
ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์: การยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz สู่ยุคใหม่
ในโลกยานยนต์ระดับพรีเมียมที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกขณะ การก้าวสู่ความเป็นผู้นำไม่ได้อาศัยเพียงแค่ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมายาวนาน แต่ยังรวมถึงความสามารถในการปรับตัว นำเสนอประสบการณ์ที่เหนือระดับ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาเป็นทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย และการเข้ามาของ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง
รากฐานอันแข็งแกร่ง สู่การบุกตลาดรถยนต์หรู
เบื้องหลังความสำเร็จของ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ คือกลุ่มทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง (TOA Venture Holding หรือ TOAVH) ซึ่งมีประสบการณ์อันยาวนานในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ชั้นนำของประเทศ เช่น เข็มขัดนิรภัย พวงมาลัยรถยนต์ กระดาษทราย รวมถึงสีเคลือบกันสนิมและสีพ่นล้อแม็ก นอกจากนี้ TOAVH ยังเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์แบรนด์ Suzuki และ MG อย่างเป็นทางการ ความเข้าใจในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์อย่างลึกซึ้ง ประกอบกับวิสัยทัศน์ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม ทำให้การจับมือกับ Mercedes-Benz แบรนด์ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและคุณภาพระดับโลก กลายเป็นก้าวที่สำคัญและสมเหตุสมผล
การก่อตั้ง บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ด้วยทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพในการลงทุนที่จริงจัง
การลงทุนครั้งใหญ่: สู่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานระดับโลก
หัวใจสำคัญของการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในกลุ่มรถยนต์หรู คือการมอบประสบการณ์ที่ครบวงจร ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 1,100 ล้านบาท ในการก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการที่ทันสมัย ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ บนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ประดิษฐ์มนูธรรม) ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพสูงใจกลางกรุงเทพฯ
ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้คือ การได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 15 โชว์รูมต้นแบบ “มิติใหม่” ของผู้จำหน่าย Mercedes-Benz ทั่วโลก ภายใต้โครงการ “Choices of Overseas” ของประเทศเยอรมนี สะท้อนถึงการยึดมั่นในมาตรฐานระดับสากลของแบรนด์
กลยุทธ์สู่ความพึงพอใจสูงสุด: 3 เสาหลักของ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์
คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ได้เน้นย้ำถึง 3 กลยุทธ์หลักที่จะสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า:
บริการครบวงจร (One-Stop Service): ตั้งแต่การเลือกชมรถ การทดลองขับ การตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าในที่เดียว
บุคลากรมืออาชีพ (Professional Team): การคัดสรรทีมงานที่มีความรู้ความชำนาญ ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับพรีเมียม และที่สำคัญคือ “ใจรักบริการ” (Passion for Service) คือหัวใจสำคัญที่จะสร้างความประทับใจ
การบริหารงานที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric Management): ทุกการตัดสินใจและกระบวนการทำงานของ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าเป็นสำคัญ
นิยามใหม่ของสถาปัตยกรรมยานยนต์: TOPOGRAPHY & SKY
คุณจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ได้เปิดเผยถึงแนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมของโชว์รูมแห่งนี้ว่า “TOPOGRAPHY & SKY” ซึ่งเป็นการผสมผสานความงามของภูมิประเทศและท้องฟ้า ถ่ายทอดออกมาผ่านเส้นสายที่โค้งมน ดุจเส้นขอบฟ้าที่แบ่งแยกผืนดินสีดำและท้องฟ้าสีขาว การออกแบบภายในเน้นความลื่นไหลเชื่อมโยงพื้นที่ภายนอกและภายใน ใช้วัสดุสีดำเป็นหลัก ตกแต่งด้วยโคมไฟระยิบระยับบนฝ้าเพดานเปรียบดั่งดวงดาวนับล้านบนฟากฟ้า ยามค่ำคืน
