
เจาะลึกตลาดรถยนต์พรีเมียมปี 2026: BMW ยังครองบัลลังก์ แต่คู่แข่งไล่จี้ติด!
กรุงเทพมหานคร – นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา วงการรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ที่วัดความสำเร็จกันที่ตัวเลข “การจดทะเบียนจริง” แทนที่จะเป็นเพียงยอดขายที่รายงานออกมา ซึ่งสะท้อนถึงความแม่นยำของข้อมูลและสถานการณ์ตลาดที่แท้จริง วันนี้เราจะมาวิเคราะห์เจาะลึกภาพรวมตลาดรถยนต์พรีเมียมตลอดปี 2025 และแนวโน้มทิศทางตลาดในปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง
ภาพรวมตลาดรถยนต์พรีเมียมปี 2025: ยอดจดทะเบียนรวม 8 แบรนด์หลัก
ตลาดรถยนต์พรีเมียมในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา ยังคงมีการแข่งขันที่ดุเดือด โดยมีแบรนด์ชั้นนำ 8 แบรนด์ที่ขับเคี่ยวกันอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ BMW, Mercedes-Benz, Volvo, Porsche, Audi, MINI, Lexus และ TESLA เมื่อพิจารณาจากข้อมูลการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบก เราพบว่ายอดรวมทั้งปี 2025 ของทั้ง 8 แบรนด์ อยู่ที่ 34,540 คัน ซึ่งแม้จะมีการปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า แต่ก็ยังคงเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงกำลังซื้อและความต้องการในตลาดพรีเมียมได้เป็นอย่างดี
สรุปยอดจดทะเบียนรถยนต์พรีเมียม 8 แบรนด์ มกราคม – ธันวาคม 2025
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้รวบรวมข้อมูลยอดจดทะเบียนของแต่ละแบรนด์ พร้อมส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการจัดอันดับและตำแหน่งของแต่ละแบรนด์ในตลาดพรีเมียมปี 2025 ดังนี้
| อันดับ | แบรนด์ | ยอดจดทะเบียน (คัน) | ส่วนแบ่งการตลาด (%) |
| :— | :— | :— | :— |
| 1 | BMW | 12,208 | 35.3% |
| 2 | Mercedes-Benz | 9,283 | 26.9% |
| 3 | TESLA | 4,120 | 11.9% |
| 4 | Volvo | 3,741 | 10.8% |
| 5 | Porsche | 1,705 | 4.9% |
| 6 | MINI | 1,451 | 4.2% |
| 7 | Lexus | 1,123 | 3.3% |
| 8 | Audi | 909 | 2.6% |
| รวม | 8 แบรนด์ | 34,540 | 100% |
วิเคราะห์การแข่งขัน: BMW ครองแชมป์ แต่ TESLA มาแรงแซงโค้ง!
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่า BMW ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 35.3% แต่สิ่งที่น่าจับตามองในปี 2025 คือการไล่จี้ติดของคู่แข่งสำคัญอย่าง Mercedes-Benz ซึ่งตามมาติดๆ ด้วยส่วนแบ่ง 26.9% และที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ TESLA แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติอเมริกัน ที่สามารถขึ้นมาครองอันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 11.9% ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Volvo ยังคงรักษาตำแหน่งในอันดับที่ 4 ด้วยส่วนแบ่ง 10.8% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่เน้นความปลอดภัยและเทคโนโลยี ขณะที่ Porsche และ MINI ก็ยังคงมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นในตลาดเฉพาะกลุ่ม
เทียบปีต่อปี: ตลาดพรีเมียมหดตัว 22.6% แต่มีแบรนด์ที่ยังเติบโตได้
เมื่อนำยอดจดทะเบียนปี 2025 มาเปรียบเทียบกับปี 2024 ที่มีตัวเลขรวมอยู่ที่ 44,274 คัน จะพบว่าตลาดรถยนต์พรีเมียมโดยรวมมียอดจดทะเบียนลดลงถึง 9,734 คัน หรือคิดเป็น -22.6% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยลบหลายประการ เช่น สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว ความผันผวนของค่าเงิน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ราคาสูง
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมตลาดจะติดลบ แต่ก็ยังมีแบรนด์ที่สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ และมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น ได้แก่:
Lexus: เติบโตสูงสุดถึง +48.5% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปิดตัวและกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถตู้ Luxury MPV อย่าง Lexus LM ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความหรูหราและความสะดวกสบายสูงสุด
MINI: เติบโต +7.6% โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัว MINI Electric ซึ่งมีราคาจำหน่ายที่เข้าถึงได้มากขึ้นในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ราคาเริ่มต้นเพียง 1,690,000 บาท
Volvo: ยังคงเติบโตเล็กน้อยที่ +1.4% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายตลาดใหม่
เจาะลึก 5 อันดับรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกปี 2026: นิยามใหม่ของความหรูหราและสมรรถนะ
นอกเหนือจากการวิเคราะห์ตลาดภายในประเทศแล้ว เพื่อให้เห็นภาพรวมของวงการรถยนต์ระดับโลก เราจะพาไปส่อง 5 อันดับรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกประจำปี 2026 ซึ่งสะท้อนถึงขีดสุดของนวัตกรรม เทคโนโลยี และความหรูหราที่เหนือจินตนาการ
อันดับที่ 5: Bugatti Divo – ความลงตัวระหว่างแอโรไดนามิกและความเร็ว
ราคา: 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 219,264,000 บาท
Bugatti Divo รถยนต์ไฮเปอร์คาร์ที่ตั้งชื่อตามนักแข่งชาวฝรั่งเศส Albert Divo เจ้าของชัยชนะในการแข่งขัน Targa Florio 2 สมัย ผลิตออกมาเพียง 40 คัน ทั่วโลก ซึ่งแต่ละคันเปรียบเสมือนงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้
ดีไซน์และเทคโนโลยี:
Divo ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก Bugatti Chiron โดยเน้นการปรับปรุงด้านน้ำหนักและแอโรไดนามิก โครงสร้างตัวถังที่เบาลง 35 กิโลกรัม และแรงกดอากาศที่เพิ่มขึ้น 90% ทำให้ Divo มีความสามารถในการเข้าโค้งที่ดีเยี่ยมเหนือกว่า Chiron
ภายนอก: โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงเกือกม้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ และ NACA Duct บริเวณหลังคาที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน ฝากระโปรงหน้าที่มีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ และซุ้มล้อที่กว้างขึ้นพร้อมช่องดักอากาศบริเวณหลังล้อ สปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟปรับระดับได้อัตโนมัติ และดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ที่ทำงานร่วมกับไฟท้ายแบบ 3 มิติ
ภายใน: ยังคงเอกลักษณ์ของ Bugatti ด้วยเบาะหนัง Alcantara ทรงสปอร์ตสีทูโทน คอนโซลกลางที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูง และการออกแบบที่เน้นผู้ขับเป็นศูนย์กลาง
ขุมพลัง: เครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ให้กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ขับเคลื่อนสี่ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 380 กม./ชม.
อันดับที่ 4: Mercedes-Maybach Exelero – รถยนต์คัสตอม 1 เดียวในโลก
ราคา: 8 ล้านดอลลาร์สห