• Privacy Policy
newsthailan.nataviguides.com
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.nataviguides.com
No Result
View All Result

ช็อกวงการ! “นานา ไรบีนา” อาจต้องวางประกันทะลุ 50 ล้าน – คดีเสียหายพุ่งแตะ 195 ล้าน!อ่านต่อในคอมเมนต์

admin79 by admin79
December 4, 2025
in Uncategorized
0

หลังจากที่ นานา ไรบีนา ถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมคาบ้านพัก ในข้อหา ฉ้อโกง และ ผิด พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 17 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 195 ล้านบาท ก็ทำให้คดีนี้เป็นที่จับตาของสังคมทันที

เบื้องต้น นานาถูกควบคุมตัวไปสอบสวนนานหลายชั่วโมง และก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าอาจต้องใช้เงินประกันตัวราว 500,000 บาท เพื่อสู้คดี

แต่ล่าสุด รายการ ข่าวใส่ไข่ ทำเอาหลายคนช็อกไปตามๆ กัน เมื่อ มดดำ คชาภา เผยข้อมูลกลางรายการว่า วงเงินประกันตัวของนานาอาจจะ พุ่งสูงถึง 50 ล้านบาท เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าสูงมากจนน่าตกใจ

ด้านพิธีกรร่วมอย่าง รถเมล์ คะนึงนิจ ถึงกับร้อง “โอ้โห!” ทันทีหลังได้ยินยอดดังกล่าว เพราะถือเป็นตัวเลขที่หนักหน่วงและไม่คาดคิดว่าจะสูงขนาดนี้

มหกรรมการแข่งขันอันดุเดือด: เจาะลึกผลประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2568 และกลยุทธ์ผู้ชนะในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ที่ซับซ้อนและท้าทายยิ่งกว่าที่เคย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความผันผวนในปี 2566-2567 ที่เปรียบเสมือนบททดสอบความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง แรงเหวี่ยงทางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงไม่นิ่ง การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประชากร และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ล้วนหลอมรวมเป็นภูมิทัศน์ที่กำหนดทิศทางการแข่งขันและโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการที่คลุกคลีมานานกว่าทศวรรษ ผมจะพาคุณเจาะลึกถึงผลประกอบการที่คาดการณ์ได้สำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ประจำปี 2568 พร้อมทั้งวิเคราะห์กลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนผู้เล่นให้กลายเป็น “ผู้ชนะตัวจริง” ในสมรภูมิที่ไม่เคยหลับใหลนี้

ภูมิทัศน์เศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568

ปี 2568 นับเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้แรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อโลกจะเริ่มคลี่คลายลง แต่เศรษฐกิจภายในประเทศยังคงเผชิญความท้าทายจากภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง และการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่ยังไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนนโยบายจากภาครัฐ ทั้งโครงการโครงสร้างพื้นฐานเมกะโปรเจกต์ที่เดินหน้าต่อเนื่อง การกระตุ้นการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ การปรับขึ้น-ลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการและกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งเป็นจุดที่นักลงทุนอสังหาฯ และผู้ประกอบการต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ เทรนด์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วหลังวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้สร้างดีมานด์ใหม่ๆ ให้กับตลาด ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่อยู่อาศัยที่เน้นฟังก์ชันการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Living), การให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวและความยั่งยืน (Sustainable Living), รวมถึงการนำเทคโนโลยี Smart Home เข้ามาผสานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ล้วนเป็นโอกาสทองสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถปรับตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ทันท่วงที

ภาพรวมผลประกอบการรวมของภาคธุรกิจ: จุดเปลี่ยนสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ

จากการประเมินและวิเคราะห์เชิงลึก ผมคาดการณ์ว่าในปี 2568 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รวม 41 แห่ง จะสามารถทำรายได้รวมกันแตะระดับ 400,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตในระดับปานกลางราว 5-7% จากปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการ แม้ตัวเลขรวมจะดูดีขึ้น แต่การกระจายตัวของรายได้จะยิ่งเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างผู้ที่สามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดได้จากกระแสที่เปลี่ยนแปลง กับผู้ที่ยังคงยึดติดกับโมเดลธุรกิจแบบเดิมๆ