อาคารแบ่งออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน:
อาคารด้านหน้า: โชว์รูม (4 ชั้น)
ชั้นล่าง: พื้นที่จัดแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG รุ่นล่าสุด พร้อม Media Wall ขนาดใหญ่ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกของแต่ละรุ่นอย่างครบถ้วน มีห้องส่งมอบรถใหม่ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องส่วนตัวได้ถึง 2 ห้อง และพื้นที่ปรึกษาการขายและการบริการที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเปิดโล่งและห้องส่วนตัว
ชั้น 2: แบ่งเป็นโซนจัดแสดง Mercedes-AMG โดยเฉพาะ, พื้นที่รับรองลูกค้าสุดพิเศษที่เสิร์ฟเครื่องดื่มและของว่างระดับพรีเมียมจาก DEAN & DELUCA, ห้องเกม Simulator ที่สร้างความตื่นเต้น และมุมพักผ่อนที่มอบความสะดวกสบายสูงสุด ปิดท้ายด้วย Exclusive Lounge สำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเลือกชมรถยนต์
ชั้น 3 และ 4: พื้นที่จัดเก็บรถยนต์ในสต็อก และสำนักงานใหญ่ของ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ รวมถึงพื้นที่รองรับการขยายธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วในอนาคต
อาคารด้านหลัง: ศูนย์บริการหลังการขาย (5 ชั้น)
ศูนย์ซ่อมบำรุง: รองรับงานซ่อมบำรุงทั่วไปด้วยช่องซ่อมมาตรฐานถึง 40 ช่อง พร้อมช่อง Express Service สำหรับความเร่งด่วน
ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง: มาตรฐานระดับสูง ใช้ห้องอบสีระบบแขนกลอินฟราเรด เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพงานซ่อมสีให้สมบูรณ์แบบ
บุคลากรคุณภาพ: ทีมช่างเทคนิคที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง Mercedes-Benz พร้อมวิศวกรยานยนต์ผู้มากฝีมือ
เป้าหมายและความเชื่อมั่น: สู่การเป็นผู้นำตลาด
ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ตั้งเป้าหมายยอดขายในปีแรกไว้ที่ประมาณ 600 คัน และคาดการณ์ว่าจะมีลูกค้าเข้ารับบริการหลังการขายกว่า 10,000 คันต่อปี ความเชื่อมั่นนี้มาจากนโยบายที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การทำตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย การมีทำเลที่ตั้งที่โดดเด่น และที่สำคัญคือ คุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ของตลาด
เจาะลึก Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic: พลังแห่งปลั๊ก-อินไฮบริดที่สมบูรณ์แบบ
เมื่อพูดถึง Mercedes-Benz E-Class รหัสตัวถัง W213 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 และมียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 1.2 ล้านคัน โฉมเฟซลิฟต์ที่นำเสนอในประเทศไทย มาพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ตัวท็อปในราคา 3.77 ล้านบาท ที่ผสานเทคโนโลยีปลั๊ก-อินไฮบริด เจเนอเรชันที่ 3 เข้ากับดีไซน์สปอร์ตหรู
ดีไซน์ภายนอกและภายใน: ความสปอร์ตที่ลงตัว
E 300 e AMG Dynamic มาพร้อมชุดแต่ง AMG รอบคัน ล้ออัลลอย 19 นิ้ว หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ภายในยังคงเอกลักษณ์ความหรูหราแต่เพิ่มเติมความทันสมัย ด้วยหน้าจอ MBUX แบบยาวผสานระหว่างหน้าจอแสดงข้อมูลหลังพวงมาลัยและหน้าจอสัมผัสตรงกลาง ระบบเสียง Burmester 13 ลำโพง กล้อง 360 องศา และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ
เทคโนโลยีและความปลอดภัย: มาตรฐานที่เหนือกว่า
ระบบไฟ MULTIBEAM LED ปรับลำแสงอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาผู้ร่วมทาง เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าประทับใจ แม้ว่าในรุ่นเฟซลิฟต์นี้จะมีการตัดระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) ออกไป เนื่องจากปัญหาข้อจำกัดของเซ็นเซอร์เรดาร์กับป้ายทะเบียนสั้นในบางประเทศ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น Blind Spot Assist, Active Brake Assist, และ PRE-SAFE
ประสิทธิภาพปลั๊ก-อินไฮบริด: ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าอย่างแท้จริง
หัวใจสำคัญของ E 300 e AMG Dynamic คือระบบปลั๊ก-อินไฮบริดที่ได้รับการอัพเกรด ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 13.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำให้สามารถวิ่งด้วยโหมด EV ได้ระยะทางสูงสุดตามเคลม 50 กิโลเมตร จากการทดสอบจริง พบว่ารถสามารถวิ่งในโหมด EV ได้ถึง 40 กิโลเมตร โดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในเมืองเป็นส่วนใหญ่ การทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที
การปรับปรุงซอฟต์แวร์และการทำงานของเกียร์ 9 สปีด ให้สอดคล้องกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวลต่อเนื่อง ประสานงานกันอย่างลงตัว ไม่ต่างจากการขับรถซีดานขับหลังชั้นดี
Mercedes-Benz S-Class: นิยามใหม่แห่งความหรูหราและความเป็นเลิศ
เมื่อพูดถึงที่สุดแห่งความหรูหราและความเป็นเลิศในวงการยานยนต์ “Mercedes-Benz S-Class” คือชื่อที่ทุกคนนึกถึง การเปิดตัวเวอร์ชันประกอบในประเทศไทยของ S-Class ทั้งรุ่น The S 350 d Exclusive และ The S 350 d AMG Premium ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงยนตรกรรมระดับผู้นำนี้ได้ง่ายขึ้น
ดีไซน์ภายนอก: สง่างามเหนือกาลเวลา
S-Class รุ่นใหม่มาพร้อมกระจังหน้าแบบ 3 ก้านอันสง่างาม ไฟหน้า MULTIBEAM LED พร้อมเทคโนโลยี ULTRA RANGE ส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร และไฟท้าย LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก การออกแบบภายนอกสะท้อนถึงความภูมิฐานและความทันสมัย
ภายใน: สุนทรียภาพแห่งการเดินทาง
ห้องโดยสารของ S-Class คือนิยามใหม่ของความสะดวกสบายและหรูหรา ด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เช่น ไฟ Ambient Light, ระบบปรับอากาศ, ระบบเครื่องเสียง, และโปรแกรมนวดเบาะ 6 แบบ เพื่อมอบประสบการณ์การผ่อนคลายสูงสุดตลอดการเดินทาง วัสดุตกแต่งภายในล้วนคัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม พร้อม Chauffeur Seat Package ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารด้านหลัง
เทคโนโลยีและความปลอดภัย: ล้ำสมัยไร้ขีดจำกัด
S-Class มาพร้อมระบบ MBUX รุ่นล่าสุด, ระบบนำทาง, Apple CarPlay™ & Android Auto, ระบบชาร์จไร้สาย, ระบบเสียง Burmester® surround sound system และระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่เทียบเท่าเวอร์ชันนำเข้า อาทิ PRE-SAFE® PLUS, PRE-SAFE® Impulse, Active Emergency Stop Assist, Evasive Steering Assist, Active Distance Assist DISTRONIC, Active Blind Spot Assist, Active Lane Keeping Assist, Active Brake Assist, และระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ
ขุมพลัง: สมรรถนะที่น่าประทับใจ
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 6 สูบแถวเรียง OM656 ขนาด 2.9 ลิตร ให้กำลัง 286 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic พร้อมระบบ AIRMATIC (ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม) ที่ปรับระดับความสูงของตัวรถได้ตามสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ มอบทั้งความนุ่มนวลและการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม
อนาคตของ Mercedes-Benz ในประเทศไทย
การลงทุนของ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ระดับพรีเมียมที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย การก้าวสู่ยุคใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานระดับโลก ผสานกับผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและสมรรถนะ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจและความไว้วางใจในระยะยาว
สำหรับผู้ที่กำลังมองหายนตรกรรมที่เหนือระดับ สะท้อนถึงความสำเร็จ และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ พร้อมเป็นจุดหมายปลายทางของคุณ.
ค้นพบประสบการณ์การขับขี่ Mercedes-Benz ที่ดีที่สุด today. เยี่ยมชมโชว์รูมไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ หรือติดต่อเราเพื่อทำการทดลองขับ และสัมผัสความเหนือระดับด้วยตัวคุณเอง.