
เมอร์เซเดส-เบนซ์ จี-คลาสส์: สัญลักษณ์แห่งความหรูหราสมรรถนะสูงที่พัฒนาไปอีกขั้น
ในโลกแห่งยานยนต์ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและความเร็ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ จี-คลาสส์ (Mercedes-Benz G-Class) ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่คือมรดกทางวัฒนธรรม คือตัวแทนของความสำเร็จและความแข็งแกร่งที่กาลเวลาไม่อาจทำลายได้ นับตั้งแต่เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกครั้งแรกในยุคปลายทศวรรษ 1970 จี-คลาสส์ได้ฝากชื่อไว้ในฐานะสุดยอดยนตรกรรมออฟโรดที่ผสานความหรูหราเข้ากับสมรรถนะอันไร้ที่ติ และเมื่อต้นปี 2018 ที่งานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ จี-คลาสส์ เจนเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนับตั้งแต่การกำเนิดของตระกูลนี้
การเปิดตัวครั้งแรกในโลกของ G-Class เจเนอเรชั่นใหม่นี้ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนา รถยนต์หรู และ รถยนต์ออฟโรดระดับพรีเมียม แม้ว่าในตอนแรกจะมีการเปิดเผยเพียงรุ่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ จี 500 (Mercedes-Benz G 500) ที่มาพร้อมราคา 107,040 ยูโร หรือราว 4.28 ล้านบาทไทย ในตลาดเยอรมนี พร้อมกำหนดการจำหน่ายในช่วงเดือนมิถุนายน 2018 ก็ตาม แต่ในอีกเพียงหนึ่งเดือนต่อมา โลกยานยนต์ก็ต้องตะลึงอีกครั้งเมื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ประกาศเพิ่มทางเลือกสุดพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการที่สุดแห่งสมรรถนะและความหรูหรา นั่นคือ เมอร์เซเดส-เอเอมจี จี 63 (Mercedes-AMG G 63)
เมอร์เซเดส-เอเอมจี จี 63: สุนทรียภาพแห่งพละกำลังจากสำนัก AMG
การมาถึงของ เมอร์เซเดส-เอเอมจี จี 63 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มรุ่นย่อยเท่านั้น แต่คือการยกระดับนิยามของ รถยนต์สมรรถนะสูง (High-Performance Cars) ในตระกูล G-Class ให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการรังสรรค์โดยสำนักแต่ง AMG ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่เบื้องหลังความแรงของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มาอย่างยาวนาน การเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวา นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของโมเดลนี้ ในขณะที่ราคาและรายละเอียดการจองจะถูกเปิดเผยในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2018 ก่อนจะเริ่มส่งมอบในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน
สำหรับรุ่น AMG 63 นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพราะก่อนหน้านี้มีโมเดลในรหัสนี้ให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ เมอร์เซเดส-เอเอมจี ซี 63 (Mercedes-AMG C 63) ซีดานขนาดกะทัดรัดที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุด ไปจนถึง เมอร์เซเดส-เอเอมจี เอส 63 4เมติก+ คาบริโอเลต์ (Mercedes-AMG S 63 4MATIC+ Cabriolet) ที่มาพร้อมราคาอันแสนสูงลิ่ว ทว่า เมอร์เซเดส-เอเอมจี จี 63 ใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นมาตรฐานอย่างชาญฉลาด โดยมีการปรับเปลี่ยนทั้งโครงสร้างตัวถังและระบบกลไกอย่างครอบคลุม
หัวใจที่เต้นแรง: เครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo อันทรงพลัง
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของ เมอร์เซเดส-เอเอมจี จี 63 คือขุมพลังที่ถูกติดตั้งมา คือเครื่องยนต์เบนซิน V8 Bi-Turbo DOHC ความจุ 3,982 ซีซี ที่ยกบล็อกมาจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ จี 500 แต่ได้รับการปรับแต่งอย่างเต็มพิกัดจาก AMG ทำให้พละกำลังพุ่งทะยานอย่างน่าเหลือเชื่อ จากแรงบิดสูงสุด 610 นิวตัน-เมตร เพิ่มขึ้นเป็น 850 นิวตัน-เมตร คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 39.3% ในขณะที่กำลังสูงสุดก็กระโดดจาก 422 แรงม้า เป็น 585 แรงม้า เพิ่มขึ้นถึง 38.7% ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือสัญญาณแห่งสมรรถนะที่เหนือกว่า
สมรรถนะที่เร้าใจ: เร็วขึ้น แรงขึ้น อย่างไร้ขีดจำกัด
ผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จากพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล คืออัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ลดลงจาก 5.9 วินาที เหลือเพียง 4.5 วินาที ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดดถึง 1.4 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ถูกจำกัดไว้ที่ 220 กม./ชม. (หรือ 240 กม./ชม. หากติดตั้ง DRIVER’S PACKAGE) ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ แม้ว่าตัวเลขการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยจะอยู่ที่ 13.2 ลิตร/100 กม. (หรือประมาณ 7.6 กม./ลิตร) และอัตราการปล่อย CO2 ที่ 299 กรัม/กม. ซึ่งอาจดูสูง แต่เมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้รับ ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับได้สำหรับ รถยนต์ SUV หรู ในระดับนี้
นวัตกรรมและการออกแบบที่สืบทอดและพัฒนา
นอกเหนือจาก G-Class เจเนอเรชั่นที่ 2 และ AMG G 63 แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงไม่หยุดยั้งในการนำเสนอ รถยนต์รุ่นใหม่ ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของตลาด ตัวอย่างเช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 220 ดี เอสเตท เอเอมจี ไดนามิค (Mercedes-Benz E 220 d Estate AMG Dynamic) ซึ่งเปิดตัวในประเทศไทย เป็นการผสมผสานความสง่างามของ E-Class Saloon เข้ากับความอเนกประสงค์ของ Estate Car ได้อย่างลงตัว การออกแบบภายนอกเน้นความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง AMG Bodystyling, ไฟหน้า MULTIBEAM LED อัจฉริยะ, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ, และระบบเปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้า ภายในตกแต่งด้วยเบาะหนัง Nappa, ระบบไฟ Ambient Lighting 64 สี, ระบบเครื่องเสียง Burmester® พร้อมลำโพง 13 ตัว, และกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
ขุมพลังของ E 220 d Estate AMG Dynamic คือเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 40.8 กก.-ม. ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ G-TRONIC อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.7 วินาที และความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม. พร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ Pre-Safe® System, ESP®, ABS, Adaptive Brake, เซ็นเซอร์ช่วยจอด, และระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ สำหรับผู้ที่ต้องการความนุ่มนวลเป็นพิเศษ สามารถเลือกติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบถุงลม Air Body Control ที่สามารถปรับการทำงานได้ 4 ระดับ ผ่านสวิตช์ Dynamic Select
เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส คูเป้: ความสง่างามเหนือกาลเวลา
นอกจากนี้ ตลาด รถยนต์คูเป้ ก็ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เตรียมเปิดตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส คูเป้ (Mercedes-Benz E-Class Coupe) รุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมดีไซน์ที่ผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราตามแบบฉบับเมอร์เซเดส-เบนซ์ยุคใหม่ พร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ 2.0 ลิตร 4 สูบ 241 แรงม้า ไปจนถึง V6 3.0 ลิตร Bi-Turbo 396 แรงม้า แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอ รถยนต์สปอร์ตหรู ที่ตอบสนองทุกความต้องการ
ยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริด: ก้าวสู่ยุคแห่งความยั่งยืน
เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเดินหน้าพัฒนายานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ดังจะเห็นได้จากการเปิดตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี 300 อี (Mercedes-Benz C 300 e) รุ่นประกอบในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ EQ ที่เน้นย้ำถึงภาพลักษณ์ผู้นำด้านยานยนต์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี 300 อี มาพร้อมการออกแบบที่ปราดเปรียวเร้าใจ โดยเฉพาะรุ่น AMG Dynamic ที่มาพร้อมกระจังหน้า Diamond Grille, กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ตแบบ AMG Bodystyling, ไฟหน้า MULTIBEAM LED ที่ทำงานอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นท้ายตัด, เบาะนั่งหนังแท้สปอร์ต, หน้าจอ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว, และหน้าจอมัลติมีเดีย MB Audio 20 ขนาด 10.25 นิ้ว ควบคุมง่ายด้วย Touchpad รองรับ Apple CarPlay™ และระบบนำทาง 3 มิติ
ขุมพลังของ C 300 e คือระบบปลั๊กอินไฮบริด EQ Power เจเนอเรชั่นที่ 3 ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร (211 แรงม้า) เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า (122 แรงม้า) ให้กำลังรวมสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดรวม 700 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์ 9G-Tronic อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 50 กิโลเมตร แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 13.5 kWh ใหม่ สามารถชาร์จเต็มได้ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาที ด้วย Wallbox ของเมอร์เซเดส-เบนซ์
ระบบความปลอดภัยใน C 300 e ได้รับการยกระดับให้เทียบเท่า Mercedes-Benz S-Class ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง อาทิ Distance Pilot DISTRONIC, Active Parking Assist, Surround View Camera, และระบบความปลอดภัยเชิงรุกอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 2,699,000 บาท สำหรับรุ่น Avantgarde และ 3,215,000 บาท สำหรับรุ่น AMG Dynamic
ข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปีจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ในส่วนของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการอย่าง เบนซ์สตาร์แฟลก (Benz Star Flag) ได้จัดแคมเปญพิเศษในช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมา อาทิ “SANTA BABY” มอบเลขทะเบียนสวยความหมายดี, ฟรีประกันภัยชั้น 1, และของขวัญสุดพิเศษอย่าง iPhone XS Max สำหรับผู้ที่จองและออกรถรุ่นที่ร่วมรายการภายในสิ้นปี 2561 นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่นที่ร่วมรายการ เช่น Mercedes-Benz E-Class E 350 e AMG Dynamic, Mercedes-Benz GLC 250 d AMG Dynamic, และ Mercedes-Benz GLC 250 d OFF-ROAD ที่มาพร้อมทางเลือกดาวน์ 0%
อนาคตของยานยนต์หรู: นวัตกรรมที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์หรู ด้วยการนำเสนอ รถยนต์รุ่นใหม่ ที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม สมรรถนะ ความหรูหรา และความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น G-Class เจเนอเรชั่นใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์ แต่ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านสมรรถนะ, AMG G 63 ที่มอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ, E-Class Estate ที่ผสมผสานความอเนกประสงค์เข้ากับความสง่างาม, E-Class Coupe ที่เติมเต็มความต้องการของตลาดรถสปอร์ต, หรือ C 300 e ที่เป็นอีกก้าวสำคัญของยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ทุกรุ่นล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ รถยนต์ที่ดีที่สุด เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือแบรนด์ที่ขับเคลื่อนอนาคตของยานยนต์อย่างแท้จริง
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์หรู ที่สะท้อนถึงความสำเร็จและบ่งบอกถึงรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ หรือกำลังมองหา รถยนต์สมรรถนะสูง ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น หรือสนใจในเทคโนโลยี รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสำรวจ รถยนต์รุ่นใหม่ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ คือก้าวแรกที่คุณไม่ควรพลาด มาสัมผัสประสบการณ์แห่งความสมบูรณ์แบบได้ที่โชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์ใกล้บ้านคุณ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณวันนี้