
เมอร์เซเดส-เบนซ์: กลยุทธ์การตลาดเชิงรุก สู่ยุคแห่งข้อเสนอสุดพิเศษ (Mercedes-Benz: Proactive Marketing Strategy Towards the Era of Ultimate Offers)
ในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับพรีเมียม การปรับตัวและสร้างสรรค์กลยุทธ์ใหม่ๆ จึงเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ความท้าทายรอบด้านยังคงดำรงอยู่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์หรูชั้นนำระดับโลก ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมทางการตลาดที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์และข้อเสนออันทรงคุณค่าแก่ลูกค้า โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ให้เติบโตไปพร้อมกัน
StarFest: ยุทธศาสตร์แห่งการขับเคลื่อนยอดขายในทุกสภาวะ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กิจกรรม “StarFest” (สตาร์เฟสต์) คือหนึ่งในกลยุทธ์หลักของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อยอดขายได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย เช่น ศูนย์การค้าชั้นนำ หรือการจัดกิจกรรมในโชว์รูมของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ภายใต้แคมเปญการตลาดที่เป็นเอกภาพ
แม้ในช่วงเวลาที่การจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะอาจต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามสถานการณ์ แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเชื่อมั่นในพลังของการจัดกิจกรรม ณ โชว์รูม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มอบประสบการณ์เฉพาะตัวและใกล้ชิดกับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปสู่โลกดิจิทัลอย่างรวดเร็ว หรือมีความกังวลในการพบปะผู้คนมากขึ้น แต่ผู้ที่เลือกเดินทางมายังโชว์รูมในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่คือกลุ่มเป้าหมายที่มีความตั้งใจในการซื้ออย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ กิจกรรม StarFest จึงยังคงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้จะเน้นการจัดกิจกรรมเฉพาะที่โชว์รูมของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ภายใต้แคมเปญ “StarFest 2021: Season of the ultimate offers” ซึ่งจะมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี (Mercedes-AMG) ที่ครอบคลุมไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์พรีเมียม
ข้อเสนอสุดพิเศษจาก StarFest 2021: Season of the ultimate offers
แคมเปญ StarFest ในปีนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมข้อเสนอที่น่าสนใจ ดังนี้:
โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์สุดคุ้ม: รับฟรี “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส” (Mercedes-Benz Service Plus) หรือโปรแกรมการบำรุงรักษารถยนต์ตามข้อกำหนด MBSP Compact เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง โปรแกรมนี้มอบความอุ่นใจและความสบายใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามระยะ รุ่นรถยนต์ที่ร่วมรายการประกอบด้วย:
C-Class
C Coupe
E-Class
GLC
GLC Coupe
V-Class
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe
Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+
ส่วนลดพิเศษสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์และอุปกรณ์: รับส่วนลด 10,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้า Mercedes-Benz Collection, กล้องติดรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ ข้อเสนอนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของอุปกรณ์ตกแต่ง ของที่ระลึก และผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ รถยนต์ทุกรุ่นของ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ที่ร่วมรายการนี้
ข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษจาก Mercedes-Benz Leasing: สำหรับผู้ที่ใช้บริการทางการเงินจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (Mercedes-Benz Leasing) รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection เป็นระยะเวลา 2 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์ (mySTAR) หรือสัญญาเช่าทางการเงิน (Finance Lease) โดยรุ่นรถยนต์ที่เข้าร่วมรายการนี้ประกอบด้วย:
C-Class
C Coupe
E-Class
GLC
GLC Coupe
นวัตกรรมปลั๊กอินไฮบริด: Mercedes-Benz S 560 e – นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมหรู
ในอดีต เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เปิดตัวยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริด เจนเนอเรชั่นที่ 3 ภายใต้แบรนด์ EQ คือ Mercedes-Benz S 560 e ณ งาน Bangkok International Motor Show 2019 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ซาลูนระดับพรีเมียม ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูง สมรรถนะอันทรงพลัง และดีไซน์ที่หรูหราได้อย่างลงตัว
Mercedes-Benz S 560 e โดดเด่นด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร Twin-turbocharging ที่ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า เมื่อผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 122 แรงม้า จะมอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 476 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรุ่นใหม่ที่เพิ่มความจุ ทำให้สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลขึ้นสูงสุดถึง 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำกว่า 50 กรัมต่อกิโลเมตร
การออกแบบภายนอกสะท้อนถึงความหรูหราทันสมัย ด้วยกระจังหน้าแบบ 3 ก้าน ไฟหน้า MULTIBEAM LED อันชาญฉลาดที่ปรับความสว่างและความยาวลำแสงได้อัตโนมัติสูงสุด 650 เมตร เสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง AMG ทั้งกันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง รวมถึงล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว
ภายในห้องโดยสาร มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายสูงสุดด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่ผสานการทำงานของระบบปรับอากาศ ระบบฉีดน้ำหอม ระบบฟอกอากาศ ไฟ Ambient Light เสียงดนตรี และฟังก์ชันการนวดเบาะที่นั่ง เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง รุ่น S 560 e AMG Premium มาพร้อมเบาะหนัง Exclusive Nappa ที่สามารถปรับเอนนอนได้ถึง 43.5 องศาสำหรับเบาะหลัง พร้อมที่รองขา ระบบ Head-up Display ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย รองรับ Apple CarPlay™ และ Android Auto
ประสบการณ์เหนือระดับ: การจัดแสดงยนตรกรรม ณ งาน Motor Show
ในอดีต เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เคยจัดพื้นที่แสดงรถยนต์ออกเป็น 6 โซนอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงจุดเด่นและความแตกต่างของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มที่ ได้แก่ กลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury Sedan & Dream Car, SUV, แบรนด์เทคโนโลยี EQ, แบรนด์รถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง Mercedes-AMG และแบรนด์อัลตร้าลักชัวรี Mercedes-Maybach
นอกจากนี้ ยังมีการนำยนตรกรรมกว่า 29 คัน มาจัดแสดงอย่างครบครันในทุกเซ็กเมนต์ อาทิ CLA 200, CLS 300 d AMG Premium, GLC 250 d 4MATIC, Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé และ Mercedes-Maybach S 560 พร้อมบริการลูกค้าและบริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงข้อเสนอพิเศษต่างๆ เช่น iPhone XS Max 256 GB มูลค่า 49,900 บาท สำหรับลูกค้า 10 รุ่นที่ร่วมรายการในช่วงเวลานั้น
ข้อเสนอพิเศษทางการเงินจาก Mercedes-Benz Leasing
ในอดีต เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ได้นำเสนอข้อเสนอพิเศษทางการเงินที่หลากหลายเพื่อดึงดูดลูกค้า เช่น:
อัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับสัญญาเช่าซื้อ 48 เดือน เงินดาวน์ขั้นต่ำ 25% สำหรับรุ่น GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD และ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic
อัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับสัญญาเช่าซื้อ 48 เดือน เงินดาวน์ขั้นต่ำ 25% สำหรับรุ่น E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection 1 ปี และแพ็คเกจ MBSP Excellent 4 ปี
แคมเปญสำหรับสัญญาแบบ mySTAR และ Finance Lease รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection 1 ปี
Mercedes-Benz S-Class Coupé และ S-Class Cabriolet: นิยามใหม่แห่งสปอร์ตคูเป้และคาบริโอเลต์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอ Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Mercedes-Benz S-Class Cabriolet สองสุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตหรู ที่ผสานความเป็นที่สุดของสมรรถนะ การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยอันเหนือชั้น ยกระดับมาตรฐานของรถยนต์สปอร์ตให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium เปิดตัวในราคา 15.99 ล้านบาท และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium ในราคา 16.72 ล้านบาท ยนตรกรรมทั้งสองรุ่นนี้สะท้อนถึงความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) ซึ่งเป็นคุณค่าหลักของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์
