
ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์: นิยามใหม่แห่งประสบการณ์พรีเมียมกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี สู่ยุค 2025
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ การได้เห็นแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Mercedes-Benz ก้าวเข้าสู่ตลาดไทยอย่างแข็งแกร่งภายใต้การบริหารของพันธมิตรที่แข็งแกร่ง คือสิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อย้อนกลับไปดูประวัติความเป็นมาของกลุ่มทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง (TOA Venture Holding) ที่มีรากฐานอันแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมายาวนาน ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนคุณภาพสูงที่ส่งมอบให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นเข็มขัดนิรภัย พวงมาลัยรถยนต์ หรือสีเคลือบพิเศษ แต่ยังรวมถึงการเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ชั้นนำอย่าง Suzuki และ MG การขยายธุรกิจสู่การเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจนัก แต่เป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนวิสัยทัศน์และความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทย
Primus Autohaus: จุดเริ่มต้นแห่งความภาคภูมิใจและความเป็นเลิศ
การก่อตั้ง บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด (Primus Autohaus Co.,Ltd.) ในปี 2561 ด้วยทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ แต่ยังเป็นการประกาศศักดาถึงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ให้เหนือกว่ามาตรฐานเดิม โดยการเข้ามาของ Primus Autohaus ไม่ได้เป็นเพียงแค่โชว์รูมและศูนย์บริการ แต่คือการสร้าง “บ้าน” แห่งใหม่สำหรับผู้ที่หลงใหลในความหรูหรา สมรรถนะ และนวัตกรรมระดับโลก
ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ต้องการมอบประสบการณ์ที่ไร้ที่ติให้กับลูกค้า Primus Autohaus ได้ทุ่มเทงบประมาณกว่า 1,100 ล้านบาท เพื่อสร้างสรรค์โชว์รูมและศูนย์บริการบนพื้นที่กว่า 4 ไร่ บริเวณถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ประดิษฐ์มนูธรรม) ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพสูงใจกลางกรุงเทพฯ โครงการนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากล จนได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 15 โชว์รูมต้นแบบ “มิติใหม่” ของผู้จำหน่าย Mercedes-Benz ทั่วโลก ภายใต้โครงการ “Choices of Overseas” ของประเทศเยอรมนี
สถาปัตยกรรมแห่งอนาคต: TOPOGRAPHY & SKY คือนิยามใหม่ของความสง่างาม
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Primus Autohaus โดดเด่นเหนือใคร คือการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ผสานแนวคิด “TOPOGRAPHY & SKY” ซึ่งเป็นแนวคิดที่ Mercedes-Benz ทั่วโลกยึดถือในการสร้างสรรค์โชว์รูมแห่งอนาคต การออกแบบนี้ไม่ใช่แค่ความสวยงามทางสุนทรียศาสตร์ แต่เป็นการสื่อสารแก่นแท้ของแบรนด์ที่ผสมผสานความแข็งแกร่งของภูมิประเทศ (Topography) เข้ากับความสง่างามและความล้ำสมัยของท้องฟ้า (Sky)
เส้นสายโค้งมนที่เปรียบเสมือนเส้นขอบฟ้า แบ่งแยกอาคารออกเป็นสองส่วนอย่างลงตัว เส้นสีดำสะท้อนถึงผืนดินที่มั่นคง ในขณะที่เส้นสีขาวสื่อถึงท้องฟ้าอันกว้างใหญ่และไร้ขีดจำกัด ภายในอาคาร การออกแบบที่ใช้เส้นสายที่ลื่นไหล เชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน วัสดุสีดำเป็นหลัก ตัดด้วยแสงไฟบนเพดานที่เปรียบเสมือนดวงดาวนับล้าน ส่องประกายบนท้องฟ้ายามค่ำคืน สร้างบรรยากาศที่หรูหรา ลึกลับ และน่าค้นหา
ประสบการณ์เหนือระดับ: ครบวงจร ใส่ใจ ทุกรายละเอียด
Primus Autohaus ได้วางกลยุทธ์หลักในการมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายแก่ลูกค้า โดยยึดหลัก 3 ประการสำคัญ:
การบริการครบวงจร: ตั้งแต่การเลือกชมรถยนต์ การทดลองขับ การปรึกษาด้านการเงิน ไปจนถึงการดูแลหลังการขายในระดับสูงสุด Primus Autohaus ได้จัดเตรียมทุกสิ่งไว้เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า
บุคลากรมืออาชีพ: ทีมงานทุกคนที่ Primus Autohaus คือผู้เชี่ยวชาญที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และที่สำคัญคือ “ใจรัก” ในการบริการ พวกเขาพร้อมที่จะให้คำแนะนำและดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ดุจดั่งเป็นคนในครอบครัว
เน้นความพึงพอใจสูงสุด: ทุกกระบวนการทำงานของ Primus Autohaus ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ
การออกแบบที่เน้นผู้ใช้งาน: ฟังก์ชันเหนือระดับในทุกพื้นที่
อาคารที่ Primus Autohaus ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักที่แยกการให้บริการอย่างชัดเจน:
อาคารโชว์รูม (4 ชั้น):
