
เมอร์เซเดส-เบนซ์ StarFest 2021: กลยุทธ์การปรับตัวสู่ยุคใหม่ ควบคู่กับข้อเสนอสุดพิเศษ
ในโลกที่ความไม่แน่นอนคือสิ่งคงที่ โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญต่อทุกภาคส่วน ธุรกิจยานยนต์ระดับพรีเมียมอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็เช่นกัน ยังคงเดินหน้าปรับกลยุทธ์เพื่อก้าวผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปพร้อมกับการมอบประสบการณ์อันเหนือระดับให้กับลูกค้า การจัดกิจกรรม StarFest ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายของเมอร์เซเดส-เบนซ์ มาอย่างต่อเนื่อง จึงยังคงมีความสำคัญในปีนี้ แม้รูปแบบการจัดงานจะมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ก็ตาม
StarFest 2021: ความมุ่งมั่นในยุค New Normal
โดยปกติแล้ว StarFest มักจะถูกจัดขึ้นในพื้นที่ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง เช่น ศูนย์การค้าชั้นนำ หรือในโชว์รูมของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ภายใต้แคมเปญเดียวกัน เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตาม สำหรับปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ตัดสินใจปรับรูปแบบการจัดงาน StarFest โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมภายในโชว์รูมของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศเท่านั้น แม้ว่าสถิติที่ผ่านมาจะชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการลดลงของการเข้าชมโชว์รูมของผู้บริโภค ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว หรือความกังวลในการพบปะผู้คนจำนวนมาก
แต่สิ่งที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตระหนักและให้ความสำคัญ คือ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่บ่งชี้ว่า ผู้ที่เดินทางมายังโชว์รูมในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนใหญ่คือกลุ่มลูกค้าที่มีความตั้งใจในการซื้ออย่างแท้จริง (High Intent Customers) ด้วยเหตุนี้ การจัดกิจกรรม StarFest ภายในโชว์รูม จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีศักยภาพ และมอบประสบการณ์การเลือกซื้อรถยนต์ที่สะดวกสบายและปลอดภัย
“StarFest 2021: Season of the ultimate offers” – ข้อเสนอสุดพิเศษที่ห้ามพลาด
ภายใต้แคมเปญ “StarFest 2021: Season of the ultimate offers” เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้คัดสรรข้อเสนอสุดพิเศษที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี โดยแคมเปญนี้จะดำเนินไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2564 เพื่อมอบโอกาสในการเป็นเจ้าของรถยนต์หรูที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า
ข้อเสนอหลักที่น่าสนใจใน StarFest 2021:
โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์สุดคุ้ม 5 ปี: สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ จะได้รับ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส” หรือโปรแกรมการบำรุงรักษารถยนต์ตามข้อกำหนด MBSP Compact เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ข้อเสนอนี้ครอบคลุมรุ่นรถยอดนิยม ได้แก่ C-Class, C Coupe, E-Class, GLC, GLC Coupe, V-Class รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe และ Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+
ส่วนลดพิเศษสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์และอุปกรณ์เสริม: ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ จะได้รับส่วนลด 10,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้า Mercedes-Benz Collection, กล้องติดรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือชุดผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ ข้อเสนอนี้ครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่นภายใต้แบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี
ข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง: สำหรับผู้ที่เลือกใช้บริการทางการเงินจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง จะได้รับข้อเสนอเพิ่มเติมที่คุ้มค่า อาทิ การแถมประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 2 ปี เมื่อทำสัญญา มายสตาร์ (mySTAR) หรือสัญญาเช่าทางการเงิน (Finance Lease) โดยข้อเสนอนี้สำหรับรถยนต์รุ่น C-Class, C Coupe, E-Class, GLC, และ GLC Coupe
การปรับตัวของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในตลาดโลกและประเทศไทย
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ประธานบริหาร เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จของรถยนต์ตระกูล S-Class ซึ่งเป็นรุ่นเรือธงที่สะท้อนถึง DNA ของแบรนด์ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) การเปิดตัว Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium ในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอยนตรกรรมที่เหนือระดับ ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, SUV, ไปจนถึง Mercedes-AMG และ EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz
ตัวเลขยอดขายทั่วโลกและการเติบโตในประเทศไทยก็เป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของแบรนด์ Mercedes-AMG ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการและการนำเสนอรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ ยิ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง ขณะที่แบรนด์ EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz ก็ได้รับความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งที่ 6 ของโลกในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ภายใต้แบรนด์นี้เติบโตขึ้นประมาณ 40%
เทคโนโลยีและนวัตกรรม: หัวใจสำคัญของการพัฒนารถยนต์ยุคใหม่
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตระหนักดีว่า การรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ
Mercedes-Benz S 560 e: นิยามใหม่ของ Plug-in Hybrid Sedan