Michael Grewe ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า รถยนต์ตระกูล S-Class ถือเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของแบรนด์ ด้วยยอดขายกว่า 4 ล้านคันทั่วโลก การเปิดตัว S-Class Coupé และ Cabriolet นี้ เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ในการมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้แก่ลูกค้า และเป็นการยกระดับตลาดรถยนต์ลักชัวรีคูเป้และคาบริโอเลต์ให้ก้าวไปอีกขั้น
Frank Siebert รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมทั่วโลกและในประเทศไทย โดยยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงแบรนด์ Mercedes-AMG ที่มียอดขายเติบโตสูงถึง 250% ซึ่งเป็นผลมาจากการรุกตลาดรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง และความเชื่อมั่นในแบรนด์ EQ ที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทย
ดีไซน์และนวัตกรรมอันล้ำสมัย: S 560 Coupé และ S 560 Cabriolet
ดีไซน์ภายนอก:
ไฟหน้า LED Intelligent Light System: ประดับด้วยคริสตัล Swarovski กว่า 47 ชิ้น
ไฟท้าย OLED: เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ควบคุมตำแหน่งและความสว่างของแสงได้อย่างแม่นยำ
กระจังหน้า Diamond Grille: สีเงินพร้อมลายโครเมียม
ชุดแต่งสปอร์ต AMG: เสริมความดุดันและความสง่างาม
ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต AMG 20 นิ้ว: ตกแต่งสี Titanium Grey
หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ MAGIC SKY CONTROL: (สำหรับ Coupé) สามารถปรับความเข้มของกระจกได้
หลังคาผ้าแบบ fabric soft-top 3 ชั้น: (สำหรับ Cabriolet) กางเปิดหรือพับปิดได้ใน 19 วินาที พร้อมแผงบังคับทิศทางลม AIRCAP
ดีไซน์ภายใน:
ระบบ ENERGIZING Comfort Control: ผสานการทำงานของระบบต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa Exclusive: ลาย Diamond Design
หน้าจอกว้าง Widescreen Cockpit: แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์สปอร์ต
ระบบเสียง Burmester® high-end 3D surround sound system: มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพสูง
เทคโนโลยีและระบบมัลติมีเดีย:
Night View Assist Plus: ระบบช่วยมองเห็นในที่มืด
Crosswind Assist: ระบบช่วยประคองรถเมื่อมีลมปะทะด้านข้าง
MAGIC VISION CONTROL: ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
Head-up Display: แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า
Apple CarPlay™ & Android Auto: รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
Wireless Charging: ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
ระบบช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยขั้นสูง:
เมอร์เซเดส-เบนซ์ S 560 Coupé และ S 560 Cabriolet มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรถยนต์รุ่นนี้:
PRE-SAFE® PLUS & PRE-SAFE® Impulse Side: ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุรอบด้าน
Active Emergency Stop Assist: ระบบหยุดรถฉุกเฉินอัตโนมัติ
Evasive Steering Assist: ระบบช่วยหลบหลีกการชน
Active Distance Assist DISTRONIC: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
Active Blind Spot Assist: ระบบเตือนและช่วยเบรกในจุดอับสายตา
Active Lane Keeping Assist: ระบบรักษาช่องทางเดินรถ
Active Braking Assist & Cross-Traffic Function: ระบบช่วยเบรกและตรวจจับสิ่งกีดขวางบริเวณทางแยก
Parking Pilot including Active Parking Assist: ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้อง 360 องศา
ขุมพลังและระบบส่งกำลัง:
เครื่องยนต์ V8 Twin-turbo: มอบพละกำลังอันเร้าใจ
ระบบส่งกำลัง 9G-TRONIC: เปลี่ยนเกียร์ราบรื่น
DYNAMIC SELECT: เลือกโหมดการขับขี่ได้ 5 แบบ (ECO, Comfort, Sport, Sport+, Individual)
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์พรีเมียมที่ผสานสุดยอดนวัตกรรม สมรรถนะอันทรงพลัง และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและข้อเสนอที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง หากท่านมีความสนใจในยนตรกรรมระดับโลกเหล่านี้ อย่ารอช้าที่จะติดต่อผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการใกล้บ้านท่าน หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันเหนือระดับด้วยตัวท่านเอง