
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé: นิยามใหม่ของ “Driving Performance” ที่ประกอบในประเทศไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาสิบปี ผมได้เห็นวิวัฒนาการของตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และต้องยอมรับว่า Mercedes-Benz (ประเทศไทย) ไม่เคยหยุดนิ่งในการนำเสนอยนตรกรรมที่เหนือระดับมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาที่สุดของ “สมรรถนะ” และ “ความเร้าใจ” การเปิดตัว Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศครั้งแรกในไทย ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มทางเลือกใหม่ในตลาด แต่เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการส่งมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé: มิติใหม่ของ Driving Performance
สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ Mercedes-AMG ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบยนตรกรรมที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ รถยนต์รุ่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นตัวแทนของ “Driving Performance” ซึ่งเป็นปรัชญาหลักของ AMG เท่านั้น แต่ยังเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของยนตรกรรมสมรรถนะสูง ด้วยการผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับความงดงามของการออกแบบที่สะท้อนถึงDNA แห่งความเป็นรถสปอร์ตและรถแข่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สิ่งที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือ การเป็นครั้งแรกของโลกที่ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นที่โรงงานหลักของ Daimler AG เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสายการผลิตที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตที่สำคัญของแบรนด์ระดับโลกแห่งนี้ การผลิตในประเทศยังหมายถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตระดับสูงสุดของ Mercedes-Benz ที่ถูกนำมาใช้ในกระบวนการผลิตทั้งหมด ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกรายละเอียดของ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé นั้นจะเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความเป็นเลิศ
การออกแบบภายนอก: สง่างาม ดุดัน และเปี่ยมด้วยนวัตกรรม
เมื่อแรกเห็น Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé สิ่งแรกที่จะดึงดูดสายตาคือเส้นสายอันทรงพลังและสง่างาม การออกแบบภายนอกถูกรังสรรค์ขึ้นโดยเน้นย้ำถึงสมรรถนะที่เหนือกว่าและอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม ฝากระโปรงหน้าที่ยาวรับกับตัวถังที่กว้างขึ้น ประตูไร้กรอบกระจก สร้างความรู้สึกสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว ในขณะที่กรอบกระจกมองข้างสีดำแบบลอยตัวจากตัวถัง และขอบตกแต่งสีดำเงาบริเวณด้านข้างตัวรถและกรอบหน้าต่าง ยิ่งเพิ่มมิติความดุดันให้กับตัวรถ
เส้นสายด้านข้างที่ลากยาวลงไปถึงซุ้มล้อหลัง พร้อมปลายท่อไอเสียโครเมียมคู่ บ่งบอกถึงพละกำลังที่ซ่อนอยู่ภายใน ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System ที่สามารถปรับการทำงานตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS – Active Light System) และระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเข้าโค้ง (cornering light) มอบทัศนวิสัยที่เหนือกว่าในทุกสภาพการขับขี่ หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและความหรูหราภายในห้องโดยสาร
ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้า Diamond Grille สีเงิน ประดับด้วยตราสัญลักษณ์ Mercedes-Benz และ AMG อันทรงเกียรติ เสริมด้วย AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง) ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มแรงกดอากาศพลศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง Run-flat ช่วยเสริมบุคลิกสปอร์ตที่สมบูรณ์แบบให้กับ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé
ภายใน: ความหรูหราที่มาพร้อมกับจิตวิญญาณแห่งการขับขี่
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผสมผสานความหรูหรา ความสะดวกสบาย และจิตวิญญาณแห่งการขับขี่สไตล์ AMG ได้อย่างลงตัว พวงมาลัย AMG Performance แบบสปอร์ตท้ายตัด หุ้มด้วยวัสดุ DINAMICA microfibre ที่ให้การยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม พร้อมการควบคุมที่แม่นยำ ปรับการทำงานตามระดับความเร็ว มอบประสบการณ์การควบคุมที่ใกล้ชิดกับตัวรถมากยิ่งขึ้น
ระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ระบบ MB Audio 20 พร้อม Touchpad และ Controller รวมถึงระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® มอบประสบการณ์ความบันเทิงชั้นเลิศในทุกการเดินทาง การตกแต่งภายในด้วยลาย Carbon-fibre และอะลูมิเนียมสไตล์ AMG ยิ่งเน้นย้ำถึงความเป็นยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่เต็มเปี่ยมด้วยรายละเอียด
