
BMW Isetta คัมแบ็กในฐานะรถไฟฟ้า EV สไตล์คลาสสิก
BMW Isetta รถยนต์ไฟฟ้า EV ขนาดเล็ก ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์เยอรมัน กลับมาอีกครั้งในดีไซน์ใหม่ที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จากความสำเร็จของ MINI EV ที่ทำให้แบรนด์เห็นช่องทางในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสู่ตลาด บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป จึงตัดสินใจชุบชีวิต Isetta ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในรูปแบบรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนำดีไซน์เก่ามาผลิตใหม่ แต่เป็นการยกระดับ Isetta ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองในยุคปัจจุบัน
ภายใต้การดูแลของแผนก MINI ทำให้ Isetta EV ถูกออกแบบให้ยังคงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเอาไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นประตูหน้าเปิด-ปิดแบบเดียวกับตู้เย็น รวมถึงขนาดตัวถังที่กะทัดรัดแต่กว้างขวางภายใน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2 คนอย่างสบายๆ ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยโทนสีที่หลากหลายให้เลือก พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัลที่แสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญครบถ้วน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบอินโฟเทนเมนต์ได้อย่างราบรื่น
สำหรับพละกำลังของ BMW Isetta EV มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ให้กำลังสูงสุดถึง 224 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาต่ำกว่า 7 วินาที ด้วยแบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุ 42 kWh ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 350 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางในเมือง หรือแม้กระทั่งการออกเดินทางระยะสั้นๆ การชาร์จแบตเตอรี่ทำได้สะดวกด้วยระบบชาร์จเร็ว DC ที่สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที
การกลับมาของ BMW Isetta EV สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการผลักดันเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าไปสู่ตลาดโลก ควบคู่ไปกับการรักษาเอกลักษณ์และเสน่ห์ของแบรนด์ Isetta ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรม ความเรียบง่าย และความสนุกในการขับขี่ ซึ่งจะเข้ามาเติมเต็มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีการแข่งขันสูง และมอบทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจให้กับผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง
เปิดตัว MINI Aceman SE รถไฟฟ้าครอสโอเวอร์ 5 ที่นั่ง ดีไซน์โดดเด่น พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย
MINI ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด MINI Aceman SE รถยนต์ไฟฟ้าล้วนแบบครอสโอเวอร์ 5 ที่นั่ง ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา ผสานเอกลักษณ์ความเป็นมินิเข้ากับความอเนกประสงค์ของรถยนต์ครอสโอเวอร์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่ต้องการความคล่องตัว เทคโนโลยี และความสนุกในการขับขี่ MINI Aceman SE ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของแนวคิดรถต้นแบบที่เคยจัดแสดงในงานต่างๆ ก่อนหน้านี้ แต่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้พร้อมสำหรับการจำหน่ายจริงในตลาดโลก รวมถึงประเทศไทย
ในด้านการออกแบบ MINI Aceman SE มาพร้อมกับภาษาการออกแบบใหม่ของ MINI ที่เรียกว่า “Charismatic Simplicity” โดยยังคงเอกลักษณ์ความเป็นมินิเอาไว้ครบถ้วน เช่น ไฟหน้าทรงกลม แต่ได้รับการปรับดีไซน์ให้ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยยิ่งขึ้น กระจังหน้าเป็นแบบปิดทึบตามแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมโลโก้ MINI ที่มีดีไซน์ใหม่ ไฟท้ายทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีลวดลายแบบธงยูเนียนแจ็คเป็นเอกลักษณ์ ตัวถังมีเส้นสายที่เรียบง่ายแต่ดูมีมิติ การออกแบบภายนอกโดยรวมเน้นความโค้งมนที่ดูเป็นมิตร แต่ก็ยังคงความสปอร์ตตามแบบฉบับของ MINI
ภายในห้องโดยสารของ MINI Aceman SE ถูกออกแบบให้มีความกว้างขวางและสะดวกสบาย สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 คนอย่างลงตัว วัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยโทนสีที่หลากหลายให้เลือก พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัลขนาดใหญ่บริเวณคอนโซลกลาง ที่รวมศูนย์การควบคุมระบบต่างๆ ของรถเอาไว้ในที่เดียว ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบอินโฟเทนเมนต์ได้อย่างราบรื่น รองรับการใช้งานทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto เบาะนั่งถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อความสบายสูงสุดในการเดินทางระยะไกล พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ขุมพลังของ MINI Aceman SE เป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ให้กำลังสูงสุดถึง 224 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.7 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้ถึง 170 กม./ชม. ใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุ 54.2 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 402 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางในเมือง หรือแม้กระทั่งการออกเดินทางระยะสั้นๆ การชาร์จแบตเตอรี่ทำได้สะดวกด้วยระบบชาร์จเร็ว DC ที่สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที
MINI Aceman SE ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ล้ำสมัยหลายรายการ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง ระบบช่วยจอด และระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ การกลับมาของ MINI Aceman SE ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์ 5 ที่นั่ง เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ MINI ในการผลักดันเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่มีสไตล์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสนุกในการขับขี่
BMW iX3 โฉมใหม่ เตรียมเปิดตัวในไทย ฟีเจอร์จัดเต็ม ดีไซน์พรีเมียม
หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงกับรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล iSeries บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นมาเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นั่นคือ BMW iX3 โฉมใหม่ ซึ่งได้รับการปรับเปลี่ยนดีไซน์และอัพเกรดฟีเจอร์ให้ทันสมัยและหรูหรามากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพรีเมียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์ SUV ซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
BMW iX3 โฉมใหม่ มาพร้อมกับภาษาการออกแบบที่เรียกว่า “Neue Klasse” ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบใหม่ของ BMW ที่จะนำไปใช้กับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ในอนาคต ดีไซน์ภายนอกของ iX3 โฉมใหม่ มีการปรับเปลี่ยนหลายส่วนให้ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยยิ่งขึ้น กระจังหน้าเป็นแบบปิดทึบตามแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังคงรูปทรงไตคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ BMW ไฟหน้าเป็นแบบ LED ที่มีดีไซน์เรียบหรูและล้ำสมัย เส้นสายของตัวถังถูกปรับให้มีความลื่นไหลและมีอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งระยะทางไกล
ภายในห้องโดยสารของ BMW iX3 โฉมใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบความสะดวกสบายและความหรูหราสูงสุดให้กับผู้โดยสาร คอนโซลกลางถูกยกสูงขึ้นและติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบโค้งขนาดใหญ่ที่รวมการแสดงผลข้อมูลการขับขี่และระบบอินโฟเทนเมนต์เอาไว้ในที่เดียว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto วัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในเป็นวัสดุคุณภาพสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เบาะนั่งถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อความสบายสูงสุดในการเดินทาง เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 40:20:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีขนาดใหญ่ สามารถบรรจุสัมภาระได้ถึง 510 ลิตร และสามารถขยายได้ถึง 1,560 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง
ขุมพลังของ BMW iX3 โฉมใหม่ เป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งที่เพลาหลัง ให้กำลังสูงสุดถึง 286 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./