
เมอร์เซเดส-เบนซ์: กลยุทธ์แห่งการปรับตัวสู่ยุคใหม่ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ชื่นชอบยนตรกรรมหรู
ในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้บริบทของสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวและดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง แม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง แต่นั่นกลับเป็นแรงผลักดันให้แบรนด์หรูอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ต้องคิดค้นกลยุทธ์ที่เฉียบคมยิ่งขึ้น เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าและกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี คือ “StarFest” (สตาร์เฟสต์) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขาย โดยปกติแล้ว กิจกรรมนี้จะจัดขึ้นทั้งในพื้นที่ส่วนกลางที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย เช่น ศูนย์การค้าชั้นนำอย่าง เซ็นทรัลเวิลด์ หรือจัดพร้อมกันในโชว์รูมของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ภายใต้แคมเปญการตลาดเดียวกัน
แม้ว่าในปีนี้ การจัดงานในพื้นที่ส่วนกลางอาจไม่สามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบ แต่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของการจัดกิจกรรม ณ โชว์รูมของผู้จำหน่าย ว่าจะยังคงได้รับความสนใจจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น จากการสังเกตการณ์ที่ผ่านมา พบว่า แม้จะมีแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะเข้าชมโชว์รูมลดลง อันเนื่องมาจากปัจจัยด้านดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว หรือความจำเป็นในการหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนจำนวนมาก แต่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ กลับมองเห็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ นั่นคือ ผู้ที่ตัดสินใจเดินทางมายังโชว์รูมในสถานการณ์ปัจจุบัน ล้วนเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความตั้งใจในการซื้ออย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ กิจกรรม StarFest จึงยังคงดำเนินต่อไปในปีนี้ โดยเน้นจัดขึ้นเฉพาะที่โชว์รูมของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น ภายใต้แคมเปญ “StarFest 2021: Season of the ultimate offers” ซึ่งมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี (Mercedes-AMG) ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้
ข้อเสนอสุดพิเศษจาก StarFest 2021: Season of the ultimate offers
แคมเปญ StarFest ปีนี้ นำเสนอข้อเสนอที่น่าสนใจเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้ากลุ่มพรีเมียม โดยมีรายละเอียดดังนี้:
โปรแกรมการบำรุงรักษารถยนต์สุดคุ้ม: ลูกค้าที่เลือกซื้อรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการจะได้รับ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส” หรือโปรแกรมการบำรุงรักษารถยนต์ตามข้อกำหนด MBSP Compact เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง รุ่นรถยนต์ที่ร่วมรายการ ประกอบด้วย C-Class, C Coupe, E-Class, GLC, GLC Coupe, V-Class รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe และ Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ โปรแกรมนี้มอบความอุ่นใจสูงสุดให้กับเจ้าของรถ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามระยะทาง
ส่วนลดสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์และอุปกรณ์: รับส่วนลดมูลค่า 10,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้า Mercedes-Benz Collection, กล้องติดรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือชุดผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ ข้อเสนอนี้ครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่น ทั้ง เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ช่วยให้ลูกค้าสามารถเพิ่มอรรถรสในการเป็นเจ้าของรถยนต์สุดหรูได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ข้อเสนอพิเศษจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง: สำหรับลูกค้าที่เลือกใช้บริการทางการเงินกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง จะได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจ ได้แก่ การแถมประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 2 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์ (mySTAR) หรือสัญญาเช่าทางการเงิน (Finance Lease) สำหรับรถยนต์รุ่น C-Class, C Coupe, E-Class, GLC, และ GLC Coupe ข้อเสนอนี้ช่วยลดภาระทางการเงินและเพิ่มความคุ้มค่าให้กับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ในกลุ่มนี้
การปรับกลยุทธ์สู่ยุคใหม่: ยนตรกรรม Plug-in Hybrid และรถยนต์สมรรถนะสูง
นอกเหนือจากกิจกรรมส่งเสริมการขายในปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเดินหน้าในการนำเสนอเทคโนโลยีและยนตรกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ Plug-in Hybrid และรถยนต์สมรรถนะสูง
ย้อนกลับไปในปี 2019 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัว “Mercedes-Benz S 560 e” ซึ่งเป็นรถยนต์ซาลูนระดับพรีเมียม เจเนอเรชั่นที่ 3 ภายใต้แบรนด์ EQ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid รถยนต์รุ่นนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการพัฒนารถยนต์ที่มอบทั้งสมรรถนะอันยอดเยี่ยมและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
Mercedes-Benz S 560 e: นิยามใหม่ของความหรูหราและยั่งยืน
Mercedes-Benz S 560 e ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ Plug-in Hybrid ทั่วไป แต่เป็นสุดยอดยนตรกรรมที่ผสานความหรูหรา ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีล้ำสมัยไว้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร Twin-turbocharging ที่ให้กำลังสูงถึง 367 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 122 แรงม้า ส่งผลให้มีพละกำลังรวมสูงสุดถึง 476 แรงม้า ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 9 จังหวะใหม่ และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรุ่นใหม่ ช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้สูงสุดถึง 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยต่ำกว่า 50 กรัมต่อกิโลเมตร
การออกแบบภายนอกสะท้อนความหรูหราทันสมัย ด้วยกระจังหน้าแบบ 3 ก้าน และไฟหน้า MULTIBEAM LED ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ULTRA RANGE Highbeam สามารถส่องสว่างได้ไกลกว่า 650 เมตรโดยอัตโนมัติ เสริมด้วยชุดแต่ง AMG ทั้งกันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต AMG ขนาด 20 นิ้ว
