
เมอร์เซเดส-เบนซ์: กลยุทธ์การปรับตัวยุคใหม่ สู่การขับเคลื่อนประสบการณ์ลูกค้าเหนือระดับ
ในโลกที่ความผันผวนกลายเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับพรีเมียม การปรับตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญของการรักษาความเป็นผู้นำ ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษในแวดวงยานยนต์ระดับสูง ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแบรนด์อย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ซึ่งไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนากลยุทธ์เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกสถานการณ์
แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำหรับแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับ “สุดยอดข้อเสนอรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์” อย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ การปรับเปลี่ยนแนวทางการทำตลาดให้สอดคล้องกับความเป็นจริง กลายเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวต่อไป
StarFest: วิวัฒนาการของแคมเปญสร้างการมีส่วนร่วม
หนึ่งในกิจกรรมที่สร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์มาอย่างต่อเนื่องคือ StarFest (สตาร์เฟสต์) แคมเปญนี้ไม่เพียงแต่สร้างโอกาสในการนำเสนอ “รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์” และ “รถยนต์ Mercedes-AMG” พร้อมข้อเสนอพิเศษ แต่ยังสะท้อนถึงความเข้าใจในบริบทของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ในอดีต StarFest มักจะจัดขึ้นในพื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงง่าย เช่น ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ หรือควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมที่โชว์รูมทั่วประเทศ แต่เมื่อสถานการณ์บังคับให้ต้องปรับเปลี่ยน รูปแบบการจัดกิจกรรมก็วิวัฒนาการไป
แม้ว่าการจัดงานในพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่อาจจะทำได้ยากขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของ “โชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์” ในการมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ให้กับลูกค้า
การปรับกลยุทธ์สู่การขายที่แม่นยำ: ความตั้งใจในการซื้อ คือหัวใจสำคัญ
เราได้สังเกตเห็นแนวโน้มที่น่าสนใจคือ จำนวนผู้เข้าชมโชว์รูมอาจลดลง อันเป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโลกดิจิทัลที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ และความกังวลด้านสุขอนามัยที่ทำให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการรวมตัวในที่สาธารณะ
อย่างไรก็ตาม เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และพบว่า ผู้บริโภคที่ยังคงเดินทางมายังโชว์รูมในช่วงเวลาดังกล่าว มักจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มี “ความตั้งใจในการซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์” สูงอย่างแท้จริง การเข้ามาชมรถด้วยตนเองแสดงถึงการตัดสินใจที่ผ่านการพิจารณามาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
ด้วยเหตุนี้ แคมเปญ StarFest ในปีล่าสุด จึงยังคงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เน้นไปที่ “โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ” ทั่วประเทศ ภายใต้ธีม “StarFest: Season of the ultimate offers” โดยข้อเสนอสุดพิเศษนี้จะดำเนินไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสกับ “ข้อเสนอพิเศษรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์” และ “รถยนต์ Mercedes-AMG” อย่างเต็มที่
แคมเปญ StarFest: สิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าความคาดหมาย
แคมเปญ StarFest ปีนี้ นำเสนอสิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน ดังนี้:
โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ระยะยาว: สำหรับผู้ที่เลือกซื้อ “รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น C-Class, C Coupe, E-Class, GLC, GLC Coupe, V-Class” รวมถึง “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe” และ “Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+” จะได้รับสิทธิประโยชน์ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส” (Mercedes-Benz Service Plus) ซึ่งรวมถึงโปรแกรมการบำรุงรักษารถยนต์ตามข้อกำหนด MBSP Compact เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง สิ่งนี้มอบความอุ่นใจสูงสุดให้กับเจ้าของรถ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการให้บริการหลังการขายที่เหนือชั้น
ส่วนลดสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์และอุปกรณ์ตกแต่ง: สำหรับการซื้อ “Mercedes-Benz Collection”, กล้องติดรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ จะได้รับส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท โดยข้อเสนอนี้ครอบคลุม “Mercedes-Benz ทุกรุ่น” และ “Mercedes-AMG ทุกรุ่น” เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง: เพื่อส่งเสริมการเข้าถึง “รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์” และ “รถยนต์ Mercedes-AMG” ให้ง่ายขึ้น ลูกค้าที่เลือกใช้บริการ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง” จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่ทำสัญญา “มายสตาร์” (mySTAR) หรือสัญญาเช่าทางการเงิน (Finance Lease) สำหรับ “รถยนต์รุ่น C-Class, C Coupe, E-Class, GLC, GLC Coupe” จะได้รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection เป็นระยะเวลา 2 ปี ข้อเสนอนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของการประกันภัย และเพิ่มความสะดวกสบายในการเป็นเจ้าของรถยนต์หรู
เมอร์เซเดส-เบนซ์ S 560 e: นวัตกรรมปลั๊กอินไฮบริดแห่งยุค
นอกเหนือจากแคมเปญ StarFest การเปิดตัว “Mercedes-Benz S 560 e” ซึ่งเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ภายใต้แบรนด์ EQ ที่งาน Bangkok International Motor Show 2019 ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการพัฒนายานยนต์ที่ยั่งยืนและทรงประสิทธิภาพ
“Mercedes-Benz S 560 e” เป็นรถยนต์ซาลูนระดับพรีเมียมที่ผสานสมรรถนะอันน่าทึ่งเข้ากับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร Twin-turbocharging ให้กำลัง 367 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า สร้างพละกำลังรวมสูงสุดถึง 476 แรงม้า พร้อมระบบส่งกำลัง 9 จังหวะแบบใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่ได้รับการพัฒนาให้มีความจุสูงขึ้น ส่งผลให้ระยะทางวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำกว่า 50 กรัมต่อกิโลเมตร