ชั้นล่าง: พื้นที่จัดแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG รุ่นล่าสุด พร้อมส่วนต้อนรับสุดหรูที่มาพร้อม Media Wall ขนาดใหญ่ เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรถยนต์แต่ละรุ่นได้อย่างน่าสนใจและเข้าถึงง่าย นอกจากนี้ ยังมีห้องส่งมอบรถใหม่ขนาดใหญ่ 2 ห้อง ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องเดียวเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุดในการส่งมอบรถคันโปรดของลูกค้า และพื้นที่สำหรับการปรึกษาด้านการขายที่แบ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งและห้องส่วนตัว เพื่อให้ลูกค้าได้รับคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด
ชั้น 2: ยกประสบการณ์การชมรถยนต์ไปอีกขั้น ด้วยการจัดสรรพื้นที่อย่างพิถีพิถัน
โซน Mercedes-AMG: จัดแสดงสุดยอดยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ
โซนรับรองลูกค้า: พื้นที่กว้างขวางพร้อมบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มพรีเมียมจาก DEAN & DELUCA ที่คัดสรรมาเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมด้วยห้องเกม Simulator ที่จำลองการขับขี่สุดมันส์ และมุมพักผ่อนที่มอบความสะดวกสบายสูงสุด
Exclusive Lounge: สำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการพิจารณาเลือกรถยนต์รุ่นที่สนใจเป็นพิเศษ
ชั้น 3 และ 4: จัดสรรเป็นพื้นที่สำหรับจัดเก็บรถยนต์ในสต็อก และเป็นสำนักงานใหญ่ของ Primus Autohaus พร้อมรองรับการขยายธุรกิจด้านรถยนต์ใช้แล้วในอนาคต
อาคารศูนย์บริการหลังการขาย (5 ชั้น):
ศูนย์ซ่อมบำรุง: พร้อมช่องซ่อมกว่า 40 ช่อง รองรับการซ่อมบำรุงทั่วไป รวมถึงช่อง Express Service สำหรับลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็ว
ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง: ได้รับการติดตั้งห้องอบสีระบบแขนกลอินฟราเรด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสมบูรณ์แบบให้กับงานซ่อมสี
ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ: นอกเหนือจากเทคโนโลยีอันทันสมัย Primus Autohaus ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ทีมช่างทุกคนผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางสำหรับการซ่อมบำรุงรถยนต์ Mercedes-Benz โดยเฉพาะ และยังมีช่างเทคนิควิเคราะห์ที่เป็นวิศวกรยานยนต์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยียานยนต์ ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ในคุณภาพและประสิทธิภาพของทุกการซ่อมบำรุง
Mercedes-Benz E-Class: ความสำเร็จที่สืบทอดมายาวนาน สู่ยุคแห่งการพัฒนา
ในภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อและความชื่นชอบในยนตรกรรมชั้นยอด หนึ่งในตระกูลที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงคือ Mercedes-Benz E-Class ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา สามารถครองใจผู้ขับขี่ทั่วโลกด้วยยอดขายรวมกว่า 14 ล้านคันทั่วโลก และเฉพาะในรุ่นรหัสตัวถัง W213 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 ได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดขายสะสมกว่า 1.2 ล้านคันทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย การเปิดตัว Mercedes-Benz E-Class รุ่น Facelift ในรหัส W213 ถือเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของรุ่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นปลั๊ก-อินไฮบริด ที่สะท้อนถึงทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มุ่งสู่ความยั่งยืนและประสิทธิภาพ
Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic: ที่สุดแห่งสมรรถนะและความหรูหรา
การได้สัมผัสกับ Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ตัวท็อปของตระกูล E-Class Facelift ที่ผลิตในประเทศไทย ณ โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ สำโรง จ.สมุทรปราการ เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ด้วยราคา 3.77 ล้านบาท รุ่นนี้มาพร้อมชุดแต่ง AMG รอบคัน ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ และออปชันที่จัดเต็ม
สิ่งที่น่าสนใจคือ การออกแบบภายในที่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรูผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย จอแสดงผลกลางและจอหลังพวงมาลัยที่เชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว ระบบเสียง Burmester® พร้อมลำโพง 13 ตัว และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
เทคโนโลยีปลั๊ก-อินไฮบริดในเจเนอเรชันที่ 3 นี้ ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่มีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 13.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำให้สามารถวิ่งในโหมด EV ได้ไกลถึง 50 กิโลเมตร ตามการเคลมของ Mercedes-Benz ซึ่งจากการทดลองขับ พบว่าตัวเลขนี้มีความใกล้เคียงกับการใช้งานจริงอย่างมาก โดยสามารถวิ่งในโหมด EV ได้ประมาณ 40 กิโลเมตร แม้จะมีการใช้งานรถติด การเร่งแซง หรือวิ่งบนมอเตอร์เวย์ สิ่งนี้หมายความว่า การเดินทางในชีวิตประจำวัน เช่น การขับจากบ้านไปทำงาน หรือไปห้างสรรพสินค้า ลูกค้าอาจไม่จำเป็นต้องสตาร์ทเครื่องยนต์เบนซินเลย
การผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ และมอเตอร์ไฟฟ้าถูกปรับปรุงให้เนียนและทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยกำลังรวม 320 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 5.7 วินาที ตัวรถให้ความรู้สึกมั่นคง นุ่มนวล และเงียบสงัดภายในห้องโดยสาร ซึ่งยังคงเป็นจุดเด่นของ E-Class ที่ได้รับการยอมรับเสมอมา
Mercedes-Benz S-Class: นิยามใหม่แห่งความหรูหราที่ประกอบในประเทศไทย
นอกเหนือจาก E-Class แล้ว การมาถึงของ Mercedes-Benz S-Class รุ่นประกอบในประเทศไทย ยังเป็นการตอบสนองความต้องการของตลาดที่ต้องการยนตรกรรมระดับธงของแบรนด์ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ The S 350 d Exclusive และ The S 350 d AMG Premium
ทั้งสองรุ่นสะท้อนถึงความสง่างามเหนือกาลเวลา ด้วยดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น กระจังหน้าแบบ 3 ก้าน ไฟหน้า MULTIBEAM LED พร้อมเทคโนโลยี ULTRA RANGE ที่ให้ความสว่างไกลถึง 650 เมตร และไฟท้าย LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก
ภายในห้องโดยสาร: มอบประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน Mercedes-Benz S-Class คือการก้าวเข้าสู่โลกแห่งความสบายและความหรูหราอย่างแท้จริง ระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก สามารถผสานการทำงานของระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟ Ambient Light, ระบบปรับอากาศ, ระบบเครื่องเสียง, และโปรแกรมนวดเบาะหลัง 6 แบบ เพื่อมอบประสบการณ์การผ่อนคลายสูงสุดตลอดการเดินทาง
นอกจากนี้ การตกแต่งภายในด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม และเบาะนั่งตอนหลังพร้อม Chauffeur Seat Package ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารด้านหลังได้อย่างไร้ที่ติ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการปรับเลื่อนเบาะหน้า ทำให้มีพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: ล้ำสมัย ปลอดภัย ไร้กังวล
Mercedes-Benz S-Class มาพร้อมเทคโนโลยีและระบบมัลติมีเดียที่ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบ DYNAMIC SELECT, ระบบนำทาง, Apple CarPlay™ & Android Auto, ระบบชาร์จไร้สาย, ระบบเสียง Burmester® surround sound system, และระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
ในด้านความปลอดภัย Mercedes-Benz S-Class ได้ติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงแบบเดียวกับเวอร์ชันนำเข้า อาทิ ระบบ PRE-SAFE® PLUS, PRE-SAFE® Impulse, ระบบ Active Emergency Stop Assist, ระบบ Evasive Steering Assist, ระบบ Active Distance Assist DISTRONIC, ระบบ Active Blind Spot Assist, ระบบ Active Lane Keeping Assist, ระบบ Active Brake Assist และฟังก์ชัน Cross-Traffic, รวมถึงระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) ด้วยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
เครื่องยนต์และการขับขี่: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
ภายใต้ฝากระโปรง Mercedes-Benz S-Class ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 6 สูบแถวเรียง OM656 รหัสใหม่ ให้กำลัง 286 แรงม้า และแรงบิด 600 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-Tronic ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและตอบสนองได้อย่างฉับไว ระบบช่วงล่างแบบถุงลม (AIRMATIC) พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวล ยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคงในทุกสภาวะ และยังสามารถปรับระดับความสูงของตัวรถได้ตามสภาพถนน
บทสรุป: ยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทย
Primus Autohaus ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการบริการและประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ในประเทศไทย การลงทุนมหาศาลในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และบุคลากร ประกอบกับการนำเสนอรถยนต์ที่ทรงคุณค่าอย่าง Mercedes-Benz E-Class และ Mercedes-Benz S-Class ในเจเนอเรชันล่าสุด แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะตอบสนองทุกความต้องการของตลาดระดับบน
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ นวัตกรรม และประสบการณ์การบริการที่เหนือระดับ Primus Autohaus คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสกับนิยามใหม่แห่งความพรีเมียมด้วยตนเอง ณ โชว์รูมและศูนย์บริการ Primus Autohaus วันนี้ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางแห่งความภาคภูมิใจที่ไม่มีวันสิ้นสุด.