ภายในห้องโดยสาร มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่ผสานการทำงานของระบบต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศ ระบบฉีดน้ำหอม ระบบฟอกอากาศ ไฟ Ambient Light เสียงดนตรี และฟังก์ชันนวดเบาะ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการผ่อนคลายสูงสุดในทุกการเดินทาง สำหรับรุ่น AMG Premium มาพร้อมเบาะหนัง Exclusive Nappa และฟังก์ชันปรับเอนนอนสำหรับเบาะหลัง พร้อมที่รองขา ระบบ Head-up Display ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย และการรองรับ Apple CarPlay™ และ Android Auto
การจัดแสดงที่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงนำเสนอรถยนต์ที่หลากหลายในงานแสดงต่างๆ โดยมีการจัดโซนแสดงรถยนต์ที่ชัดเจนถึง 6 โซน ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ Compact Car, Contemporary Luxury Sedan & Dream Car, SUV, ไปจนถึงแบรนด์เทคโนโลยี EQ, รถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง Mercedes-AMG และแบรนด์อัลตร้าลักชัวรี Mercedes-Maybach เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงจุดเด่นและความแตกต่างของรถยนต์แต่ละกลุ่มได้อย่างเต็มที่
การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium เป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในกลุ่ม Dream Car ที่เน้นความสปอร์ต หรูหรา และสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์
Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Cabriolet: การยกระดับมาตรฐานรถสปอร์ตหรู
Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium ได้รับการนำเสนอเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สปอร์ตหรูให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น ด้วยการผสมผสานดีไซน์อันโดดเด่น วัสดุคุณภาพสูง และวิศวกรรมอันล้ำสมัย
ดีไซน์ภายนอก: โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System ประดับด้วยคริสตัล Swarovski 47 ชิ้น และไฟท้ายแบบ OLED อันเป็นเอกลักษณ์ ระบบกระจังหน้า Diamond Grille สีเงิน พร้อมลายโครเมียม ฝากระโปรงหน้ายาวเสริมความดุดันด้วยชุดแต่ง AMG, ดิสก์เบรกสมรรถนะสูง และล้ออัลลอย AMG แบบ 10-spoke ขนาด 20 นิ้ว
สำหรับรุ่น Coupé มาพร้อมหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ MAGIC SKY CONTROL ขนาดใหญ่ที่สามารถปรับความเข้มของกระจกได้ ส่วนรุ่น Cabriolet โดดเด่นด้วยหลังคาผ้า fabric soft-top แบบ 3 ชั้น ที่สามารถเปิด-ปิดได้อัตโนมัติภายใน 19 วินาที ขณะรถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. พร้อมระบบ AIRCAP ช่วยควบคุมทิศทางลม
ดีไซน์ภายใน: เน้นความหรูหรา มีระดับ และสะดวกสบายเช่นเดียวกับ Mercedes-Maybach S 560 ผสานกับระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเลือกโปรแกรมผ่อนคลายได้ถึง 4 แบบ เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa Exclusive Package พร้อมการตัดเย็บลาย Diamond Design, หน้าจอ Widescreen Cockpit ขนาดใหญ่ และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสปอร์ต
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: รถยนต์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย อาทิ Night View Assist Plus เพื่อทัศนวิสัยที่ดีในเวลากลางคืน, Crosswind Assist ช่วยประคองรถเมื่อมีลมแรง, MAGIC VISION CONTROL ระบบปัดน้ำฝนอัจฉริยะ, Head-up Display, ระบบฉีดเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ, AIR BALANCE package, ระบบ COMAND Online, รองรับ Apple CarPlay™ & Android Auto, Wireless Charging, Bluetooth, Touchpad ควบคุม และระบบเสียง Burmester® high-end 3D surround sound system
ด้านความปลอดภัย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงให้ความสำคัญสูงสุด ด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ได้แก่ PRE-SAFE® PLUS และ PRE-SAFE® Impulse Side ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ, Active Emergency Stop Assist, Evasive Steering Assist, Active Distance Assist DISTRONIC, Active Blind Spot Assist, Active Lane Keeping Assist, Active Braking Assist พร้อมฟังก์ชัน Cross-Traffic และระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Parking Pilot รวมถึงกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
สมรรถนะการขับขี่: ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลัง 9G-TRONIC และเครื่องยนต์ V8 Twin-turbo พร้อมระบบ DYNAMIC SELECT ที่ให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดการขับขี่ได้ 5 แบบ ได้แก่ ECO, Comfort, Sport, Sport+, และ Individual เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบสนองทุกสไตล์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย): บทพิสูจน์ความเป็นผู้นำตลาด
จากข้อมูลของ ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมทั่วโลก ด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 1,356,350 คัน เพิ่มขึ้น 2.3% และในประเทศไทย มียอดขายกว่า 8,600 คัน เพิ่มขึ้น 9% โดยการเติบโตนี้เกิดขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, SUV, Mercedes-AMG และ EQ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบรนด์ Mercedes-AMG ได้รับการตอบรับอย่างสูง ด้วยยอดขายเติบโตถึง 250% ซึ่งเป็นผลมาจากการรุกตลาดรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตัวผู้จำหน่าย Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ 12 แห่งทั่วประเทศ และการเปิดตัวรถยนต์ Mercedes-AMG รุ่นประกอบในประเทศเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นในแบรนด์ EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งที่ 6 ของโลกในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในกลุ่มนี้เติบโตประมาณ 40%
อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง การปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง พร้อมกับการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัย การออกแบบที่หรูหรา และการมุ่งเน้นความยั่งยืน จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมต่อไป
สำหรับผู้ที่กำลังมองหายนตรกรรมที่เหนือระดับ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเลิศ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษในแคมเปญ StarFest 2021: Season of the ultimate offers หรือสนใจในรถยนต์ Plug-in Hybrid และรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นล่าสุด อย่าพลาดที่จะเยี่ยมชมโชว์รูม เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ใกล้บ้านท่าน เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และค้นพบรถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