ดีไซน์ภายนอกของ “Mercedes-Benz S 560 e” สะท้อนถึงความหรูหราทันสมัย ด้วยกระจังหน้าแบบ 3 ก้าน ไฟหน้า MULTIBEAM LED ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ULTRA RANGE Highbeam สามารถส่องสว่างได้ไกลกว่า 650 เมตร พร้อมเสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง AMG และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว
ภายในห้องโดยสาร มอบความสะดวกสบายสูงสุดด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่ผสานการทำงานของระบบต่างๆ ทั้งเครื่องปรับอากาศ, ระบบฉีดน้ำหอม, ระบบฟอกอากาศ, ไฟ Ambient Light, ระบบเสียง, ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ พร้อมระบบนวด เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถปรับเอนนอนได้ถึง 43.5 องศา พร้อมที่พักขาที่ปรับระดับได้ ระบบแสดงผลข้อมูลบนกระจกบังลมหน้า (Head-up display) และการเชื่อมต่อที่ครบครันผ่าน Apple CarPlay™ และ Android Auto
ความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์: ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้จัดแสดงยานยนต์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายถึง 6 โซน เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นถึงจุดเด่นและความแตกต่างของแต่ละแบรนด์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury Sedan & Dream Car, SUV, แบรนด์เทคโนโลยี EQ, แบรนด์สมรรถนะสูง Mercedes-AMG และแบรนด์อัลตร้าลักชัวรี Mercedes-Maybach
ตลอดปี 2019 เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ จำนวนมาก เช่น CLA 200, CLS 300 d AMG Premium, GLC 250 d 4MATIC, Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé และ Mercedes-Maybach S 560 พร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย รวมถึง iPhone XS Max สำหรับลูกค้าที่รับรถรุ่นที่ร่วมรายการ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการมอบ “ข้อเสนอรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์” ที่คุ้มค่า
กลยุทธ์การตลาดเชิงลึก: ยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์อาจเผชิญกับความท้าทาย แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, SUV, Mercedes-AMG และ EQ
การเติบโตที่น่าประทับใจของแบรนด์ Mercedes-AMG ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 250% เป็นผลมาจากการรุกตลาดรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวผู้จำหน่าย Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ และการนำเสนอรถยนต์ Mercedes-AMG รุ่นประกอบในประเทศ นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ EQ ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งที่ 6 ของโลกในประเทศไทย ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์กลุ่ม EQ เพิ่มขึ้นประมาณ 40%
Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Cabriolet: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมสปอร์ตหรู
ในช่วงครึ่งปีหลัง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ยกระดับตลาดลักชัวรี่คูเป้และคาบริโอเลต์ ด้วยการเปิดตัว “Mercedes-Benz S-Class Coupé” และ “Mercedes-Benz S-Class Cabriolet” สองรุ่นสปอร์ตหรูที่ผสานสมรรถนะ ความสง่างาม และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
“Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium” และ “Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium” ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาที่สุดแห่งความหรูหรา โฉบเฉี่ยว และทรงพลัง
ดีไซน์ภายนอก: โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต 2 ประตู ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System ประดับด้วยคริสตัล Swarovski ไฟท้ายแบบ OLED ที่ควบคุมความสว่างได้อย่างแม่นยำ กระจังหน้า Diamond Grille พร้อมชุดแต่งสปอร์ต AMG และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว
“Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium” มาพร้อมหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ MAGIC SKY CONTROL ที่สามารถปรับความเข้มของกระจกได้ ในขณะที่ “Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium” โดดเด่นด้วยหลังคาผ้าแบบ fabric soft-top 3 ชั้นที่สามารถเปิด-ปิดได้ในเวลาเพียง 19 วินาที พร้อมระบบ AIRCAP เพื่อลดแรงลม
ดีไซน์ภายใน: เน้นความหรูหราสะดวกสบาย ด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่ช่วยผ่อนคลายตลอดการเดินทาง เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa Exclusive package หน้าจอกว้าง Widescreen Cockpit และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบ Night View Assist Plus, ระบบ Crosswind Assist, ระบบ MAGIC VISION CONTROL, Head-up display, ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® PLUS และ PRE-SAFE® Impulse Side, ระบบ Active Emergency Stop Assist, ระบบ Evasive Steering Assist, ระบบ Active Distance Assist DISTRONIC, ระบบ Active Blind Spot Assist, ระบบ Active Lane Keeping Assist, ระบบ Active Braking Assist และฟังก์ชัน Cross-Traffic รวมถึงระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
ระบบส่งกำลัง: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ จับคู่กับระบบเกียร์ 9G-TRONIC และระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT ที่มีให้เลือก 5 โหมด คือ ECO, Comfort, Sport, Sport+ และ Individual
“Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium” ราคา 15,990,000 บาท
“Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium” ราคา 16,720,000 บาท
บทสรุป: การปรับตัวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
เมอร์เซเดส-เบนซ์แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปแบบแคมเปญ StarFest ให้เข้าถึงลูกค้าในยุคใหม่ การนำเสนอ “รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการยกระดับมาตรฐานยนตรกรรมสปอร์ตหรูอย่าง S-Class Coupé และ Cabriolet
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา “รถยนต์หรู” หรือ “รถยนต์พรีเมียม” ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งในด้านสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีล้ำสมัย การพิจารณา “เมอร์เซเดส-เบนซ์” คือทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
เราขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ ด้วยการเยี่ยมชมโชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการใกล้บ้านท่าน หรือติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “รุ่นรถเมอร์เซเดส-เบนซ์” ที่ท่านสนใจ รวมถึง “โปรโมชั่นรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์” ล่าสุด เพื่อค้นหารถยนต์ในฝันที่ใช่สำหรับคุณ