
ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์: ยกระดับประสบการณ์การครอบครอง Mercedes-Benz สู่ยุคใหม่
ในวงการยานยนต์ระดับพรีเมียมของประเทศไทย การก้าวขึ้นมาของผู้เล่นรายใหม่มักถูกจับตามองด้วยความสนใจยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเบื้องหลังที่แข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” (Primus Autohaus Co., Ltd.) ภายใต้กลุ่มทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง (TOA Venture Holding หรือ TOAVH) คือหนึ่งในนั้น ที่ได้เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในฐานะผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ ด้วยประสบการณ์อันยาวนานของ TOAVH ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญ เช่น เข็มขัดนิรภัย พวงมาลัย หรือสีเคลือบกันสนิม แต่ยังรวมถึงการเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์อื่น ๆ มาก่อน การก้าวเข้ามาสู่ตลาดรถยนต์หรูระดับโลกอย่าง Mercedes-Benz จึงเป็นการต่อยอดที่สมเหตุสมผลและน่าจับตา
การลงทุนครั้งใหญ่เพื่อประสบการณ์สุดพิเศษ: โชว์รูมและศูนย์บริการระดับโลก
การตัดสินใจของ TOAVH ในการขยายการลงทุนสู่ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของตลาด และความมุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า การร่วมมือกับ Mercedes-Benz แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ นวัตกรรม และความหรูหรา ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความทะเยอทะยาน ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ด้วยทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ
หัวใจสำคัญของการเปิดประสบการณ์ใหม่นี้ คือการลงทุนมหาศาลถึง 1,100 ล้านบาท ในการก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ บริเวณถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ประดิษฐ์มนูธรรม) ทำเลศักยภาพสูงใจกลางเมืองหลวงแห่งนี้ ไม่เพียงเป็นจุดที่เข้าถึงได้ง่าย แต่ยังตั้งอยู่ในย่านธุรกิจและความเจริญ สะท้อนถึงการเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง
สิ่งที่ทำให้ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ โดดเด่นกว่าใคร คือการได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 15 โชว์รูมต้นแบบ “มิติใหม่” ของผู้จำหน่าย Mercedes-Benz ทั่วโลก ภายใต้โครงการ “Choices of Overseas” จากประเทศเยอรมนี การออกแบบจึงไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ต้องสะท้อนถึง DNA และปรัชญาของแบรนด์ในระดับสูงสุด
ปรัชญาการออกแบบ “TOPOGRAPHY & SKY”: สุนทรียะแห่งการเดินทาง
นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการของ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ได้อธิบายถึงแนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมไว้อย่างน่าสนใจว่า “TOPOGRAPHY & SKY” ซึ่งเป็นการผสานความงดงามของภูมิประเทศและท้องฟ้าเข้าด้วยกัน การออกแบบนี้สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของยานยนต์ที่เปี่ยมด้วยดีไซน์อันล้ำสมัยและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ
เส้นสายโค้งมนดุจเส้นขอบฟ้า แบ่งแยกตัวอาคารออกเป็นสองส่วน โดยใช้เส้นสีดำสื่อถึงผืนดิน และเส้นสีขาวแทนผืนฟ้า สร้างมิติและความน่าสนใจให้กับอาคารอย่างมีเอกลักษณ์ ภายในอาคาร การใช้เส้นสายที่ลื่นไหลเชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอกอย่างกลมกลืน วัสดุสีดำที่ใช้เป็นหลัก ตัดกับแสงไฟระยิบระยับบนเพดาน เปรียบเสมือนดวงดาวนับล้านดวงบนท้องฟ้ายามค่ำคืน มอบบรรยากาศหรูหรา สง่างาม และชวนค้นหา
โครงสร้างที่ตอบโจทย์ทุกมิติ: ขาย บริการ และประสบการณ์เหนือระดับ
โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้ประกอบด้วยอาคาร 2 หลัง เพื่อแยกส่วนการขายและการบริการหลังการขายได้อย่างชัดเจน
อาคารด้านหน้า: โชว์รูมแห่งอนาคต
อาคารโชว์รูมสูง 4 ชั้น ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าทุกการคาดหมาย:
ชั้นล่าง: เป็นหัวใจของการจัดแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz รุ่นล่าสุด พร้อมพื้นที่ต้อนรับลูกค้าที่สะดวกสบาย และ Media Wall ขนาดใหญ่ ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรถยนต์แต่ละรุ่นได้อย่างครบถ้วนและชัดเจน นอกจากนี้ยังมีห้องส่งมอบรถใหม่ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันถึง 2 ห้อง สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องเดียวเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด และพื้นที่สำหรับการปรึกษาด้านการขายและการบริการ ที่มีทั้งแบบเปิดโล่งและห้องส่วนตัว เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า