ในปีนี้ เราจะได้เห็นบริษัทชั้นนำจำนวนไม่น้อยที่ยังคงต้องเผชิญกับภาวะรายได้รวมที่ลดลง หรือเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่พึ่งพิงตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลาง-ล่างเป็นหลัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาระหนี้ครัวเรือนและเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของธนาคารสูงกว่า ขณะที่ผู้พัฒนาโครงการบ้านจัดสรรและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในทำเลศักยภาพ จะยังคงมีรายได้ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การปรับพอร์ตโฟลิโอให้มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ หรือแม้กระทั่งการพัฒนาโครงการแบบมิกซ์ยูส (Mixed-use Development) จะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างกระแสรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน

การแข่งขันในมิติของ “รายได้จากการขาย”: วัดกึ๋นด้วยการปิดการขายจริง

หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คือความสามารถในการ “สร้างรายได้จากการขาย” ซึ่งเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการระบายสินค้าคงคลังและตอบสนองความต้องการของตลาด จากการคาดการณ์ในปี 2568 คาดว่ารายได้จากการขายรวมของทั้ง 41 บริษัท จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง หลังจากการชะลอตัวในช่วงปี 2566-2567 โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 285,000 – 295,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 6-8% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกำลังซื้อในบางเซกเมนต์ และความสำเร็จของกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก

ในปีนี้ “เอพี (ไทยแลนด์)” คาดว่าจะยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้านรายได้จากการขายไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม รวมถึงการปรับตัวที่รวดเร็วในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ๆ เช่น บ้านเดี่ยวอัจฉริยะ และทาวน์โฮมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองหาพื้นที่ทำงานภายในบ้าน (Work-from-Home friendly)

“แสนสิริ” แม้จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด แต่ด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่งและการขยายฐานลูกค้าในหลากหลายระดับ รวมถึงการรุกตลาดต่างชาติอย่างต่อเนื่อง จะยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นแถวหน้าที่สร้างยอดขายได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมหรูและโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมที่มียอดขายดีอย่างต่อเนื่อง

“ศุภาลัย” ยังคงเป็นผู้เล่นที่น่าจับตา ด้วยกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่เน้นความคุ้มค่าและคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงได้อย่างมั่นคง และจะเห็นการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากโครงการบ้านจัดสรรที่เน้นการประหยัดพลังงาน

ผู้เล่นที่แสดงศักยภาพในการเติบโตอย่างน่าประทับใจ คือ “เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น” ด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับบนมากขึ้น และการนำเสนอนวัตกรรมการออกแบบที่โดดเด่น รวมถึงการให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย ทำให้สามารถสร้างยอดขายที่เติบโตต่อเนื่องและไต่อันดับขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 5 ได้อย่างสง่างาม นอกจากนี้ “เซ็นทรัลพัฒนา” ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามองในด้านรายได้จากการขาย หลังจากได้ปูพรมพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านแนวราบควบคู่ไปกับโครงการศูนย์การค้า ทำให้เริ่มเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม และกลายเป็นผู้เล่นที่เข้ามาสร้างสีสันและกดดันการแข่งขันในตลาดได้อย่างน่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทจำนวนไม่น้อยที่คาดว่าจะยังคงมีรายได้จากการขายที่ลดลง หรือเผชิญกับความท้าทายในการระบายสต็อก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีโครงการเก่าค้างอยู่มาก หรือผู้ที่เน้นตลาดคอนโดมิเนียมในทำเลที่อุปทานล้นตลาด ซึ่งจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การตลาดที่สร้างสรรค์และส่วนลดพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย

