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า:
ราคาที่เข้าถึงได้: หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการเข้าถึงรถยนต์ EV คือ “ราคา” แม้จะมีความก้าวหน้าอย่างมาก แต่การที่ผู้ผลิตจะสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้อีก (ตามที่ Elon Musk เคยกล่าวถึงแผนการผลิต Tesla รุ่นใหม่ที่ลดต้นทุน 50% เพื่อให้ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น) จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้รถยนต์ EV กลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับผู้บริโภคในวงกว้าง
เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ก้าวหน้า: การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น, ชาร์จได้เร็วขึ้น, และมีราคาถูกลง จะเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขัน แบตเตอรี่ Solid-state กำลังเป็นที่จับตามองว่าจะเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมได้ในอนาคต
โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ครอบคลุม: แม้จะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่การเข้าถึงจุดชาร์จที่สะดวกและรวดเร็ว ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคพิจารณา การลงทุนในเครือข่ายสถานีชาร์จสาธารณะ และการสนับสนุนการติดตั้ง Wall Charger ที่บ้าน จะเป็นตัวกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
ความหลากหลายของประเภทรถยนต์: นอกเหนือจากรถเก๋งและ SUV การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบอื่นๆ เช่น รถกระบะไฟฟ้า (Pickup Truck EV) ที่กำลังเป็นที่นิยมในหลายตลาด รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับใช้งานในเมือง จะช่วยขยายฐานผู้บริโภคให้กว้างขึ้น
การพัฒนาซอฟต์แวร์และบริการหลังการขาย: รถยนต์ EV ในปัจจุบันเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ การพัฒนาซอฟต์แวร์อัจฉริยะ, ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS), และการเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ จะเป็นจุดขายที่สำคัญ ประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience) จะมีความสำคัญทัดเทียมกับประสิทธิภาพของตัวรถ
ความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิต (Life Cycle Sustainability): ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การผลิตรถยนต์ EV ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล, กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, และการจัดการแบตเตอรี่ที่ใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยที่สร้างความได้เปรียบให้กับแบรนด์
การเข้ามาของแบรนด์ใหม่และนวัตกรรม: ตลาด EV ยังคงมีการแข่งขันสูง แบรนด์ใหม่ๆ ที่นำเสนอนวัตกรรมที่แตกต่าง หรือโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจ (เช่น การเช่าแบตเตอรี่) จะมีโอกาสประสบความสำเร็จอย่างสูง
บทบาทของ Primus Group ในฐานะ ‘DEEPAL PRIMUS’
การก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ DEEPAL สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจตลาดของ Primus Group เป็นอย่างดี การที่พวกเขามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการดำเนินธุรกิจรถยนต์ระดับพรีเมียมมาก่อน ย่อมนำมาซึ่งมาตรฐานการบริการที่สูงส่งมาสู่แบรนด์ DEEPAL ได้อย่างแน่นอน
การบริการที่เป็นเลิศ: ลูกค้าที่เข้ามาสัมผัส DEEPAL PRIMUS จะได้รับประสบการณ์การบริการที่เหนือระดับ ทั้งในส่วนของการขาย การให้คำปรึกษาเรื่องเทคโนโลยี EV และการบริการหลังการขายที่ครอบคลุม
ความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า: ทีมงานมืออาชีพของ Primus Group จะสามารถถ่ายทอดจุดเด่นของ DEEPAL และตอบสนองข้อสงสัยต่างๆ ของลูกค้าเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างตรงจุด
การสร้างความไว้วางใจ: การมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีประวัติการทำงานที่ดีอย่าง Primus Group จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ EV แบรนด์ใหม่
ก้าวต่อไปในอนาคต
การเข้ามาของ DEEPAL PRIMUS ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้มีความคึกคักและหลากหลายมากยิ่งขึ้น ด้วยศักยภาพของแบรนด์ CHAGAN และ DEEPAL ผนวกกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของ Primus Group เราเชื่อมั่นว่า DEEPAL PRIMUS จะสามารถสร้างความประทับใจและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแน่นอน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์โดดเด่น และราคาที่จับต้องได้ พร้อมรับบริการที่เป็นเลิศ DEEPAL PRIMUS คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม เชิญสัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งโลกยานยนต์ไฟฟ้าได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมรามคำแหงและชลบุรี
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฟฟ้ากับ DEEPAL PRIMUS และสัมผัสอนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน