
StarFest 2021: ส่องกลยุทธ์ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ปรับทัพ สู้ศึกตลาดพรีเมียม ท่ามกลางความท้าทายยุค New Normal
ในยุคที่โลกธุรกิจต้องปรับตัวอย่างฉับไว การรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอย่างโควิด-19 ไม่ใช่เพียงแค่การประคับประคอง แต่คือการมองหาโอกาสและก้าวต่อไปอย่างมั่นคง “เมอร์เซเดส-เบนซ์” แบรนด์รถยนต์หรูชั้นนำระดับโลก ได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมผ่านกลยุทธ์การตลาดที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิจกรรม “StarFest” ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขาย และการนำเสนอ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ S 560 e” ซึ่งเป็นตัวอย่างของการพัฒนายานยนต์พลังงานทางเลือกที่ตอบโจทย์อนาคต
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์กว่าทศวรรษ ผมมองว่ากลยุทธ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในช่วงเวลาเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างลึกซึ้ง แม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคจะส่งผลต่อการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน แต่ความต้องการยนตรกรรมระดับพรีเมียมที่มาพร้อมกับสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ยังคงมีอยู่เสมอ เพียงแต่ช่องทางการเข้าถึงและความคาดหวังของผู้บริโภคได้ปรับเปลี่ยนไป
StarFest 2021: กลยุทธ์ปรับสมรภูมิ สู่ความคุ้มค่าที่แท้จริง
กิจกรรม StarFest เป็นหนึ่งในแคมเปญสำคัญที่เมอร์เซเดส-เบนซ์จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขาย โดยปกติแล้ว กิจกรรมนี้จะครอบคลุมทั้งการจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงง่าย เช่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมในโชว์รูมของตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสัมผัสและรับข้อเสนอพิเศษได้อย่างใกล้ชิด
สำหรับปี 2021 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเน้นการจัดกิจกรรม “StarFest 2021: Season of the ultimate offers” เฉพาะภายในโชว์รูมของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น แม้ว่าการจัดกิจกรรมในพื้นที่ส่วนกลางจะทำไม่ได้ แต่สิ่งที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เชื่อมั่น คือ ผู้ที่เดินทางมายังโชว์รูมในช่วงเวลานี้ มีแนวโน้มที่จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความตั้งใจซื้อสูง หรือที่เรียกว่า “ซื้อจริง”
“ผมมองว่า การลดลงของจำนวนผู้เข้าชมโชว์รูมในช่วงที่ผ่านมา อาจมีปัจจัยมาจากอิทธิพลของโลกดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น หรือความกังวลของผู้คนในการหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด แต่ในมุมกลับกัน สิ่งนี้กลับทำให้ผู้ที่ตัดสินใจเข้ามาที่โชว์รูม มีความตั้งใจและความพร้อมในการตัดสินใจซื้อมากกว่าเดิม” ผมกล่าวเสริม
แคมเปญ StarFest 2021 ซึ่งจัดต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ ได้เตรียมข้อเสนอพิเศษที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี โดยมีไฮไลท์สำคัญดังนี้:
โปรแกรมบำรุงรักษา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง: สำหรับรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ เช่น C-Class, C Coupe, E-Class, GLC, GLC Coupe, V-Class รวมถึง Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe และ Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ ลูกค้าจะได้รับ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส” หรือโปรแกรมการบำรุงรักษารถยนต์ตามข้อกำหนด MBSP Compact เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ถือเป็นข้อเสนอที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษายานยนต์พรีเมียมได้อย่างดีเยี่ยม
ส่วนลดสินค้าไลฟ์สไตล์และอุปกรณ์ตกแต่ง: เมื่อซื้อ Mercedes-Benz Collection, กล้องติดรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ ลูกค้าจะได้รับส่วนลดมูลค่า 10,000 บาท สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น ทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์การเป็นเจ้าของ
ข้อเสนอพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง: สำหรับผู้ที่เลือกใช้บริการทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง โดยเฉพาะรุ่น C-Class, C Coupe, E-Class, GLC, GLC Coupe เมื่อทำสัญญา “มายสตาร์” (mySTAR) หรือสัญญาเช่าทางการเงิน จะได้รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นานถึง 2 ปี ข้อเสนอนี้ช่วยเพิ่มความอุ่นใจและประหยัดค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองรถยนต์ได้อย่างมาก
Mercedes-Benz S 560 e: นิยามใหม่ของยนตรกรรม Plug-in Hybrid ระดับพรีเมียม
นอกเหนือจากแคมเปญ StarFest แล้ว การเปิดตัว “Mercedes-Benz S 560 e” ซึ่งเป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 3 ภายใต้แบรนด์ EQ ในงาน Bangkok International Motor Show 2019 (แม้จะเป็นข้อมูลย้อนหลัง แต่แสดงถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของแบรนด์) ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการพัฒนายานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต
“S 560 e เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานระหว่างความหรูหราสมรรถนะสูง และการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นทิศทางที่ตลาดรถยนต์พรีเมียมกำลังมุ่งไป” ผมเน้นย้ำ
รถยนต์รุ่นนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร Twin-turbocharging ที่ให้กำลัง 367 แรงม้า ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 122 แรงม้า สร้างกำลังรวมสูงสุดถึง 476 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะใหม่ พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนชนิดใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บประจุไฟฟ้า ส่งผลให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำกว่า 50 กรัมต่อกิโลกรัม
การออกแบบภายนอกของ S 560 e โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ 3 ก้าน ไฟหน้า MULTIBEAM LED พร้อมฟังก์ชัน ULTRA RANGE Highbeam ที่ส่องสว่างไกลกว่า 650 เมตรโดยอัตโนมัติ เสริมด้วยชุดแต่ง AMG รอบคัน และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว
ภายในห้องโดยสาร มอบประสบการณ์สุดพิเศษด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่ผสานการทำงานของระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศ ระบบฉีดน้ำหอม ระบบฟอกอากาศ ไฟ Ambient Light เสียงดนตรี รวมถึงฟังก์ชันนวดและระบายอากาศของเบาะนั่ง เพื่อมอบความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง เบาะนั่งหุ้มหนัง Exclusive Nappa ที่สามารถปรับเอนนอนได้ถึง 43.5 องศา พร้อมที่รองขาสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ระบบ Head-up display ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย พร้อมรองรับ Apple CarPlay™ และ Android Auto
การขยายไลน์อัพเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ:
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ได้หยุดเพียง S 560 e แต่ยังได้นำเสนอรถยนต์รุ่นอื่นๆ อีกมากมายที่จัดแสดงเป็นโซนต่างๆ อย่างชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury Sedan & Dream Car, SUV, แบรนด์เทคโนโลยี EQ, ไปจนถึงแบรนด์สมรรถนะสูงอย่าง Mercedes-AMG และแบรนด์อัลตร้าลักชัวรีอย่าง Mercedes-Maybach เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นความแตกต่างและจุดเด่นของแต่ละเซ็กเมนต์
เมื่อปี 2562 (ตามข้อมูลในบทความต้นฉบับ) เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำเสนอรถยนต์กว่า 29 คัน ในหลากหลายเซ็กเมนต์ เช่น CLA 200, CLS 300 d AMG Premium, GLC 250 d 4MATIC, Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé และ Mercedes-Maybach S 560 พร้อมข้อเสนอพิเศษต่างๆ เช่น iPhone XS Max สำหรับลูกค้าที่รับรถ 10 รุ่นที่ร่วมรายการ และข้อเสนอทางการเงินพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง เช่น อัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับสัญญาเช่าซื้อระยะเวลา 48 เดือน สำหรับรุ่น GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD, GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic, E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive, E 350 e AMG Dynamic พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection เป็นเวลา 1 ปี และแพ็คเกจ MBSP Excellent นาน 4 ปี
S-Class Coupé และ Cabriolet: ยกระดับนิยามแห่งความหรูหราและสมรรถนะ
การเปิดตัว Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Mercedes-Benz S-Class Cabriolet ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์สปอร์ตหรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium ในราคา 15.99 ล้านบาท และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium ราคา 16.72 ล้านบาท
“รถยนต์ตระกูล S-Class คือหัวใจสำคัญของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์มายาวนานกว่า 4 ล้านคันทั่วโลก และการเปิดตัวรุ่น Coupé และ Cabriolet นี้ คือการสืบสานเจตนารมณ์ในการมอบ ‘สิ่งที่ดีที่สุด’ พร้อมสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection)” ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กล่าว
ดีไซน์ภายนอกของทั้งสองรุ่น งดงามสง่าเหนือกาลเวลา ด้วยไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System ประดับด้วยคริสตัล Swarovski และไฟท้ายแบบ OLED ที่มอบแสงสว่างที่แม่นยำและสวยงาม กระจังหน้า Diamond Grille และชุดแต่ง AMG รอบคัน สะท้อนถึงความเป็นสปอร์ตพรีเมียมอย่างแท้จริง
ภายในห้องโดยสาร ยังคงความหรูหราสะดวกสบายเช่นเดียวกับ Mercedes-Maybach S 560 ด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control และการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa แบบ Exclusive package ดีไซน์ลาย Diamond พร้อมหน้าจอกว้าง Widescreen Cockpit และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต
เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เทคโนโลยีที่ติดตั้งใน S 560 Coupé และ Cabriolet สะท้อนถึงความก้าวหน้านี้ได้อย่างชัดเจน:
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยขั้นสูง: ตั้งแต่ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® PLUS, PRE-SAFE® Impulse Side, Active Emergency Stop Assist, Evasive Steering Assist, Active Distance Assist DISTRONIC, Active Blind Spot Assist, Active Lane Keeping Assist, Active Braking Assist และฟังก์ชัน Cross-Traffic ตลอดจนระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และมอบความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่
ระบบ Night View Assist Plus: ช่วยให้มองเห็นคนเดินถนนหรือสัตว์ขนาดใหญ่ในที่มืดด้วยการใช้แสงอินฟราเรดและกล้องระยะใกล้-ไกล
ระบบ MAGIC VISION CONTROL: ระบบปัดน้ำฝนอัจฉริยะที่ฉีดน้ำไปยังใบปัดโดยตรง เพื่อให้ทัศนวิสัยการขับขี่ไม่ถูกบดบัง
ระบบ Head-up Display: แสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญบนกระจกบังลมหน้า
ระบบ COMAND Online, Apple CarPlay™ & Android Auto, Wireless Charging: รองรับการเชื่อมต่อและความบันเทิงอย่างครบครัน
ระบบเสียง Burmester® high end 3D surround sound system: มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพระดับคอนเสิร์ตในห้องโดยสาร
ศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งและทิศทางสู่อนาคต
ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงความสำเร็จของแบรนด์ว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม ด้วยจำนวนยอดขายทั่วโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และในประเทศไทยเองก็เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ที่มียอดขายเติบโตถึง 250%”
“ปัจจัยสำคัญคือการเดินหน้ารุกตลาดกลุ่มรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในรถยนต์ภายใต้แบรนด์ EQ ซึ่งสะท้อนจากการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งที่ 6 ของโลกในประเทศไทย”
“เมอร์เซเดส-เบนซ์ S 560 Coupé AMG Premium และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความหรูหรา โฉบเฉี่ยว และทรงพลัง โดยยังคงไว้ซึ่งความเป็น ‘ที่สุด’ ของวิศวกรรมยานยนต์”
สรุป
แม้ว่าสถานการณ์โลกจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและวางกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ผ่านกิจกรรม StarFest 2021 และการนำเสนอยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี ความหรูหรา และความยั่งยืน การที่แบรนด์สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมได้ สะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตลาดและความมุ่งมั่นในการมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้แก่ลูกค้าอย่างแท้จริง
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่มองหายยนตรกรรมที่สะท้อนถึงรสนิยม ความสำเร็จ และความใส่ใจในรายละเอียดอันประณีต การสำรวจข้อเสนอและรุ่นรถยนต์ล่าสุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ณ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ คือก้าวต่อไปที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ เพื่อค้นพบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าคำว่า “ยานยนต์”