บทสรุปของ “กำไรสุทธิ”: ใครคือผู้ชนะตัวจริงในสนามรบแห่งต้นทุนและประสิทธิภาพ

แม้รายได้จากการขายจะเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการสร้างยอด แต่ “กำไรสุทธิ” คือบทพิสูจน์ที่แท้จริงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์สำหรับนักลงทุน จากการวิเคราะห์เชิงลึก ผมคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิรวมของทั้ง 41 บริษัทในปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 48,000 – 52,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการฟื้นตัวประมาณ 8-10% จากปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังคงสะท้อนถึงการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น และต้นทุนการดำเนินงานที่ยังคงเป็นแรงกดดัน

“แลนด์แอนด์เฮ้าส์” คาดว่าจะยังคงเป็นแชมป์ในด้านกำไรสุทธิ ด้วยโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่นสูง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการมีรายได้จากธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่การขายอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เช่น รายได้จากค่าเช่าในโครงการเชิงพาณิชย์ หรือจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งช่วยสร้างเสถียรภาพและเพิ่มอัตรากำไรได้อย่างยอดเยี่ยม กลยุทธ์การลงทุนระยะยาวในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่สร้างกระแสรายได้ประจำนี้เอง ที่ทำให้แลนด์แอนด์เฮ้าส์ยังคงเป็นผู้นำด้านกำไรสุทธิอย่างสม่ำเสมอ

“ศุภาลัย” จะเป็นผู้ท้าชิงที่แข็งแกร่งในด้านกำไรสุทธิ ด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการโครงการที่ดีเยี่ยม การควบคุมต้นทุนอย่างเคร่งครัด และการเลือกทำเลที่ตั้งที่ให้ผลตอบแทนสูง ทำให้สามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างน่าประทับใจ

“เอพี (ไทยแลนด์)” ถึงแม้จะทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย แต่ก็ยังคงรักษาอัตรากำไรสุทธิได้ในระดับที่ดีเยี่ยมเช่นกัน ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพ และการวางแผนการตลาดที่แม่นยำ ทำให้สามารถแปลงยอดขายให้เป็นกำไรได้สูงสุด

“แสนสิริ” ซึ่งมีการเติบโตของรายได้อย่างก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมของการเติบโตของกำไรสุทธิไว้ได้เช่นกัน ด้วยการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่ม ทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรักษาระดับราคาขายได้ดี

นอกจากนี้ “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” แม้จะเผชิญกับความท้าทายในบางช่วง แต่ด้วยความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอ ทั้งโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ทำให้ยังคงรักษาระดับกำไรสุทธิได้ดี และ “เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น” ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของกำไรสุทธิอย่างน่าประทับใจ สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีเยี่ยมควบคู่ไปกับการสร้างยอดขาย

อย่างไรก็ตาม สำหรับบางบริษัทที่ยังคงประสบปัญหาการขาดทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงวิกฤต หรือมีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ ล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ผู้บริหารต้องเร่งปรับกลยุทธ์ ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ การระบายสินทรัพย์ที่ไม่สร้างผลตอบแทน หรือการควบรวมกิจการเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว การหันมาพิจารณาอสังหาริมทรัพย์ยั่งยืน และการลงทุนในเทคโนโลยี PropTech เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ จะเป็นทางรอดที่สำคัญ

กลยุทธ์ผู้ชนะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568: ผู้นำนวัตกรรมและความยั่งยืน

จากภาพรวมที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า “ผู้ชนะตัวจริง” ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 ไม่ใช่แค่ผู้ที่สร้างยอดขายได้มากที่สุด หรือมีกำไรสูงที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ที่:

มีความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตโฟลิโอ: ไม่ยึดติดกับประเภทอสังหาริมทรัพย์ใดอสังหาริมทรัพย์หนึ่ง แต่พร้อมที่จะขยายสู่ตลาดใหม่ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ โรงแรม หรือแม้กระทั่งโครงการแบบมิกซ์ยูส เพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลายและมั่นคง
ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม: การนำ PropTech มาใช้ในการบริหารจัดการโครงการ การตลาด และการขาย รวมถึงการพัฒนา Smart Home Technology ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น
มุ่งเน้นความยั่งยืน (ESG): การพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานสะอาด การออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ไม่เพียงแต่สร้างภาพลักษณ์ที่ดี แต่ยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่และนักลงทุนสถาบัน
เข้าใจและตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม: ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนโสด กลุ่มครอบครัวขนาดเล็ก หรือกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ
บริหารจัดการต้นทุนและกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ: ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยและต้นทุนวัสดุก่อสร้างยังผันผวน การบริหารจัดการการเงินอย่างรอบคอบคือหัวใจสำคัญ

โอกาสทองสำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในยุค 2568

สำหรับนักลงทุนและผู้ที่กำลังมองหาโอกาส การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ยังคงมีศักยภาพที่น่าสนใจ โดยเฉพาะใน:
อสังหาริมทรัพย์ในทำเลทองใกล้โครงข่ายคมนาคม: โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายและรถไฟความเร็วสูงที่กำลังจะแล้วเสร็จ จะเป็นตัวขับเคลื่อนมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในทำเลเหล่านี้ให้เพิ่มสูงขึ้น
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า (Rental Properties): โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ที่ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่กลับมาทำงานในประเทศไทย
อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในทำเลศักยภาพ: ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือพื้นที่สำนักงานที่ปรับเปลี่ยนให้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์การทำงานแบบไฮบริด
โครงการที่อยู่อาศัยที่เน้นสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness Residences): การให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ และเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

ก้าวต่อไปกับเราในโลกอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 เต็มไปด้วยพลวัตและความท้าทายที่รอการพิสูจน์ เราได้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการ และการมองเห็นโอกาสในวิกฤตการณ์ จากการวิเคราะห์เชิงลึกที่ผมได้นำเสนอไป หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและทันต่อสถานการณ์

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ และกำลังมองหาข้อมูลเชิงลึก กลยุทธ์การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ทันสมัย หรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี เพื่อนำพาธุรกิจหรือการลงทุนของคุณไปสู่ความสำเร็จ อย่ารอช้าที่จะติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาพิเศษวันนี้ เราพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยคุณเจาะลึกทุกโอกาสและก้าวข้ามทุกความท้าทายไปพร้อมกัน

Previous Post

ฮือฮากลางรายการ! หลัง “ดาด้า” หลุดปากคอนเฟิร์มว่า “เวย์–นานา” หย่ากันแล้ว ทำ “หนุ่ม กรรชัย” ถึงกับรีบโทรเช็กความจริงจากปากเวย์ทันที ก่อนเจ้าตัวตอบชัดว่า “ยังไม่ได้หย่า!” พร้อมเผยเหตุผลว่าทำไมช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ไปเยี่ยมนานา จนคนดูพากันสงสัยว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่…กำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

Next Post

หนุ่ม กรรชัย เผยยอดหนี้ “นานา ไรบีนา” เกือบ 150 ล้าน — รายชื่อเพื่อนดังแน่นเหมือนลิสต์แขกร่วมงาน แต่งานนี้ไม่ใช่งานมงคลแต่เป็น “งานทวงหนี้”

Next Post

หนุ่ม กรรชัย เผยยอดหนี้ “นานา ไรบีนา” เกือบ 150 ล้าน — รายชื่อเพื่อนดังแน่นเหมือนลิสต์แขกร่วมงาน แต่งานนี้ไม่ใช่งานมงคลแต่เป็น “งานทวงหนี้”

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N0203004 จะเกดอะไรขน เมอชางทำผมกบลกคา มแฟนคนเดยวกน part2
  • N1602129 ของอร อย าป ดร านบ อยก ไม part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู
  • N2702093 งท าทำค อการส งเด กคนน งให ตท part2
  • N0203123 าแม เง ผมจะด แลแม เอง (ละครส น) part2
  • N0203003 EP.2 เจอแฟนเกาในสภาพขอทาน นายพลทำไมถงเกลยดขอทานคนน! part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • March 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.