ขุมพลัง V6 Bi-Turbo: พละกำลังที่บิดเร้าทุกสัมผัส
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé คือเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่แบบ Bi-Turbo พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ที่รีดพละกำลังได้สูงถึง 367 แรงม้า ที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ที่ 2,000-4,200 รอบต่อนาที พละกำลังมหาศาลนี้ถูกถ่ายทอดลงสู่ล้อทั้งสี่อย่างมีประสิทธิภาพผ่านระบบขับเคลื่อน 4MATIC อันเป็นเอกลักษณ์
นวัตกรรมอันชาญฉลาดที่ติดตั้งในเครื่องยนต์นี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบแรงดันเสริมของกลไกการอัดอากาศ (boost pressure) ที่ช่วยเพิ่มกำลัง แรงบิด และความยืดหยุ่นในการตอบสนองตามมาตรฐาน AMG รวมถึงการเคลือบสาร NANOSLIDE® ที่กระบอกสูบ ซึ่งเป็นสารหล่อลื่นชนิดเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง Formula 1 ของทีม MERCEDES-AMG PETRONAS สะท้อนให้เห็นถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่รถยนต์ที่ใช้งานจริงได้อย่างไร้ที่ติ
เกียร์ 9G-TRONIC: สุนทรียะแห่งการเปลี่ยนเกียร์ที่ฉับไว
จับคู่กับขุมพลังอันทรงพลัง คือเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษโดย AMG เกียร์รุ่นนี้สามารถลดเวลาในการเปลี่ยนถ่ายกำลังได้อย่างมาก ทำให้การเร่งแซงทำได้อย่างฉับไวทันใจ นอกจากนี้ ยังมีโหมดการทำงานแบบ Manual Mode ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้เองผ่านแป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและควบคุมได้ดั่งใจ
ช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL และ AMG DYNAMIC SELECT: ประสบการณ์ขับขี่ที่ปรับเปลี่ยนได้ดั่งใจ
เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นในทุกสภาวะ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé มาพร้อมกับระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL แบบสปอร์ต ที่ให้ทั้งความนุ่มนวลสบายในการเดินทางไกล และความหนึบแน่นทรงประสิทธิภาพเมื่อต้องการสมรรถนะสูงสุด
ระบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่มีให้เลือกถึง 5 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Eco, Comfort, Sport, Sport Plus และ Individual ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกของรถยนต์ให้เข้ากับอารมณ์และความต้องการในแต่ละขณะ โหมด Sport Plus ถูกออกแบบมาเพื่อปลุกเร้าสัญชาตญาณความเป็นนักแข่งในตัวคุณ ด้วยการตอบสนองของเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างที่เฉียบคมและดุดันยิ่งขึ้น
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé: เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคย
ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างน่าประหลาดใจที่ 4,140,000 บาท Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศนี้ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสกับสมรรถนะและความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Mercedes-AMG ได้อย่างเต็มที่ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ
Mercedes-Benz (ประเทศไทย): กลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชั่น
นอกเหนือจากการรุกตลาดกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง Mercedes-Benz (ประเทศไทย) ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ “THE BEST” เพื่อมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยการเปิดตัว The new GLA คอมแพ็ค SUV พรีเมี่ยม และ The new CLA คอมแพ็คคูเป้ 4 ประตู ที่ประกอบในประเทศเป็นครั้งแรก
The new GLA มาพร้อมดีไซน์สปอร์ต ปราดเปรียว และมั่นใจในการขับขี่ โดยมีให้เลือกถึง 2 รุ่น คือ GLA 200 Urban ในราคา 2,090,000 บาท และ GLA 250 AMG Dynamic ในราคา 2,440,000 บาท ขณะที่ The new CLA คูเป้ 4 ประตู โฉบเฉี่ยว เร้าใจ ก็มีให้เลือกเช่นกันในรุ่น CLA 200 Urban ราคา 2,140,000 บาท และ CLA 250 AMG Dynamic ราคา 2,490,000 บาท
คุณไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร Mercedes-Benz (ประเทศไทย) ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอ “สิ่งที่ดีที่สุด” สะท้อนคุณค่าหลักของแบรนด์คือ “ความสมบูรณ์แบบ” (Perfection) และ “ความหลงใหล” (Fascination) การนำเสนอรถยนต์ที่ประกอบในประเทศนี้ เป็นการตอบสนองความต้องการของกลุ่ม Young Generation ที่มองหารถยนต์ที่มีดีไซน์โดดเด่น สมรรถนะที่น่าประทับใจ และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน ในราคาที่เข้าถึงได้
คุณมาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด ได้เสริมว่า The new GLA และ The new CLA รุ่นประกอบในประเทศนี้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับกลุ่มลูกค้า Young Generation ที่จะสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างแท้จริง
โอกาสสุดพิเศษที่งาน Mercedes-Benz Star Dome
ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์จริงของ The new GLA, The new CLA และยนตรกรรมอีกหลากหลายรุ่นจาก Mercedes-Benz ได้ที่งาน Mercedes-Benz Star Dome ระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 4 ตุลาคม ณ Star Dome ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ
พิเศษยิ่งกว่านั้น สำหรับผู้ที่สั่งซื้อรถยนต์ภายในงานและจัดไฟแนนซ์กับ Mercedes-Benz Leasing ภายใต้โปรแกรม mySTAR Special จะได้รับสิทธิพิเศษในการผ่อนชำระต่อเดือนขั้นต่ำเพียง 1% ของราคารถยนต์ทันที พร้อมประหยัดดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอพิเศษอื่นๆ เช่น บัตรเติมน้ำมัน ปตท. สูงสุด 5,000 บาท เมื่อสมัครบัตร MercedesCard และสิทธิพิเศษอื่นๆ สำหรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต MercedesCard
The New GLA: คอมแพ็ค SUV พรีเมี่ยม ที่พร้อมทุกการผจญภัย
The new GLA ถูกออกแบบมาให้มีความทันสมัย คล่องแคล่ว ปราดเปรียว และปลอดภัย สามารถตอบสนองทุกความท้าทายของการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม รุ่น GLA 200 Urban มาพร้อมกระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมียมแบบ 2 แถบ กันชนหน้าพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ ขอบหน้าต่างโครเมียม และปลายท่อไอเสียโครเมียมคู่ ไฟหน้า Bi-xenon พร้อมไฟ Daytime LED และไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด ล้ออัลลอยทูโทน 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว
สำหรับ GLA 250 AMG Dynamic ยกระดับความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 19 นิ้ว ชุดแต่ง AMG Bodystyling ดิสก์เบรกหน้าพร้อมช่องระบายความร้อน และสัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า เสริมด้วยหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
ภายในห้องโดยสารของทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบให้มีความล้ำสมัย สปอร์ต และสง่างาม GLA 200 Urban ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง Artico พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ส่วน GLA 250 AMG Dynamic เพิ่มความสปอร์ตด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง Artico สลับ DINAMICA microfibre สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบบเชื่อมต่อสื่อบันเทิง Media Interface และระบบเสียง MB Audio 20 พร้อม CD changer 6 แผ่น ทั้งสองรุ่นมาพร้อม Bluetooth เพื่อความสะดวกในการสื่อสาร
พื้นที่ภายในห้องโดยสารของทั้งสองรุ่น มอบความสะดวกสบายสูงสุดด้วยเบาะนั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ เบาะหลังพับได้ 1:3/2:3 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของ ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ และแผ่นปิดสัมภาระท้ายรถ สำหรับ GLA 250 AMG Dynamic ยังมาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 2 โซน และระบบปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติ
The New CLA: สปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ที่เปี่ยมด้วยดีไซน์
The new CLA คือนิยามใหม่ของสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ที่ผสานความเร้าใจแบบสปอร์ตและความปราดเปรียวได้อย่างลงตัว CLA 200 Urban มาพร้อมกระจังหน้า Diamond Grille สีดำ ล้ออัลลอย 18 นิ้วสีเทา ขณะที่ CLA 250 AMG Dynamic เพิ่มความโดดเด่นด้วยกระจังหน้า Diamond Grille สีเงิน ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 18 นิ้ว ชุดแต่ง AMG Bodystyling ดิสก์เบรกหน้าพร้อมช่องระบายความร้อน สัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า-หลัง และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมปลายท่อไอเสียโครเมียมคู่ ไฟหน้า Bi-xenon พร้อมไฟ Daytime LED และไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด
ภายในห้องโดยสารของ The new CLA ได้รับการออกแบบอย่างทันสมัย ด้วยดีไซน์ที่แตกต่างแต่ผสานกันได้อย่างลงตัว CLA 200 Urban ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง Artico พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ส่วน CLA 250 AMG Dynamic เพิ่มความสปอร์ตด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง Artico สลับ DINAMICA microfibre สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต ที่วางแขนเบาะหลัง และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
ประโยชน์ใช้สอยที่โดดเด่นในทั้งสองรุ่น ได้แก่ ระบบ MB Audio 20 พร้อมหน้าจอ 7 นิ้ว ระบบ Bluetooth และระบบรองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation SD-Card Navigation) ห้องโดยสารภายในมาพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ เบาะหลังพับได้ 1:3/2:3 และระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 2 โซน
Mercedes-Benz CLS โฉมใหม่: ความสง่างามที่มาพร้อมสมรรถนะ