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การเปิดตัว Mercedes-Benz S 560 e ซึ่งเป็นรถยนต์ซาลูนระดับพรีเมียมแบบ Plug-in Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 3 ภายใต้แบรนด์ EQ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร Twin Turbocharging ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 122 แรงม้า ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 476 แรงม้า ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนชนิดใหม่ ทำให้มีระยะทางวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำกว่า 50 กรัมต่อกิโลกรัม
การออกแบบภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ 3 ก้าน พร้อมไฟหน้า MULTIBEAM LED ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ULTRA RANGE Highbeam สามารถส่องสว่างได้ไกลกว่า 650 เมตรอัตโนมัติ เสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง AMG และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว
ภายในห้องโดยสาร มอบความสะดวกสบายสูงสุดด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control ซึ่งทำงานร่วมกับระบบปรับอากาศ ระบบฉีดน้ำหอม ระบบฟอกอากาศ ไฟ Ambient Light ระบบเสียง และฟังก์ชันนวดเบาะ โดยมีโปรแกรมผ่อนคลายให้เลือก 4 แบบ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มหนัง Exclusive Nappa ที่สามารถปรับเอนนอนได้ถึง 43.5 องศา พร้อมที่รองขาปรับระดับได้ ระบบ Head-up Display ระบบชาร์จไร้สาย รองรับ Apple CarPlay™ และ Android Auto
S-Class Coupé และ Cabriolet: สมรรถนะและความหรูหราขั้นสุด
การเปิดตัว Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Mercedes-Benz S-Class Cabriolet เป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์สปอร์ตหรูขึ้นไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย และนวัตกรรมแห่งอนาคต
ดีไซน์ภายนอก: โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System ประดับด้วยคริสตัล Swarovski 47 ชิ้น ไฟท้ายแบบ OLED ที่ควบคุมตำแหน่งและความสว่างได้อย่างแม่นยำ เส้นสายลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้า Diamond grille สีเงิน พร้อมลายโครเมียม ฝากระโปรงหน้าที่ยาว เสริมความดุดันด้วยชุดแต่ง AMG ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว
S 560 Coupé AMG Premium: มาพร้อมหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ MAGIC SKY CONTROL ขนาดใหญ่ สามารถปรับความเข้มของกระจกได้
S 560 Cabriolet AMG Premium: มาพร้อมหลังคาผ้าแบบ fabric soft-top 3 ชั้น สามารถกางเปิดหรือพับปิดได้ภายใน 19 วินาทีที่ความเร็วสูงสุด 50 กม./ชม. พร้อมแผงบังคับทิศทางลม AIRCAP
ดีไซน์ภายใน: เน้นความหรูหรา มีระดับ และสะดวกสบาย เทียบเท่า Mercedes-Maybach S 560 ระบบ ENERGIZING Comfort Control ช่วยผ่อนคลายตลอดการเดินทาง เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa Exclusive Package ลาย diamond design หน้าจอกว้าง Widescreen Cockpit และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต
เทคโนโลยีและระบบมัลติมีเดีย:
Night View Assist Plus: ระบบช่วยมองเห็นคนเดินถนนหรือสัตว์ในที่มืด
Crosswind Assist: ระบบช่วยประคองรถเมื่อมีลมแรง
MAGIC VISION CONTROL: ระบบปัดน้ำฝนอัจฉริยะ
Head-up Display: แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า
AIR BALANCE package: ระบบปรับสมดุลอากาศในห้องโดยสาร
COMAND Online: ระบบอินโฟเทนเมนต์
Apple CarPlay™ & Android Auto
Wireless Charging
Burmester® high end 3D surround sound system
ระบบช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยขั้นสูง:
PRE-SAFE® PLUS & PRE-SAFE® Impulse Side: ระบบป้องกันก่อนการชนรอบทิศทาง
Active Emergency Stop Assist: ระบบหยุดรถอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่หมดสติ
Evasive Steering Assist: ระบบช่วยหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
Active Distance Assist DISTRONIC: ระบบควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่าง
Active Blind Spot Assist: ระบบเตือนและป้องกันการชนในจุดอับสายตา
Active Lane Keeping Assist: ระบบช่วยรักษาช่องทางจราจร
Active Braking Assist & Cross-Traffic: ระบบช่วยเบรกและหลีกเลี่ยงการชนบริเวณทางแยก
Parking Pilot (including Active Parking Assist): ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้อง 360 องศา
ระบบส่งกำลัง: เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ พร้อมระบบ 9G-TRONIC และ DYNAMIC SELECT ที่มีให้เลือก 5 โหมดการขับขี่ (ECO, Comfort, Sport, Sport+, Individual)
การปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดและการขายในยุคดิจิทัล
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดและการขายให้เข้ากับยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ที่หลากหลาย การนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดและน่าสนใจ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) เพื่อให้ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์การชมรถยนต์ได้อย่างใกล้ชิด แม้จะไม่ได้เดินทางมายังโชว์รูมก็ตาม
การผสมผสานแคมเปญ StarFest ที่นำเสนอข้อเสนอสุดพิเศษเข้ากับการสื่อสารที่แข็งแกร่งผ่านช่องทางดิจิทัล แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ และความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
อนาคตของยนตรกรรมพรีเมียม: สู่ยุคแห่งความยั่งยืนและอัจฉริยะ
ในภาพรวม เมอร์เซเดส-เบนซ์ กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในทุกมิติ ทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกเซ็กเมนต์ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก การจัดกิจกรรม StarFest ในรูปแบบใหม่นี้ จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของแบรนด์ในการรับมือกับความท้าทาย และการก้าวสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมพรีเมียม ที่เน้นทั้งความหรูหรา สมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงรสนิยม ความสำเร็จ และความก้าวหน้า การพิจารณาข้อเสนอพิเศษจากแคมเปญ StarFest 2021 อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเป็นเจ้าของยนตรกรรมระดับโลก อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด และข้อเสนอสุดพิเศษที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เตรียมมอบให้คุณ ณ โชว์รูมผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