ชั้น 2: ยกระดับประสบการณ์ด้วยการแบ่งพื้นที่อย่างชาญฉลาด
ส่วนจัดแสดง Mercedes-AMG: โดดเด่นด้วยการจัดแสดงรถยนต์สมรรถนะสูงที่ได้รับความนิยม
ส่วนรับรองลูกค้า: พื้นที่กว้างขวาง พร้อมบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มสุดพิเศษจาก DEAN & DELUCA เพิ่มเติมด้วยห้องเกม Simulator และมุมพักผ่อนที่มอบความสบายสูงสุด
Exclusive Lounge: พื้นที่ส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุดในการพิจารณารถยนต์รุ่นที่สนใจ
ชั้น 3 และ 4: เป็นพื้นที่สำหรับจัดเก็บรถยนต์ในสต็อก และเป็นสำนักงานใหญ่ของ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ พร้อมรองรับการขยายธุรกิจด้านรถยนต์ใช้แล้วในอนาคต
อาคารด้านหลัง: ศูนย์บริการหลังการขายครบวงจร
อาคาร 5 ชั้นแห่งนี้ คือศูนย์รวมแห่งเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษารถยนต์ Mercedes-Benz:
ศูนย์ซ่อมบำรุงทั่วไป: รองรับด้วยช่องซ่อมกว่า 40 ช่อง พร้อมช่อง Express Service สำหรับลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็ว
ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถัง: มาตรฐานสูงสุดด้วยห้องอบสีระบบแขนกลอินฟราเรด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพงานซ่อมสีให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ: หัวใจสำคัญของศูนย์บริการ คือทีมช่างที่มีประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะทางในรถยนต์ Mercedes-Benz รวมถึงช่างเทคนิควิเคราะห์ที่เป็นวิศวกรยานยนต์ ผู้มีความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยียานยนต์อย่างลึกซึ้ง ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทุกการซ่อมบำรุงจะเปี่ยมด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ: ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า
ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ขับเคลื่อนด้วย 3 กลยุทธ์หลัก เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ:
บริการครบวงจร: ครอบคลุมทุกมิติของการครอบครองรถยนต์ ตั้งแต่การเลือกซื้อไปจนถึงการบำรุงรักษา
บุคลากรมืออาชีพ: ทีมงานที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ ความชำนาญ และใจรักบริการ พร้อมให้คำแนะนำและดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด
เน้นความพึงพอใจสูงสุด: ทุกกระบวนการทำงานมุ่งเน้นการสร้างความสุขและความพึงพอใจให้กับลูกค้าเป็นอันดับแรก
ยอดขายและบริการที่คาดหวัง: ก้าวแรกสู่ความเป็นผู้นำ
ด้วยการวางแผนที่รัดกุมและการดำเนินงานที่เป็นระบบ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ คาดการณ์ยอดขายในปีแรกประมาณ 600 คัน และคาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการหลังการขายกว่า 10,000 คันต่อปี ปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จ ได้แก่ นโยบายที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การจัดกิจกรรมการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำเลที่ตั้งที่ได้เปรียบ และที่สำคัญที่สุดคือ คุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของตลาด
เจาะลึก Mercedes-Benz E-Class Facelift: ความลงตัวของสมรรถนะและนวัตกรรม
เมื่อกล่าวถึง Mercedes-Benz E-Class ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงความสำเร็จอันยาวนานของรถยนต์ตระกูลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Mercedes-Benz E-Class รหัสตัวถัง W213 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมทั่วโลก ด้วยการออกแบบที่สะท้อนความหรูหราและความสง่างามตามแบบฉบับของ Mercedes-Benz
รุ่น Facelift ที่เปิดตัวในประเทศไทย มาพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ที่น่าสนใจถึง 3 รุ่นย่อย:
Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde: ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ที่ให้ความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ที่มอบสมรรถนะและความประหยัด
Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic: รุ่นท็อปของตระกูล Plug-in Hybrid ที่มาพร้อมออปชันจัดเต็ม
Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic: นิยามใหม่ของความสปอร์ตหรู
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสปอร์ตและเทคโนโลยีล้ำสมัย Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ด้วยราคา 3.77 ล้านบาท คุณจะได้รับชุดแต่ง AMG รอบคัน ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ที่เพิ่มความหรูหราและความโปร่งสบายภายในห้องโดยสาร
เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบาย:
ระบบไฟ MULTIBEAM LED: ปรับลำแสงอัตโนมัติ ให้ความสว่างสูงสุดโดยไม่รบกวนรถคันอื่น
ภายในที่หรูหรา: เบาะนั่งและพวงมาลัยหุ้มหนัง หน้าจอกลางและจอแสดงผลหลังพวงมาลัยดีไซน์ต่อเนื่อง
ระบบเสียง Burmester: มอบประสบการณ์เสียงระดับออดิโอไฟล์
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ: เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการขับขี่
นวัตกรรม Plug-in Hybrid เจเนอเรชันที่ 3:
E 300 e AMG Dynamic มาพร้อมกับระบบ Plug-in Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 13.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งด้วยโหมด EV ได้ระยะทางสูงสุดถึง 50 กิโลเมตร ซึ่งจากการทดสอบจริง พบว่าสามารถทำระยะทางได้ถึง 40 กิโลเมตรในการขับขี่จริง การพัฒนาสมองกลและระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ช่วยให้การทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ามีความราบรื่นและต่อเนื่อง มอบอัตราเร่งที่น่าประทับใจ
สมรรถนะที่เร้าใจ:
ด้วยพละกำลังรวมจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า 320 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.7 วินาที ผสานกับการทรงตัวที่หนึบแน่น นุ่มนวล และการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารที่เป็นเลิศ ทำให้การขับขี่ Mercedes-Benz E-Class นั้น มอบทั้งความสนุกและความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง
Mercedes-Benz S-Class: ความเหนือระดับแห่งยนตรกรรม
สำหรับผู้ที่ต้องการที่สุดแห่งความหรูหราและความสะดวกสบาย Mercedes-Benz S-Class คือคำตอบที่ไม่มีข้อกังขา การเปิดตัวเวอร์ชันประกอบในประเทศไทยทั้ง 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The S 350 d Exclusive และ The S 350 d AMG Premium ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าที่มองหารถยนต์ระดับผู้บริหาร
ดีไซน์หรูหราทันสมัย:
ภายนอก: กระจังหน้า 3 ก้าน สง่างาม ไฟหน้า MULTIBEAM LED พร้อมเทคโนโลยี ULTRA RANGE ไฟท้าย LED ดีไซน์ล้ำสมัย
ภายใน: นิยามใหม่ของความสะดวกสบายด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่ผสานการทำงานของระบบต่างๆ เช่น ระบบไฟ Ambient Light, ระบบปรับอากาศ, ระบบเครื่องเสียง, และโปรแกรมการนวดเบาะ 6 รูปแบบ เพื่อมอบการผ่อนคลายสูงสุด
เทคโนโลยีและความปลอดภัยระดับโลก:
S-Class มาพร้อมเทคโนโลยีและความปลอดภัยสูงสุด เทียบเท่ากับเวอร์ชันนำเข้า อาทิ
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® PLUS: แจ้งเตือนและเตรียมพร้อมรับมืออุบัติเหตุ
PRE-SAFE® Impulse: ระบบถุงลมนิรภัยที่ช่วยปกป้องผู้โดยสารจากการชนด้านข้าง
Active Emergency Stop Assist: ระบบช่วยหยุดรถฉุกเฉินสำหรับกรณีผู้ขับขี่หมดสติ
Evasive Steering Assist: ระบบช่วยหลบหลีกการชนจากด้านหน้า
Active Distance Assist DISTRONIC: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมรักษาระยะห่าง
Active Blind Spot Assist: ระบบเตือนและช่วยป้องกันการชนเมื่อเปลี่ยนเลน
Active Lane Keeping Assist: ระบบช่วยรักษาเลน
Active Brake Assist และฟังก์ชัน Cross-Traffic: ระบบช่วยเบรกและตรวจจับยานพาหนะในทางแยก
ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ: พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
เครื่องยนต์และสมรรถนะ:
The S 350 d ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ 6 สูบ รหัส OM656 ขนาด 2.9 ลิตร ให้กำลัง 286 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 6 วินาที ระบบช่วงล่างถุงลม AIRMATIC พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยมอบการขับขี่ที่นุ่มนวลและยึดเกาะถนนได้ดีในทุกสภาวะ
สรุป:
ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงนิยามของการซื้อและครอบครองรถยนต์ Mercedes-Benz ในประเทศไทย ด้วยการลงทุนที่เหนือระดับ การออกแบบที่สะท้อนความหรูหรา และบริการที่มุ่งเน้นความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหารถยนต์ Mercedes-Benz รุ่นใด ตั้งแต่ E-Class ที่มอบความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความหรูหรา หรือ S-Class ที่เป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมแห่งความสบาย ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ พร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับคุณ
เชิญสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ Mercedes-Benz ที่เหนือกว่า ณ โชว์รูมและศูนย์บริการ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ วันนี้ เพื่อค้นพบความลงตัวของยนตรกรรมที่คุณใฝ่ฝัน.