ในตลาดรถยนต์หรูระดับพรีเมี่ยม การเปิดตัว Mercedes-Benz CLS โฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 3 ณ งาน Bangkok Motor Show 2018 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการนำเสนอยนตรกรรมที่ผสมผสานความสง่างามและสมรรถนะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับตลาดประเทศไทย Mercedes-Benz เลือกนำเสนอ CLS ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกใหม่ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ในรุ่น 300d AMG Premium ซึ่งมาพร้อมราคาที่น่าสนใจ 4,980,000 บาท
สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะที่จัดจ้านยิ่งขึ้น ยังมีตัวเลือก Mercedes-AMG CLS 53 ที่เปิดตัวในงาน Motor Expo 2018 ด้วยราคา 7,090,000 บาท การมีตัวเลือกที่หลากหลายนี้ทำให้ Mercedes-Benz สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันได้อย่างครอบคลุม
ปัจจุบัน Mercedes-Benz (ประเทศไทย) ดำเนินกลยุทธ์การตลาดที่น่าจับตา โดยในส่วนของรถยนต์รุ่นมาตรฐาน จะเน้นเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่ปล่อยไอเสียต่ำ ควบคู่ไปกับการตั้งราคาที่แข่งขันได้ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ในขณะเดียวกัน สำหรับลูกค้าที่มองหาความแรงและสมรรถนะขั้นสูงสุด แบรนด์ Mercedes-AMG ก็มีรุ่นต่างๆ มากมายเรียงหน้าเข้ามาทำตลาด และหลายรุ่นก็ได้รับการประกอบในประเทศ ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมของผลิตภัณฑ์มีความแข็งแกร่งและครบวงจรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์
เมื่อพิจารณาในตลาดรถยนต์คูเป้ 4 ประตูระดับพรีเมี่ยม Mercedes-Benz CLS 300d ต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งอย่าง BMW 630d GT ที่มีราคา 4,699,000 บาท ซึ่งมอบความอเนกประสงค์และพื้นที่ใช้สอยที่เหนือกว่า แต่ขาดอารมณ์สปอร์ตในด้านรูปลักษณ์ ในขณะที่ Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro ราคา 5,399,000 บาท โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 3.0 ลิตร เทอร์โบ 340 แรงม้า พร้อมระบบ Mild Hybrid และระบบขับเคลื่อน Quattro
จากการทดลองขับ Mercedes-Benz CLS 300d โฉมใหม่ พบว่า แม้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ จะมีแรงม้า 245 ตัวน้อยกว่าคู่แข่งบางรุ่น แต่ด้วยแรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่มาในรอบต่ำมาก (1,600-2,400 รอบต่อนาที) และการจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ทำให้การตอบสนองการขับขี่ทำได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับ CLS 250d รุ่นก่อนหน้า CLS 300d โฉมใหม่ ขับดีขึ้นอย่างชัดเจน
โดยรวมแล้ว CLS โฉมใหม่ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สุขุม นุ่มนวล ปลดปล่อยพละกำลังออกมาอย่างนวลเนียนในทุกเกียร์ จังหวะเร่งแซงหรือ Kick-down ก็ยังคงความฉับไว อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ที่ 6.4 วินาที ซึ่งใกล้เคียงกับ BMW 630d GT (6.1 วินาที) แต่ก็ถือเป็นสมรรถนะที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ดีเซล
แม้ว่า CLS โฉมใหม่จะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย แต่ความเตี้ยของตัวถังก็อาจทำให้ผู้ขับขี่ที่มีรูปร่างสูงต้องก้มตัวเล็กน้อยเวลาเข้า-ออกห้องโดยสาร และทัศนวิสัยอาจถูกจำกัดอยู่บ้างเมื่อเทียบกับรถยนต์ประเภทอื่น แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องแลกมากับรูปลักษณ์อันสง่างามและโดดเด่นของ CLS ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สรุป: Mercedes-Benz ประเทศไทย ก้าวไปอีกขั้น
จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผมมองว่า Mercedes-Benz (ประเทศไทย) ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจตลาดและความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม การเปิดตัว Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศ การรุกตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วย The new GLA และ The new CLA รวมถึงการนำเสนอ CLS โฉมใหม่ ล้วนเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าแบรนด์นี้พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
ด้วยผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง เครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุม และโปรโมชั่นที่น่าสนใจ ทำให้ Mercedes-Benz ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมี่ยมได้อย่างต่อเนื่อง
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่ผสานสมรรถนะอันเร้าใจ ความหรูหรา และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน การสำรวจตัวเลือกจาก Mercedes-Benz คือจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ลองสัมผัสประสบการณ์จริง และค้นพบ “สิ่งที่ดีที่สุด” ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